Interview
Politics
Social
Business
Environment
Culture
Lifestyle
History
Thought
Sports
Event
Infographic
watch
listen
Columnist
Collaboration
Taste of People
read
social
24 เม.ย. 2563 | 18:06 น.
โคเซ อันเดรส: เชฟใหญ่ที่จะไม่ยอมปล่อยให้ผู้คนหิวโหยช่วงวิกฤต
Play
Loading...
หน้าที่ของเชฟ คือช่วยบรรเทาทุกข์ผู้คนที่กำลังเจ็บปวดด้วยอาหารร้อน ๆ
ใครหลายคนอาจไม่เคยได้ยินหรือรู้จักชื่อของ
โคเซ อันเดรส
(
José
Andrés
) พ่อครัวชาวอเมริกันเชื้อสายสเปนมาก่อนในชีวิต แต่สำหรับคนวงการอาหารต่างต้องรู้จักเชฟคนนี้ เพราะเขาคือผู้ก่อตั้ง World Central Kitchen (WCK) องค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร ทำหน้าที่จัดหาอาหารและที่พักให้กับผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติต่าง ๆ และเป็นเชฟที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2019
ช่วงเวลาที่โลกต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อันเดรสออกมาช่วยเหลือผู้คนด้วยอาหารมื้ออร่อย เชิญชวนเชฟชื่อดังระดับโลกร่วมทำอาหารมากกว่า 750,000 มื้อต่อวัน ให้ประชาชนชาวอเมริกันที่เดือดร้อน เพราะเชฟส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าการมีข้าวกินจนท้องอิ่มจะทำให้ผู้คนมีเรี่ยวแรงและกำลังใจพร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรค
ชีวิตวัยเด็กของอันเดรสไม่ต่างจากเด็กสเปนคนอื่นเท่าไหร่นัก เขารู้ว่าตัวเองหลงรักการทำอาหาร เลยไปลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนสอนทำอาหารที่เมืองบาร์เซโลนาตั้งแต่อายุ 15 ปี จากนั้นทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัวของกองทัพสเปนหลายปี จนกระทั่งอายุ 21 ปี เขาตัดสินใจสานต่อความฝันว่าอยากเป็นเชฟที่ประสบความสำเร็จ เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และมีเงินเหลือติดตัวเพียง 50 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,700 บาท)
วันเวลาผ่านไปพร้อมกับการเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว อันเดรสสะสมชื่อเสียง สร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ในที่สุดก็ได้เป็นพลเมืองสหรัฐฯ ในปี 2013 เขาเริ่มมีชื่อเสียงในวงการอาหาร เป็นเจ้าของร้านอาหารมากกว่า 30 แห่งในสหรัฐฯ ออกรายการแข่งขันทำอาหารตามรายการโทรทัศน์ ใช้เวลาว่างพัฒนาสูตรการทำอาหารสเปน ด้วยการนำอาหารสเปนดั้งเดิมมาประยุกต์ให้ทันสมัย ทำให้บาร์ของเขาถือเป็นร้านอาหารที่จองคิวยากที่สุดร้านหนึ่งของสหรัฐฯ มีเงินเก็บและทรัพย์สินมากพอที่จะเริ่มลุยงานเพื่อสังคม ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนด้วยอาหารจานเด็ด
