โชจิ โมริโมโตะ: ผู้พิสูจน์ว่า ‘การไม่ทำอะไรเลย’ ก็มีคุณค่าในโลกที่แสนเร่งรีบ

โชจิ โมริโมโตะ: ผู้พิสูจน์ว่า ‘การไม่ทำอะไรเลย’ ก็มีคุณค่าในโลกที่แสนเร่งรีบ

‘โชจิ โมริโมโตะ’ ชายเจ้าของหนังสือ ‘Rental Person Who Does Nothing’ และเชื่อว่า บางครั้งการไม่ทำอะไรเลยก็มีประโยชน์กับผู้คนได้เหมือนกัน

KEY

POINTS

ในยุคที่ผู้คนถูกหล่อหลอมให้เชื่อว่า เวลาทุกนาทีควรสร้างประโยชน์ และคุณค่าของมนุษย์มักถูกวัดจากสิ่งที่ทำ ผลงานที่สร้าง หรือความสามารถ การอยู่นิ่ง ๆ กลับถูกมองว่าไร้ค่าและเสียเวลา

ทั้ง ๆ ที่ในบางครั้ง สิ่งที่เราต้องการอาจเป็นเพียงการใช้เวลากับตัวเอง นั่งโง่ ๆ ริมทะเล หรือปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ต้องทำอะไร

ความคิดที่ดูธรรมดานี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ‘โชจิ โมริโมโตะ’ นำมาสร้างธุรกิจ เช่า ‘คนที่ไม่ทำอะไรเลย’ ให้ผู้คนจ้างตัวเขาไปอยู่เป็นเพื่อนตามสถานการณ์ต่าง ๆ  โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือจะไม่ทำอะไรเกินกว่าการอยู่ตรงนั้น

แม้แนวคิดนี้จะฟังดูสวนทางกับธุรกิจทั่วไป แต่บริการของโชจิกลับเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนว่า บางครั้งสิ่งที่ผู้คนต้องการ อาจไม่ใช่คนมาแก้ปัญหา แต่เป็นเพียงใครสักคนที่อยู่เคียงข้างโดยไม่ตัดสินเท่านั้นเอง

โชจิ โมริโมโตะ: ผู้พิสูจน์ว่า ‘การไม่ทำอะไรเลย’ ก็มีคุณค่าในโลกที่แสนเร่งรีบ

มนุษย์อินโทรเวิร์ต ผู้ไม่ทำอะไรเลย

นอกจากจะเป็นชายผู้เป็นที่รู้จักจากแนวคิด ‘การไม่ทำอะไรเลย’ แล้ว โชจิยังเป็นมนุษย์อินโทรเวิร์ตที่ยอมรับว่าการเข้าสังคมเป็นเรื่องยากสำหรับตัวเอง

เขาเป็นเด็กเรียนดีมาตลอด จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ก่อนเรียนต่อปริญญาโทด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเดิม และก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานในฐานะบัณฑิตจบใหม่

แม้จะผ่านการทำงานประจำมาหลายตำแหน่ง เปลี่ยนงานมาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่า โชจิก็ไม่สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบดั้งเดิมในบริษัทได้ 

เขาเคยทำงานที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แต่ด้วยความเป็นคนอินโทรเวิร์ตจึงมักถูกหัวหน้าตำหนิว่า  เป็นคนที่ไม่ทำอะไรเลย แล้วต้องรอให้คนอื่นเป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ก่อนเสมอ 

โชจิเล่าว่า เขาไม่ได้กลัวการทำงาน แต่กลัวชีวิตที่ต้องอยู่บนความคาดหวัง ถูกจับตา และถูกประเมินตลอดเวลา

“ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดมาก เส้นทางการทำงานของผมน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่สิ่งที่ทำให้ผมอึดอัด คือ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ช่วยอะไรบริษัทเลย แต่ผมกลับได้รับคำชื่นชมหรือได้รับกำลังใจ ผมไม่สบายใจกับเรื่องนั้น”

“ผมรู้สึกว่า ถ้าเราปล่อยให้คำประเมินของคนอื่นมากำหนดว่าเราจะคิดหรือจะใช้ชีวิตอย่างไร มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก”

โชจิเลยตัดสินใจบอกลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วผันตัวมาเป็นนักเขียนอิสระ แต่เขาความรู้สึกของการไม่อยากทำอะไรก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

