ชิดชอบ Generation : จาก ‘กำนันชัย’ ถึงหลานชาย สายเลือดการเมืองสามรุ่นจากบุรีรัมย์

ชิดชอบ Generation : จาก ‘กำนันชัย’ ถึงหลานชาย สายเลือดการเมืองสามรุ่นจากบุรีรัมย์

เปิดประวัติ “ตระกูลชิดชอบ” จากกำนันชัย ถึงเนวิน และรุ่นหลาน วิเคราะห์สายเลือดการเมืองบุรีรัมย์ อำนาจท้องถิ่น-ระดับชาติ และอนาคตการเมืองไทย

ในบางพื้นที่ของการเมืองไทย ‘นามสกุล’ สำคัญไม่ได้หายไปไหน มันวนกลับมาอยู่ในบัตรเลือกตั้งแทบทุกรอบ และหากการเมืองไทยมีตระกูลใดที่สลักชื่อไว้แน่นลึกบนแผนที่อีสานตอนล่าง ‘ชิดชอบ’ แห่งบุรีรัมย์ ก็คือหนึ่งในนั้น สามรุ่นในสนามเดียวกัน ปู่ พ่อ หลาน ต่างรุ่น ต่างยุค แต่ยังเป็นตระกูลเดียวกัน เส้นทางที่เริ่มต้นจากกำนันลูกทุ่ง นักเลือกตั้งลายคราม สู่รัฐมนตรีใหญ่ และผู้นำพรรคการเมืองระดับชาติ สุดท้ายส่งต่อไม้มาถึงลูกชายคนโตที่กลายเป็น สส. ในวัยสามสิบต้น ๆ นี่คือ ‘ตระกูลชิดชอบ’ หนึ่งใน ‘บ้านใหญ่’ ที่ไม่เคยเล็กลงในระบบการเมืองไทย

ปู่ชัย: ลูกกำนัน ผู้กลายเป็นประธานสภา

พ.ศ. 2471 ‘ชัย ชิดชอบ’ ถือกำเนิดที่ตำบลอิสาณ จังหวัดบุรีรัมย์ จากเด็กในบ้านครูประชาบาล เขากลายเป็นกำนันที่รู้จักพื้นที่เหมือนหลังมือ จากกำนัน กลายเป็น สส. และกลายเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ไม่มีใครโค่นได้ในเขตของตัวเอง เขาผ่านการสังกัดพรรคมาเกือบทุกสี ทั้งประชาธิปัตย์ ชาติไทย ไทยรักไทย พลังประชาชน และสุดท้ายจบลงที่ ‘ภูมิใจไทย’ พรรคของลูกชาย

ชัยเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรในปี 2551 เป็นประธานสภาฯ ที่แม้อายุจะมาก แต่มุขการเมืองและลูกเล่นไม่เคยแก่ ทุกพรรคให้ความเคารพ เพราะเขา “ประนีประนอมเป็น” และ “กล่อมคนเก่ง” เขาเคยกล่าวไว้ในวันเกิดครบ 91 ปีว่า

“อยากเห็นบ้านเมืองเป็นสุข มีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน... ถ้าทุกคนมีสัจจะในตัวเอง บ้านเมืองก็ไปรอด”

เสียงจากคนแก่ที่ไม่ใช่แค่เสียงข้างน้อย

 

เนวิน: จากลูกชายกำนัน สู่เจ้าของวลี “มันจบแล้วครับนาย”

เนวิน ชิดชอบ ไม่เคยต้องพิสูจน์ว่าเขาเป็นลูกกำนัน เพราะเขาเดินแบบของตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มจาก สจ. บุรีรัมย์ ตั้งกลุ่มเพื่อนกำนัน–ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ‘กลุ่มสิงห์ทอง’ วางระบบพีระมิด หนุนกันขึ้นมาเป็นนักการเมืองเขาเข้าสู่สภาในวัยไม่ถึง 30 ปี และตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เคยหลุดจากเกมใหญ่

เนวินผ่านพรรคการเมืองมาไม่น้อย ตั้งแต่พรรคสหประชาธิปไตย พรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติไทย พรรคเอกภาพ ไปจนถึงไทยรักไทย แต่ช่วงสำคัญที่เขากลายเป็น ‘ขุนพลทักษิณ’ เกิดขึ้นในปี 2544–2548 กับพรรคไทยรักไทย เป็นรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ขวัญใจชาวบ้าน กำลังจะพุ่งสูง

กระทั่งการรัฐประหาร 2549 เปลี่ยนเกมทุกอย่าง พรรคถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ 5 ปี รวมถึงเนวินด้วย ในปี 2551 หลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน เนวินนำกลุ่ม สส. ของตนหันไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ กลายเป็นการพลิกขั้วประวัติศาสตร์ที่โด่งดัง พร้อมวลีที่ทั้งประเทศจำได้


“มันจบแล้วครับนาย”

 


แม้ตัวเนวินและแกนนำหลายคนจะปฏิเสธว่าไม่เคยพูด แต่คนที่พูดเรื่องนี้ออกสู่สาธารณะเป็นคนแรกไม่ใช่ใครอื่น ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เขาอ้างว่าเนวินโทรมาบอกเขาด้วยประโยคนี้ เป็นการประกาศชัดว่า กลุ่มเนวินจะไม่สนับสนุนเขาอีกต่อไปแล้ว และจากวันนั้นเป็นต้นมา เนวินก็ “จบ” ความสัมพันธ์กับอดีตนายใหญ่อย่างไม่เหลียวหลัง

