เมื่อความรักเป็นวิหคพยศ : ถอดรหัส "ฮาบาเนรา" ผ่านคุณธีร์ ใน มีสติแล้วลูกพีช (Peach and Me)

เมื่อความรักเป็นวิหคพยศ : ถอดรหัส "ฮาบาเนรา" ผ่านคุณธีร์ ใน มีสติแล้วลูกพีช (Peach and Me)

ชวนถอดรหัสความหมายของ "ความรักเป็นวิหคพยศ" ใน 'ฮาบาเนรา' โอเปร่าจากฉากไวรัลใน มีสติแล้วลูกพีช พร้อมสำรวจชีวิตของ ฌอร์ฌ บีเซต์ และเหตุผลที่บทเพลงคลาสสิกนี้ยังคงมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน

KEY

POINTS

‘Habanera’ คือบทเพลงเปิดตัวของคาร์เมน หญิงสาวผู้ประกาศต่อหน้าผู้คนว่า "ความรักเป็นวิหคพยศ" หมายถึง ความรักไม่ใช่สิ่งที่จะออกคำสั่งหรือครอบครองได้ เช่นเดียวกับตัวเธอที่ใช้ชีวิตตามเจตจำนงของตัวเอง เลือกจะรักเมื่อรัก และจากไปเมื่อไม่รัก แม้ต้องแลกด้วยชะตากรรมอันโหดร้ายในท้ายที่สุดก็ตาม

แน่นอนว่าคุณธีร์ไม่ใช่คาร์เมน และ ‘มีสติแล้วลูกพีช’ (Peach and Me) ก็ไม่ใช่โศกนาฏกรรมแบบโอเปร่าฝรั่งเศส ทีมผู้สร้างคงไม่ได้ตั้งใจหยิบฮาบาเนรามาใช้เพื่ออธิบายตัวตนของคุณธีร์อย่างลึกซึ้งขนาดนั้น ฉากนี้น่าจะเกิดจากการล้อเลียนโมเมนต์ไอคอนิกในละครดังเสียมากกว่า 

ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็คิดว่าบทเพลงนี้ช่างเข้ากับตัวละครคุณธีร์ ในฐานะ ‘วิหคพยศ’ อยู่เหมือนกัน จึงถือวิสาสะตีความ และตีแผ่ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

เมื่อความรักเป็นวิหคพยศ : ถอดรหัส "ฮาบาเนรา" ผ่านคุณธีร์ ใน มีสติแล้วลูกพีช (Peach and Me)

หลังจากที่คุณธีร์ ธีรกิต เคียน ลี (รับบทโดย ปอนด์ ณราวิชญ์) เพิ่งให้คำมั่นกับลูกพีช (รับบทโดย ภูวินทร์) ว่าจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานอย่างมี ‘สติ’ มากขึ้น แต่ไม่ทันขาดคำ ก็มีฉากขับร้องบทเพลงโอเปร่าร่วมกับครอบครัว โดยคุณธีร์รับหน้าที่เป็นต้นเสียงอันทรงพลัง (แต่หลุดคีย์) ไม่ต้องนึกเลยว่าผู้ชมจะหัวเราะท้องแข็งขนาดไหน เพราะหลังจากนั้นฉากดังก็กล่าวกลายเป็นไวรัลแทบจะในทันที

ถ้าใครติดตามจักรวาลนี้มาตั้งแต่ต้น ก็จะรู้ดีว่าความ ‘มีสติ’ ของคุณธีร์นั้นเป็นสิ่งที่ถึงจะรู้ว่ามี แต่จับต้องได้ยาก ความเล่นใหญ่ที่ผสมระหว่าง ‘เจ้าพ่อมาเฟีย’ กับ ‘เจ้าชายดิสนีย์ ’เป็นบุคลิกสุดแสนจะธรรมดาของท่านประธานที่ผู้ชมคุ้นเคยมาตั้งแต่ ‘มีสติหน่อยคุณธีร์ (Me and Thee)’ ทำให้เขากลายเป็นตัวละครขวัญใจผู้ชม 