ย้อนไปปี 2010 เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเฮติ ส่งผลให้ประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ผู้คนจำนวนมากไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีอาหาร บางคนขาดกำลังใจมีชีวิตต่อ ข่าวน่าเศร้านี้ทำให้อันเดรสตัดสินใจก่อตั้งองค์กรการกุศลชื่อว่า World Central Kitchen (WCK) เพื่อส่งอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเฮติผ่านพ้นไป องค์กร WCK ยังคงทำงานต่อด้วยการทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้เดือดร้อนทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน ทอร์นาโด ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม และไฟป่า ช่วยเหลือเรื่องปากท้องของผู้คนมากกว่า 13 ประเทศ รวมถึงดินแดนยิ่งใหญ่อย่างสหรัฐฯ ที่เคยเกิดเหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย
การช่วยเหลือประชากรโลกขององค์กร WCK โด่งดังจนถูกตั้งชื่อเล่นว่าครัวโลก พวกเขาพัฒนาทักษะของผู้คนในประเทศด้อยพัฒนา สอนชาวบ้านให้เลือกวัตถุดิบเป็น สอนทำอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ นำการศึกษาด้านอาหารไปยังพื้นที่ห่างไกล ทีมเชฟกับอาสาสมัครเชื่อมั่นว่าอาหารมีส่วนช่วยยกระดับชีวิตของผู้คนได้
การทำงานเพื่อการกุศลของอันเดรส ส่งให้คนจำนวนมากสนับสนุนโครงการเพื่อผู้ยากไร้ของเขา มีนักการเมืองสหรัฐฯ นักธุรกิจชื่อดังหลายคนบริจาคเงินให้กับองค์กรเพื่อต่อยอดซื้อวัตถุดิบทำอาหาร ทำให้ในปี 2012 และ 2018 เขาติด 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกของนิตยสาร Time จากการช่วยเหลือสังคมมาตลอดหลายปี
ปี 2015 อันเดรสเคยขึ้นโรงขึ้นศาลสู้กับบริษัทของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเขาวางแผนเปิดร้านอาหารใหม่ในโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล สาขา วอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมกับเซ็นสัญญาล่วงหน้าไปเรียบร้อย โดยจะเริ่มตกแต่งร้านปี 2016 ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเดือนมิถุนายน 2015 อันเดรสดูข่าวทรัมป์ปราศรัยหาเสียงลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ และไม่พอใจมากที่ทรัมป์พูดจาดูแคลนผู้อพยพชาวเม็กซิกันด้วยการเรียกพวกเขาว่า “พวกพ่อค้ายา” และ “พวกอาชญากร”
อันเดรสตัดสินใจถอนตัวจากสัญญาที่เซ็นไว้กับโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล บริษัทจึงดำเนินการยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย 10 ล้านเหรียญ (ประมาณ 32 ล้านบาท) จากการฉีกสัญญาของอันเดรส แต่เชฟใหญ่สู้ไม่ถอย ยื่นฟ้องบริษัทกลับโดยใช้เหตุผลว่า คำแถลงของทรัมป์จะทำให้ร้านอาหารของเขาไม่สามารถหาพนักงานชาวสเปนและเม็กซิกันได้ เขาไม่สามารถเปิดร้านอาหารสเปนบนพื้นที่ที่เจ้าของโรงแรมดูหมิ่นชาติพันธุ์ หากร้านอาหารยังคงอยู่ในตึกของชายคนนี้ ลูกค้าหลักที่เป็นชาวสเปนและเม็กซิกันจะต้องไม่มาเหยียบที่ร้านแน่นอน
สำนักข่าว Washingtonian รายงานสถานการณ์คุกรุ่นของเชฟชื่อดังกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน อิวานกา ทรัมป์ (Ivanka Trump) ต้องเร่งแก้ไขความบาดหมางของพ่อและอันเดรส เธอเขียนจดหมายถึงเชฟชาวสเปนว่า ที่นี่คืออเมริกา ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นทางการเมืองไม่เว้นแม้แต่พ่อของเธอ ดังนั้นขอให้วางความโกรธลงแล้วคุยกันด้วยสันติ แต่คดีความเรื่องร้านอาหารกลับยืดเยื้อนานถึงสองปี สุดท้ายในปี 2017 ข้อพิพาทดังกล่าวก็จบลงด้วยดี (ในแง่ธุรกิจ) ทั้งสองฝ่ายขอไม่เปิดเผยผลสรุปของคดี ชวนให้ผู้คนที่ตามข่าวมาตั้งแต่ต้น สงสัยจนถึงทุกวันนี้ว่าอันเดรสต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญ ให้แก่บริษัทของทรัมป์หรือไม่
