เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ 'นักเปียโนแจ๊ส'

เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ 'นักเปียโนแจ๊ส'

       หนึ่งในนักแสดงแห่งยุค 90s อีกคนในวงการ ชื่อของ เจฟฟ์ โกลด์บลุม (Jeff Goldblum) นักแสดงชาวอเมริกัน ก็คงผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคน ส่วนตัวผมโตมากับหนังของโกลด์บลุมหลายเรื่อง ทั้ง The Fly (1986), Independence Day (1996) และโดยเฉพาะบท ดร.เอียน มัลคอร์ม จากหนังเรื่อง Jurassic Park (1993)

เวสต์โฮมสเตด คือย่านชานเมืองของพิตต์สเบิร์กที่โกลด์บลุมเติบโตมา ย้อนกลับไปในวัยเด็กเขาก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่มีความฝัน แน่นอนว่าอาชีพในฝันของโกลด์บลุมตอนนั้นก็คือการเป็นนักแสดงอาชีพ ซึ่งนอกจากความสามารถในการแสดงที่ทำให้คนได้รู้จักเขาแล้ว น้อยคนนักที่จะรู้ว่าก่อนเข้าวงการฮอลลีวูด โกลด์บลุม เคยเป็นนักดนตรีแจ๊สมาก่อน ในวัย 10 ขวบเขาค้นพบว่าตัวเองเล่นเครื่องดนตรีอย่างเปียโนได้ดี หลังโดนทางบ้านบังคับให้ฝึกเล่นมาตั้งแต่เล็กๆ

ผมทำมัน (เล่นเปียโน) ได้ดีนะ แต่ช่วงแรก ๆ ผมยังไม่เห็นถึงความสนุกที่ได้เล่นมัน ผมไม่เห็นว่าสิ่งที่ผมฝึกซ้อมมันสนุกตรงไหน ผมเลยทำแบบฝึกหัดได้ไม่ดีพอ จนครูผมไม่พอใจเท่าไหร่ แต่พอปีสองปีครูเอาเพลงอย่าง 'Alley Cat’, ‘Stairway to the Stars’ หรือ ‘Deep Purple’ มาให้ผมเล่น คอร์ดและฮาร์โมนีของเพลงเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มสนใจ มันไม่ใช่การเล่นบนแบบฝึกหัดเหมือนที่ผมเคยเล่นมา หลังจากนั้นผมก็ทำได้ดีขึ้นเพราะเริ่มศึกษาสิ่งเหล่านี้

[caption id="attachment_12928" align="aligncenter" width="631"] เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ \'นักเปียโนแจ๊ส\' โกลด์บลุมในวัยเด็ก[/caption]

       หลังฝึกฝีมืออยู่นาน โกลด์บลุมก็ได้ลองวิ่งเข้าหาความฝันครั้งแรกด้วยวัย 14 ปี วันหนึ่งเขาคว้าสมุดหน้าเหลืองเก่า ๆ ที่บ้านขึ้นมา และไล่โทรหาทุกบาร์ในพิตต์สเบิร์ก โดยคาดหวังว่าจะมีสักร้านที่ให้โอกาสเขาไปเล่นเปียโนที่นั่น

ตอนที่ผมเรียนรู้บลูส์สเกลครั้งแรก พระเจ้า! หลังจากนั้นมาผมก็เรียนรู้มันเยอะขึ้น จนวันหนึ่งผมขังตัวเองไว้ในห้องเพื่อไม่ให้ใครได้ยินผมหรือรบกวนผม จากนั้นผมเปิดสมุดหน้าเหลืองไล่ชื่อบาร์และเลานจ์ทุกที่ตั้งแต่ A ถึง Z ตอนนั้นผมยังกะพนักงานขายตรงเลย ทุกสายที่โทรไปผมจะเริ่มต้นว่าสวัสดี ผมรู้ว่าคุณต้องการนักเปียโนสักคนนะคนส่วนมากที่รับสายผมตอนนั้นมีแต่พูดว่านี่ใครเนี่ยแล้วก็ปฏิเสธผม แล้วก็ทุกที่ที่ผมโทรไปตอนนั้นแทบจะไม่มีที่ไหนมีเปียโนตั้งที่ร้านเลย แต่ก็โชคดีที่บางที่ให้โอกาส หลังจากนั้นผมก็มีงานอยู่สองสามงานจากการเป็นนักเปียโนแจ๊ส มันเหลือเชื่อมาก ๆ

