26 ธ.ค. 2568 | 22:13 น.

KEY
POINTS
เมื่อเรากำลังจะเดินทางข้ามปี หลาย ๆ คนมักจะตั้งปณิธานว่า ‘New Year New Me’ อยากจะเป็นคนใหม่ในวันปีใหม่
ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความอิจฉา เรื่องราวมากมายที่ทำให้เราทุกข์ใจ เราก็พร้อมจะทิ้งมันไว้ในปีนี้ และอ้าแขนรับความสุข เสียงหัวเราะ และพร้อมใช้ชีวิตที่อยากทำในปีใหม่
เพราะสุดท้ายคนที่จะไปต่อในปีหน้า คือ ตัวเราคนใหม่ในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม
นักจิตวิทยาเรียกความรู้สึกนี้ว่า ‘The Fresh Start Effect’ ช่วงเวลาที่เราอยากเริ่มทำสิ่งใหม่ในปีใหม่
บทความนี้จึงอยากชวนทุกคนไปสำรวจว่า ทำไมปีใหม่ถึงทำให้เรารู้สึกพร้อมจะเริ่มต้นใหม่เสมอ และทำไมแรงตั้งใจนั้นจึงไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดทั้งปี
ตามหลักจิตวิทยา ‘The Fresh Start Effect’ ถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของ ‘Temporal landmark’ จุดเวลาที่โดดเด่นในเส้นชีวิต ทำให้เรารับรู้ว่านี่คือวันพิเศษ และเหมาะแก่การเริ่มต้นสิ่งใหม่
ปีใหม่ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่แตกต่างจากวันอื่น ๆ แต่เป็นช่วงเวลาที่สมองของเรามองว่า ชีวิตกำลังถูกแบ่งออกเป็น ‘บทใหม่’
เราจึงถอยออกมามองตัวเองหนึ่งก้าว เห็นความแตกต่างระหว่างชีวิตก่อนหน้าและหลังจากนั้น และรู้สึกอยากเริ่มต้นอะไรบางอย่าง
เมื่อถึงช่วงเวลานี้ เรามักจะอนุญาตให้ตัวเองทำผิดพลาดได้มากขึ้น เพราะความล้มเหลวในอดีตก็เหมือนรอยตำหนิที่ติดตามเรามานาน จนทำให้หลายคนยอมแพ้ หมดไฟ และไม่กล้าทำสิ่งใหม่
แต่พอเดือนธันวาคมมาถึง เรากลับพร้อมจะวางตัวตนในอดีตไว้ข้างหลัง และหันมาอยู่กับตัวเองในปัจจุบันอย่างอ่อนโยนมากขึ้น
การแยกตัวตนเก่าออกจากตัวตนใหม่ ทำให้การทิ้งเรื่องไม่ดีไว้ในปีเก่า และเปิดรับเรื่องราวใหม่ในปีใหม่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
และเมื่อเราเริ่มมองตัวเองเป็น ‘คนใหม่’ ที่ดีกว่าเดิม เราก็มีความมั่นใจมากพอจะตั้งปณิธาน กล้าฝัน และเชื่อว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้สามารถเป็นจริงได้ แม้เราจะรู้ดีว่าเส้นทางนั้นไม่ได้ราบรื่นเสมอไป
คำถามต่อมา คือ เราจะเป็นตัวเองคนใหม่ได้ตามที่หวังได้นานแค่ไหน
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Management Science โดย Hengchen Dai, Katherine L. Milkman และ Jason Riis ชี้ว่า วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เรายังรักษาเป้าหมายไว้ได้ คือการตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับเหตุผลที่แท้จริงของตัวเอง
แทนที่จะบอกว่า ‘ฉันทำสิ่งนี้เพราะอยากเป็นคนใหม่’ ลองเปลี่ยนคำถามเป็น ‘ฉันทำสิ่งนี้ไปทำไม’
เช่น ถ้าเราออกกำลังกายเพียงเพราะมันเป็นวันปีใหม่ แรงจูงใจนั้นอาจหายไปในไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้าเราออกกำลังกายเพื่อเสริมความมั่นใจหรือดูแลสุขภาพ เหตุผลนั้นจะช่วยพาเราไปต่อได้ไกลกว่า
และหากเกิดความผิดพลาดระหว่างทาง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติ ไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวเพียงครั้งเดียวกลายเป็นเหตุผลให้ยอมแพ้ เพราะเรายังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
หลายคนจึงเลือกใช้วิธี Reboot Mondays ใช้วันจันทร์เป็นวันทบทวนและปรับทิศทาง หรือใช้กฎ 30/30 คือการจัดเวลา 30 นาทีต่อวันเพื่อทำสิ่งที่จะส่งผลดีต่อตัวเองในอีก 30 วันข้างหน้า เพื่อช่วยให้ยังเดินอยู่บนเส้นทางของเป้าหมายได้อย่างสม่ำเสมอ
The Fresh Start Effect อาจให้แรงจูงใจได้ดีในช่วงเริ่มต้น แต่ไม่สามารถรับประกันความต่อเนื่องได้ หากเราไม่มีแผนหรือระบบรองรับ เป้าหมายก็อาจจบลงเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง อาจยิ่งตอกย้ำความเชื่อเดิม ๆ ว่าเราทำไม่ได้ และนำไปสู่การล้มเหลวซ้ำ ๆ
แม้ปีใหม่จะเป็นวาระที่ดีในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่หากมัวรอจังหวะที่สมบูรณ์แบบ The Fresh Start Effect ก็อาจเป็นข้ออ้างการผัดวันประกันพรุ่ง และทำให้เราสูญเสียเวลาไปโดยไม่จำเป็น
เพราะบางครั้ง วันที่เหมาะจะลงมือทำที่สุด อาจเป็นวันนี้ที่ใจเราสั่งให้ลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่
บางทีการเป็นคนใหม่อาจไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่างภายในวันเดียว แต่อาจเป็นเพียงการให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ได้เริ่มต้นใหม่โดยไม่ตัดสินตัวเองจากความผิดพลาดในอดีต
ปีใหม่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนปฏิทิน แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เกิดขึ้นได้ทุกวันที่เราตัดสินใจดูแลตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน
เป็นคนที่เข้าใจ อดทน และอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น
ภาพ : Pexels
อ้างอิง
Dai, H., Milkman, K. L., & Riis, J. (2014). The fresh start effect: Temporal landmarks motivate aspirational behavior. Management Science, 60(10), 2563–2582. https://doi.org/10.1287/mnsc.2014.1901
What is the “Fresh Start Effect” and how can we use it to our Advantage? / Steering Point
New year, new you? Hacking your New Year’s resolutions with Psychology / psykobabble
Fresh Starts: The Psychology Behind New Year Motivation / Psychology Today