“ชีวิตของผมเป็นแบบนี้มาตลอด พอเริ่มจะทำอะไรสักอย่าง ทำได้ไม่นานก็เลิก อยู่อย่างนั้น ทำงานบริษัทก็ลาออกอย่างรวดเร็ว พยายามจะเป็นนักเขียนก็ไม่สำเร็จ ลองเขียนบล็อกดูก็ทำได้ไม่นาน

“ผมลองมาหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเลย”

แต่ท่ามกลางสังคมญี่ปุ่นที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว โชจิกลับเลือกหยิบแนวคิดเรื่อง ‘การไม่ทำอะไรเลย’ มาสร้างเป็นธุรกิจ จนพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งการมีใครสักคนอยู่เฉย ๆ ก็อาจเป็นความสบายใจที่ใครบางคนกำลังตามหา

โชจิ โมริโมโตะ: ผู้พิสูจน์ว่า ‘การไม่ทำอะไรเลย’ ก็มีคุณค่าในโลกที่แสนเร่งรีบ

ไม่ใช่ธุรกิจ แต่เป็นการทดลอง

ต้นแบบการสร้างธุรกิจเช่าชายผู้ไม่ทำอะไรเลยของโชจิ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Pro Ogorareya ชายที่เปลี่ยนตัวเองเป็นบริการ เปิดพื้นที่ให้คนอื่นเลี้ยงอาหารจนมีผู้สนใจมากกว่า 2,000 คน 

พอเห็นว่ามีคนทำได้ ปี 2018 โชจิเลยลองโพสต์ข้อความ “เปิดเช่าคนที่ไม่ทำอะไรเลย (ตัวผมเอง)” ลงบนทวิตเตอร์ เพื่อดูว่าจะมีใครสนใจหรือไม่ ซึ่งกลายเป็นว่า มีคนสนใจมากกว่าที่คิด จึงเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจในเวลาต่อมา 

“บริการนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นการทดลองมากกว่าการทำธุรกิจ ไม่ได้คิดว่าจะมีความต้องการในตลาด แต่หลังจากทำงานมาหลายอย่างก็ได้ข้อสรุปว่า ตัวเองไม่เหมาะกับการทำงาน

“พอคิดแบบนั้น ผมก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนอย่างผมที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์ ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ไม่ได้ จะยังมีคุณค่าให้คนอื่นนำไปใช้ได้หรือเปล่า"

คำขอที่โชจิได้รับค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่การไปจองพื้นที่ชมซากุระ ต่อคิวแทน ไปนั่งเป็นเพื่อน ไปเดินเล่น ไปกินข้าวเป็นเพื่อน ไปดูการแข่งขันกีฬา ไปจนถึงการนั่งฟังผู้คนระบายความในใจ

คุณจะให้เขาทำอะไรก็ได้ แต่เงื่อนไขเดียว คือ เขาจะไม่ทำอะไรเกินไปกว่าการอยู่ตรงนั้น

บางครั้งก็ไม่พูดอะไร หรือตอบเพียงเท่าที่ใจอยากทำเท่านั้น

“ผมให้นิยามคำว่า ไม่ทำอะไร จากมุมมองของตัวเอง ถ้รู้สึกว่าคำขอนั้นไม่เหมาะสม หรือเป็นสิ่งที่ไม่อยากทำ ผมก็จะปฏิเสธ ถ้ามีคนพูดกับผม ผมก็จะตอบกลับในระดับเบื้องต้น จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมหรือแทรกแซง”

แล้วในแดนพระอาทิตย์อุทัยที่ผู้คนต่างตั้งใจใช้ชีวิตและทำบางอย่าง บางครั้งการรับรู้ว่ามีใครสักคนอย่างโชจิอยู่ข้าง ๆ ก็อาจเพียงพอแล้ว 

เช่าบุคคลที่สะท้อนสังคมญี่ปุ่น

แม้จะไม่เคยนับผู้มาใช้บริการอย่างเป็นทางการ แต่โชจิบอกในบทสัมภาษณ์ของ ORICON NEWS เมื่อปี 2022 ว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีคนมาใช้บริการประมาณ 4,000 ครั้งแล้ว 

การที่ธุรกิจของโชจิยังคงดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ ถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าความโดดเดี่ยวในสังคมเมืองของญี่ปุ่นอาจลึกกว่าที่เห็นภายนอก

ลูกค้ารายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ the japan times ว่า "เวลาอยู่กับเพื่อน ฉันรู้สึกว่าต้องคอยสร้างบรรยากาศหรือเอ็นเตอร์เทน แต่เวลาอยู่กับโมริโมโตะ ฉันไม่รู้สึกว่าต้องพูดอะไรตลอดเวลา"

ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือพื้นที่ชั่วคราวที่ผู้คนสามารถอยู่โดยไม่ต้องแสดงบทบาทใด ๆ และไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นภาระของใคร

รายได้ที่เกิดขึ้นจากบริการนี้จึงไม่ได้มาจากการทำอะไร แต่กลับมาจาก ‘การอยู่ตรงนั้น’ ของใครสักคน

โชจิ โมริโมโตะ: ผู้พิสูจน์ว่า ‘การไม่ทำอะไรเลย’ ก็มีคุณค่าในโลกที่แสนเร่งรีบ

จากคนที่เคยถูกมองว่าไม่ทำอะไร โชจิเริ่มนิยามคุณค่าของตัวเองใหม่ว่า เขาคือคนที่ยอมรับการมีอยู่ของตัวเองและผู้อื่น

“ผมคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องมอบประโยชน์ให้กันเสมอไป”

เพราะบางครั้ง การไม่ต้องพูด หรือพยายามทำอะไรเลย ก็อาจทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง และเพียงพอที่จะพาชีวิตผ่านพ้นไปได้อีกวัน

ผลลัพธ์ของการไม่ทำอะไรเลย

ความนิยมของธุรกิจ Rental Nanmo Shinai Hito กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ปี 2020 ทีวีโตเกียวหยิบเรื่องราวของโชจิไปทำเป็นซีรีส์ โดยใช้ชื่อว่า ‘Rental Nanmo Shinai Hito’ (レンタルなんもしない人) 

นอกจากนี้โชจิยังนำเรื่องชีวิตของชายผู้ไม่ทำอะไรเลยแบบเขา เคสของลูกค้าที่พบเจอ และแนวคิดชีวิตที่ได้รับมาถ่ายทอดเป็นหนังสือ ‘Rental Person Who Does Nothing’ (レンタルなんもしない人のなんもしなかった話) ที่ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษและวางอยู่บนแผงหนังสือทั่วโลก 

จากเดิมที่โชจิเลือกจะวางจุดโฟกัสชีวิตไว้ที่ตัวเอง แต่การได้ไปอยู่เคียงข้างผู้คนนับพัน ทำให้เขาเริ่มมองเห็นความพิเศษของสิ่งรอบตัว และปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น

“ผมรู้สึกว่าแทบทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด แต่บอกไม่ได้ว่า มันเปลี่ยนไปอย่างไร แต่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับผมเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวัน และพร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งนั้น” 

โชจิในวันนี้ คือ ผลลัพธ์ของการไม่ทำอะไรเลย ที่เขาได้เจอผู้คน เจอสิ่งที่อยากทำ จนกลายมาเป็น Rental Do Nothing Person ที่คนทั้งโลกรู้จัก 

“ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ผมเคยเจอ การเกิดไอเดียบริการ ‘ไม่ทำอะไรเลย’ หรือแรงผลักดันที่ทำให้ผมตัดสินใจลงมือทำ ล้วนเป็นผลจากประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดที่ผมเคยผ่านมา”

เรื่องราวของโชจิทำให้เห็นว่า คุณค่าของมนุษย์อาจไม่ได้มีเพียงสิ่งที่เราสร้างหรือสิ่งที่เราทำเท่านั้น

อาจเป็นเพราะในวันที่เราต่างแบกรับความคาดหวังจากตัวเองและสังคม สิ่งที่ใครหลายคนกำลังมองหา อาจเป็นเพียงการมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง รับฟังโดยไม่ตัดสิน และยอมรับเราในแบบที่เป็น

 

ภาพ: อินสตาแกรม morimoto_shoji

 

อ้างอิง

Meet Japan's very busy "Do Nothing Rent-a-Man" / CBS News

レンタルなんもしない人に聞く、控えめコミュニケーションのかたち 「なんもしない」でも他人と交流できる?/ Mainichi

https://www.1101.com/n/s/nanmoshinai/

https://www.1101.com/n/s/nanmoshinai/2020-05-07.html

https://www.1101.com/n/s/nanmoshinai/2020-05-08.html

https://www.1101.com/n/s/nanmoshinai/2020-05-09.html

レンタルなんもしない人×プロ奢ラレヤーが語る「“妖怪”としての生き方」/ Nikkan SPA

レンタルさん" 森本祥司が、NEWS増田と話した中で、"けっこう嬉しかったこと / TV Tokyo

多様化する人間レンタルサービス…「レンタルなんもしない人」が語るリスクヘッジや利用者増加の背景 / Oricon