กลุ่ม 16: รุ่นกลางในรัฐสภาไทย

ก่อนยุคทักษิณ เนวินเคยเป็นสมาชิกของ ‘กลุ่ม 16’ กลุ่มนักการเมืองข้ามพรรคที่มีอิทธิพลสูงช่วงต้นทศวรรษ 2530–2540 สมาชิกกลุ่มนี้มักใช้เสียงในสภาฯ เพื่อเจรจาต่อรองกับรัฐบาล บางคนเรียกว่า ‘กลุ่มต่อรอง’ นักวิชาการสายวิพากษ์บางท่านถึงกับตั้งชื่อเล่นว่า ‘ระบอบยียาธิปไตย’ เป็นการเสียดสีการเมืองที่ไม่อิงอุดมการณ์ แต่อิงผลประโยชน์

กลุ่ม 16 สร้างคนดังในภายหลังมากมาย รวมถึงเนวินด้วย แม้ตอนนั้นเขาจะยังเป็นแค่ลูกกำนัน แต่บทเรียนจากกลุ่มนี้ทำให้เขารู้จักการเจรจา การรอจังหวะ และการตั้งคำถามที่ตรงที่สุดในสภา และที่สำคัญเขาได้เรียนรู้ว่าการเมืองไทย ไม่ใช่แค่เรื่องของอุดมการณ์ แต่มันคือเรื่องของเกม

ศักดิ์สยาม: น้องชายที่ขึ้นถึง รมว.คมนาคม

อีกคนที่ก้าวจากบ้านชิดชอบเข้าสู่กระทรวงใหญ่คือ ‘ศักดิ์สยาม’ น้องชายเนวิน เคยเป็นรัฐมนตรีคมนาคมในรัฐบาลประยุทธ์ 2 และได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘รัฐมนตรีนมเย็น’ จากภาพหลุดในร้านอาหารยามค่ำคืนช่วงโควิด แม้จะมีบทบาทชัดเจนในคมนาคม แต่ปลายทางกลับจบแบบสะดุด ปี 2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีถือหุ้นซ่อนเร้น ต่อมาในปี 2567 เขาลาออกจากทั้งตำแหน่ง สส. และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

ในรุ่นสองของตระกูลชิดชอบ นอกจากเนวิน และศักดิ์สยามแล้ว ยังมีอีกหนึ่งคนในครอบครัวที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในคณะรัฐมนตรี อย่าง 'พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ' อดีตที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน ภายใต้โควตาพรรคภูมิใจไทย เขาเป็นพี่ชายอีกคนของศักดิ์สยาม และอยู่ใน “สายราชการตำรวจ” มายาวนาน ก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเป็นทางการครั้งแรกในตำแหน่งระดับสูงสุดของกระทรวงสำคัญ ที่กำกับทิศทางการศึกษาเด็กไทยทั้งประเทศ

รุ่นใหม่ไฟแรง: ‘ไชยชนก’ และการถ่ายทอดอำนาจ

ปี 2566 ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชายของเนวิน ชนะเลือกตั้ง ส.ส. เขต 2 บุรีรัมย์ ในนามพรรคภูมิใจไทย ปีถัดมาเขากลายเป็น เลขาธิการพรรคคนใหม่ แทนที่อาแท้ ๆ ของตัวเอง นี่ไม่ใช่แค่การส่งไม้แต่มันคือการวางโครงสร้างใหม่ให้รุ่นลูกเป็นคนขึ้นเวที

วันนี้ ‘ไชยชนก’ กลายเป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ในค่ายภูมิใจไทย ในบทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่อายุน้อยที่สุดที่เคยมีมา ในขณะที่ ‘เนวิน’ กลายเป็นนักพัฒนาบุรีรัมย์แบบเต็มตัว ขี่มอเตอร์ไซค์ในสนามแข่งยืนข้างสนามฟุตบอล แม้ว่าจะมีกรณีพิพาทที่ดิน ‘เขากระโดง’ ดังกล่าวอยู่ในกระบวนศาล

ตระกูลชิดชอบไม่ได้ครองแค่สภาผู้แทนราษฎร แต่ยังครองสนามกีฬา สภาท้องถิ่น ถนนในเมือง และการสื่อสารทางวัฒนธรรมของจังหวัด ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากโชค แต่มาจากการวางหมากอย่างยาวนาน จากการเข้าใจคนจากการเป็น ‘บ้านใหญ่’ ที่ไม่เคยเล็กลง บุรีรัมย์วันนี้จึงไม่ใช่แค่บ้านเกิดของ ‘ชิดชอบ’ แต่คือพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ ‘พรรคภูมิใจไทย’ และพื้นที่อนาคตของหลายเกมการเมือง

ชิดชอบ Generation : จาก ‘กำนันชัย’ ถึงหลานชาย สายเลือดการเมืองสามรุ่นจากบุรีรัมย์

เรียบเรียง-ภาพ: นัฐพงษ์ โห้เฉื่อย