ปัจจุบัน เชฟอันเดรสยังคงวิจารณ์การทำงานของทรัมป์อย่างเปิดเผย ทุกคนต่างรู้แล้วว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าผู้นำสหรัฐฯ เอามาก ๆ ส่วนทรัมป์เคยออกมาพูดถึงอันเดรสหลังขึ้นศาลว่า
“แม้มีความคิดเห็นต่างกัน แต่เราจะทิ้งเรื่องเก่าเอาไว้ และก้าวไปข้างหน้าในฐานะเพื่อน”
หลังเรื่องธุรกิจสุดวุ่นวายจบลง อันเดรสมีเวลากลับไปใส่ใจงานเพื่อสังคมอีกครั้ง ปลายปี 2017 เปอร์โตริโกเสียหายอย่างหนักจากพายุเฮอริเคนมาเรียที่พัดถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4,600 ราย เขานำทีมพ่อครัวขององค์กร WCK ลงพื้นที่ เปลี่ยนโบสถ์ให้กลายเป็นครัวขนาดใหญ่ เร่งทำอาหารกว่า 60,000 จานต่อวันให้กับผู้ประสบภัยจากพายุ บรรเทาทุกข์ของผู้คนที่กำลังเจ็บปวดด้วยอาหารร้อน ๆ สะอาด สดใหม่ รสชาติอร่อย เป็นเวลาหลายปีที่องค์กร WCK สร้างสรรค์อาหารเปี่ยมด้วยโภชนาการให้กับผู้คนที่เดือดร้อนทั่วโลกมาแล้วกว่า 15 ล้านจาน
ปี 2020 โลกต้องเจอกับปัญหาใหญ่อีกครั้งกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่วงที่ไวรัสยังไปไม่ถึงสหรัฐฯ อันเดรสนำทีมพ่อครัวทำอาหารให้กับคนที่ถูกกักตัวอยู่บนเรือสำราญ Diamond Princess ที่จอดเทียบท่าโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งโควิด-19 มาถึงสหรัฐฯ พร้อมกับการแพร่ระบาดที่ไม่สามารถควบคุมได้ ในตอนนี้คนจำนวนมากพากันตกงาน เชฟอันเดรสจึงประกาศกร้าวว่าเขาจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ เขาเริ่มวางแผนให้บริการอาหารแก่ชาวอเมริกัน โดยเฉพาะมหานครนิวยอร์ก ที่เวลานี้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศสหรัฐฯ ไปแล้ว
อันเดรสทำเรื่องขอใช้สนามกีฬาของทีมเบสบอลวอชิงตัน เนชันแนล เปลี่ยนสนามเป็นครัวชั่วคราวคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ใช้พื้นที่เตรียมอาหารจำนวนมากส่งให้ผู้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 มอบให้กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ส่งไปยังศูนย์พักพิงต่าง ๆ และมอบให้กับทีมแพทย์ที่ทำงานหนักในโรงพยาบาล พร้อมกับวิจารณ์การบริหารงานของทรัมป์ว่า
“เรามีผู้นำที่มัวแต่ห่วงเรื่องวอลล์สตรีตมากกว่าไวรัส”
ระหว่างการทำอาหารจำนวนมากให้ประชาชนชาวอเมริกัน เชฟอันเดรสขอความร่วมมือช่างตัดผมให้ช่วยโกนหนวดเคราแก่เชฟผู้ชาย และตัดผมให้เชฟผู้หญิงหากเธอต้องการ ทำตามคำแนะนำของประชาชนผู้หวังดีแชร์งานวิจัยมาให้อ่านว่า ขนบนใบหน้าทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของหน้ากากอนามัยลดลง เขาจึงโกนหนวดเคราที่ไว้มานานทิ้งแบบไม่เสียดาย และเร่งลุยงานเตรียมทำอาหารมอบให้ประชาชน
นอกจากครัวชั่วคราวขนาดใหญ่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. กับนิวยอร์ก อันเดรสยังมีครัวอยู่อีกหลายเมืองใหญ่ แต่เขามักช่วยงานอยู่ที่นิวยอร์ก นำทีมพ่อครัวชื่อดังเปลี่ยนร้านอาหารที่ถูกสั่งปิดให้เป็นครัวชุมชน ร่วมมือกับอาสาสมัครกระจายตัวไปแจกจ่ายอาหารถูกสุขลักษณะตรงตามหลักโภชนาการ 160 จุดทั่วสหรัฐฯ บริการอาหารให้ประชาชนมากกว่า 750,000 มื้อต่อวัน แถมยังมิวายแซวทรัมป์อีกครั้งว่า