ธีโลเนียส มังค์ (Thelonious Monk) และ อาร์ท เททัม (Art Tatum) คือชื่อของตำนานนักเปียโนแจ๊สที่โกลด์บลุมติดตามนั่งไล่แกะไลน์โซโล่อยู่ทุกวัน และด้วยความสามารถในการแสดงของเขา บวกกับแรงบันดาลใจจากยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ในอดีตอย่าง ดุ๊ค เอลลิงตัน (Duke Ellington) หรือ เคานท์ เบซี (Count Basie)  ก็ยิ่งทำให้โกลด์บลุมค้นพบตัวตนและสุ้มเสียงในแบบของตัวเอง ถึงกระนั้น โกลด์บลุม ก็จำเป็นต้องทิ้งความฝันนี้ไป เพราะไม่กี่ปีต่อมาเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตจากวงการฮอลลีวูด และแจ้งเกิดเต็มตัวกับหนังอย่าง The Fly, The Big Chill และ Jurassic Park

เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ \'นักเปียโนแจ๊ส\'

       แม้ช่วงทศวรรษก่อนหน้านี้ ชื่อเสียงของเขาเงียบหายไปจนน่าตกใจ แต่นั่นทำให้เขามีเวลากลับไปหารักแรกของเขา นั่นก็คือดนตรีแจ๊ส” ในช่วงที่งานน้อยกระเป๋าตังค์แฟบ โกลด์บลุมได้ออกตระเวนเล่นทั่วทั้งลอสแอนเจลิส และนิวยอร์ก ซิตี้ ร่วมกับวงของเขาที่มีชื่อว่า “the Mildred Snitzer Orchestra” ซึ่งโกลด์บลุมเคยเล่าถึงที่มาของชื่อวงนี้ว่า มาจากชื่อของเพื่อนแม่เขาสมัยเด็ก ๆ ที่เธอมีอายุเกินกว่า 100 ปี ซึ่งโกลด์บลุมในฐานะหัวหน้าวงและเพื่อน ๆ ในวง (แอนโทนี วิลสัน นักกีตาร์ชื่อดัง และ เซน มุสะ นักแซกโซโฟน ผู้ล่วงลับ ก็เคยอยู่ในวงนี้ด้วย) มักจะเล่นทุกคืนวันพุธ ที่ The Rockwell Table & Stage ในลอสแอนเจลิส 

ครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าถ้าเขาไม่ได้แสดงหนังอีก อาจจะกลับไปเป็นนักดนตรีอาชีพแทน และแล้วในเดือนตุลาคมปี 2017 หลังจากที่ โกลด์บลุม ได้มีโอกาสไปเล่นแอคคอมเปียโนให้กับนักร้องแจ๊สเจ้าของรางวัลแกรมมี เกรกอรี พอร์เตอร์ (Gregory Porter) ในรายการ The Graham Norton Show ทางช่อง BBC ซึ่งนั่นเป็นวันที่โอกาสวิ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง

เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ \'นักเปียโนแจ๊ส\'

       ‘Mona Lisa’ เพลงแจ๊สระดับตำนานของ แนท คิง โคล (Nat King Cole) เมื่อปี 1950 ถูกถ่ายทอดแบบแจ๊สดูเอ็ท โดยโกลด์บลุมและ พอร์เตอร์ ซึ่งความยอดเยี่ยมของทั้งคู่ไปเข้าหูเข้าตาของผู้บริหารค่าย เดคคา เรคคอร์ดส ในเครือ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค เข้าอย่างจัง อานิสงส์จากคลิปนี้ ส่งผลให้โกลด์บลุมได้มีโอกาสสานฝันในวัยเด็กด้วยการออกอัลบั้มเพลงแจ๊สของตัวเอง ที่มีชื่อว่า “Jeff Goldblum & The Mildred Snitzer Orchestra - 'The Capitol Studios Sessions'“ ภายใต้การดูแลของค่ายเพลงสุดคลาสสิกแห่งหนึ่งในโลก

ทอม ลูอิส นายใหญ่ของค่าย เดคคา เรคคอร์ดส ออกมาให้สัมภาษณ์การตัดสินใจดึงโกลด์บลุมมาเป็นศิลปิน ว่า เขาคือนักเปียโนแจ๊สที่น่าวิเศษสุด อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าวงที่ยอดเยี่ยม และยังเป็นคนที่นิสัยน่ารักที่สุดในโลก ความรักต่อดนตรีแจ๊สที่เขามี มันสะท้อนออกมายามที่เขาเล่น เขามักจะทำให้คุณมีความสุขร่วมกับเสียงเพลงของเขา