“We need to make sure we are building walls that are shorter and tables that are longer”
หรือ
“เราต้องทำทุกอย่างให้แน่ใจว่าจะสามารถสร้างโต๊ะอาหารที่ยาวกว่ากำแพงได้”
เหน็บแนมเรื่องการสร้างกำแพงเม็กซิโกและการแบ่งแยกชาติพันธุ์ของทรัมป์
อาหารส่วนใหญ่ที่ครัวขององค์กร WCK ทำแจกจ่ายให้ผู้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 มักเป็นอาหารทานง่าย เช่น แซนด์วิชแฮมชีส แฮมเบอร์เกอร์หมู สตูว์ไก่ เนื้อตุ๋น ซุปร้อน ๆ มันบด และสลัดผัก ส่วนใหญ่เป็นอาหารนิ่ม ๆ เพื่อให้เด็กและผู้สูงอายุสามารถเคี้ยวได้ง่าย ๆ ถึงเมนูเหล่านี้จะไม่หวือหวาหรือแปลกใหม่ แต่อาหารทุกจานถูกสร้างสรรค์ด้วยความใส่ใจของเชฟมืออาชีพ เชฟชื่อดังที่เราได้ชิมฝีมือการทำอาหารของพวกเขาก็ต่อเมื่อไปรับประทานอาหารในโรงแรมหรู หรือร้านดังราคาแพงจองคิวยากที่มีมิชลินสตาร์ประดับร้าน ตอนนี้ชาวอเมริกันจะได้รับประทานอาหารจากเชฟคุณภาพ พวกเขาทุ่มเทฝีมือปรุงรสเพื่อให้อาหารทุกมื้ออร่อยตามมาตรฐาน กลิ่นหอมกับรสชาติช่วยให้ผู้คนรู้สึกดี มีกำลังใจ และเจริญอาหาร เพราะเวลาที่เศร้าโศกที่สุด ท้องก็ต้องอิ่มอยู่เสมอ
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหตุการณ์การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 จะจบลง แต่ในทุก ๆ วัน เชฟอันเดรสกับเพื่อนเชฟของเขา ยังคงให้บริการอาหารจานร้อน เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้กับทุกคนที่กำลังหิวโหยอยู่อย่างแข็งขัน
ที่มา
http://www.joseandres.com/
https://chicago.cbslocal.com/2020/04/16/chef-jose-andres-world-central-kitchen-steps-in-to-feed-chicagoans-in-need-during-covid-19-pandemic/
https://www.washingtonpost.com/news/food/wp/2019/10/11/jose-andres-doesnt-win-the-nobel-peace-prize-but-that-doesnt-slow-his-disaster-relief-work/
https://time.com/collection/apart-not-alone/5809169/jose-andres-coronavirus-food/
https://www.eater.com/2016/10/24/13380078/donald-trump-zakarian-jose-andres-dc
https://www.npr.org/sections/thetwo-way/2017/04/07/523004201/trump-organization-settles-lawsuit-with-chef-jos-andr-s
https://www.vox.com/policy-and-politics/2018/1/29/16945196/chef-jose-andres-ivanka-trump-cafe-milano
เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ประจัญหน้ากับปัญหาฉบับ ‘SENA’ | ดร.ยุ้ย - ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ | Leadership
23 มี.ค. 2569
8
เมื่อพื้นที่ปลอดภัย คือพลังของการเติบโต | นริษฐา มีลาภ | Inspiring Story
09 มี.ค. 2569
25
โลกอนาคตต้องการคนแบบไหน? CP ALL Education Forum 2026 ชวนหาคำตอบผ่าน “การศึกษา”
05 มี.ค. 2569
10
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ThePeople
Social
COVID19
โควิด19
FightTogether
Chef
JoseAndres
โคเซอันเดรส
World Central Kitchen
WCK