อัลบั้มชุดดังกล่าวประสบความสำเร็จไม่น้อย หลังสามารถทะยานขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งของบิลบอร์ดชาร์ทในสาขาดนตรีแจ๊ส และทางค่ายก็ไม่รอช้าอนุมัติไฟเขียวให้โกลด์บลุมลุยสร้างผลงานชุดที่สองต่อในทันที

[caption id="attachment_12925" align="aligncenter" width="600"] เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ \'นักเปียโนแจ๊ส\' อัลบั้มแจ๊สชุดแรก[/caption]

“ตอนที่ผมเริ่มออกมาเล่นดนตรีอีกครั้ง ในหัวผมคิดแค่ว่า มันคงเป็นการเล่นโชว์ต่อสาธารณะของผมกับเพื่อนนักดนตรีเก่ง ๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นผมสามารถทำสิ่งนี้และสนุกกับมันได้จริง ๆ ผมชอบนำเสนอมันสู่ผู้คน ซึ่งมันต่างกับการฝึกซ้อมคนเดียว แม้กระทั่งการแสดง หรือการซ้อมดนตรี ผมชอบที่จะมีใครสักคนมานั่งดู และผมก็จะให้ตัวเองเล่าเรื่องราวออกไป ผมชอบแนวคิดของการแบ่งปันสิ่งนี้ ซึ่งดนตรีก็มีความหมายแบบนั้น”

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร กับการที่นักแสดงในฮอลลีวูดจะมีพื้นฐานด้านดนตรีมาก่อนเข้าวงการ นักร้องอย่าง จัสติน ทิมเบอร์เลค (Justin Timberlake), จาเล็ด เลโต้ (Jared Leto) หรือแม้กระทั่งพระเอกสุดติสต์อย่าง จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) ก็มีพื้นฐานมาจากวงการเพลงมาก่อน แต่ไม่บ่อยครั้งที่เราจะได้เห็นนักแสดงระดับนี้มีแบ็คกราวด์ทางด้านดนตรีแจ๊ส หรือเคยศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยดนตรีอย่างจริงจัง สองคนที่ผมนึกออกนั่นก็คือ แฮร์รี คอนนิค จูเนียร์ (Harry Connick Jr.) ในสาขาวิชาเอกเปียโนแจ๊ส และ เจ.เค. ซิมมอนส์ (J.K. Simmons) จากสาขาการควบคุมวง และการประพันธ์เพลง

เจฟฟ์ โกลด์บลุม ดาราดัง Jurassic Park กับความฝันในฐานะ \'นักเปียโนแจ๊ส\'

ปัจจุบัน โกลด์บลุม ก็ยังคงมีผลงานในวงการภาพยนตร์ออกมาให้ชมกันอยู่เรื่อย ๆ ส่วนงานด้านวงการเพลง ตอนนี้เขาได้ปล่อยผลงานจากอัลบั้มใหม่ออกมาแล้วสองเพลงนั่นก็คือ ‘Make Someone Happy’ และ ‘Let’s Face The Music and Dance ที่ได้  เกรกอรี พอร์เตอร์ และชารอน ฟาน เอ็ทเทน มาร่วมร้องให้ในเพลง

แม้ โกลด์บลุม อาจจะไม่ได้อิมโพรไวซ์เก่งเหมือน คอนนิค จูเนียร์ แต่เขาก็หาหัวใจของดนตรีชนิดนี้เจอ นั่นก็คือเรื่องของการหาเสียงของตัวเองซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ยากซะยิ่งกว่าการฆ่าเอเลี่ยนหรือหนีเอาตัวรอดจากไดโนเสาร์ที่เขาเคยทำมาเสียอีก

ผมตกหลุมรักมันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลย (ดนตรีแจ๊ส) ผมมีความสัมพันธ์กับมันเหมือนกับเรื่องของการแสดงภาพยนตร์ ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงเริ่มทำมัน ผมรู้แค่ว่าผมชอบมัน

ที่มา: https://www.rollingstone.com/music/music-features/jeff-goldblum-jazz-album-mildred-snitzer-orchestra-interview-759895/

https://www.nme.com/big-read-jeff-goldblum-sex-drugs-jazz-piano

https://www.youtube.com/watch?v=SAgYiERRDPY

https://www.nytimes.com/2014/09/13/arts/music/jeff-goldblums-orchestra-debuts-at-cafe-carlyle.html

https://www.npr.org/2018/11/09/664380882/jeff-goldblum-the-jazz-artist-life-uh-finds-a-way