ขณะที่ผู้ชมละครไทยอีกจำนวนไม่น้อย เมื่อได้ยินทำนองเพลงดังกล่าว ก็คงนึกถึงฉากประชันบทบาทระหว่าง ‘ญาญ่า อุรัสยา’ และ ‘เนย โชติกา’ ใน คลื่นชีวิต ซึ่งทำให้เพลงเดียวกันกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง และยังถูกหยิบไปทำมีมบนโลกออนไลน์อยู่เสมอ

L'amour est un oiseau rebelle 

ท่อนเปิดที่สื่อว่าความรักไม่เคยยอมให้ใครครอบครองหรือบังคับบัญชาได้ นั่นคือหัวใจของฮาบาเนรา (Habanera) บทเปิดตัวของคาร์เมน (Carmen) หญิงสาวผู้ใช้เพลงนี้ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเธอเป็นเช่นนกที่กางปีกโผบินได้อย่างอิสระ

ฟังแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับคุณธีร์เท่าไรนัก เพราะต่อให้ปากจะพร่ำสัญญาเรื่องสติกับลูกพีชกี่ครั้ง สุดท้ายตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ยังคงเป็นวิหคพยศที่ไม่มีใครฝึกให้เชื่องได้อยู่ดี จะสงบนิ่งได้สักกี่นาทีก่อนที่สัญชาตญาณเจ้าพ่อมาเฟียแห่งตระกูลอาเซนี่ (ที่มีใจรักในการขายน้ำหอม) จะกลับมาแทรกอีกครั้ง

จุดเริ่มต้นของโอเปร่าเรื่องนี้มาจากปลายปากกาของ ‘บิเซต์’ (Georges Bizet) นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศสที่เติบโตมาในย่านมงมาร์ตของปารีส เข้าเรียนที่กงแซร์วาตัวร์แห่งปารีส (Paris Conservatoire) ตั้งแต่วัยเด็ก และแสดงพรสวรรค์ทางดนตรีมาตลอด

เขาเคยมีผลงานอย่างเลส์ เปเชอร์ เดอ แปร์ล (Les pêcheurs de perles) และลา โฌลี ฟีย์ เดอ แปร์ธ (La jolie fille de Perth) ซึ่งแม้จะได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วไป แต่กลับถูกนักวิจารณ์ตำหนิอย่างหนักเรื่องความไม่กลมกล่อมของโครงเรื่องและดนตรี จนผลงานค่อย ๆ เลือนหายไปจากเวทีการแสดง

แต่เมื่อโรงละครโอเปร่า-โกมิก (Opéra-Comique) เปิดโอกาสให้บิเซต์ทำงานร่วมกับนักเขียนบทมือฉมังอย่างเมยัค (Henri Meilhac) และอาเลวี (Ludovic Halévy) เขาจึงเสนอให้ดัดแปลงนวนิยายเรื่องคาร์เมนของเมริเม (Prosper Mérimée) ที่ตีพิมพ์ไว้ตั้งแต่ปี 1845 ขึ้นเป็นโอเปร่า 

กระบวนการเขียนเริ่มขึ้นช่วงปลายปี 1873 แต่ถูกขัดจังหวะถึงสองครั้งเมื่อทางโรงละครขอให้เขาไปทำงานชิ้นอื่นก่อน กว่าจะเขียนจบสมบูรณ์ก็ล่วงเข้าฤดูร้อนปี 1874 และแม้ระหว่างการซ้อมจะมีการแก้ไขหลายจุดที่บิเซต์เองไม่เห็นด้วย เขาก็ยังคงยืนกรานผลักดันงานชิ้นนี้ให้ใกล้เคียงวิสัยทัศน์ของตัวเองมากที่สุด

ในคืนที่คาร์เมนเปิดการแสดงรอบปฐมทัศน์ ณ โอเปร่า-โกมิก กรุงปารีส นักดนตรีและนักประพันธ์ชั้นนำของฝรั่งเศสที่มาร่วมชม ไม่ว่าจะเป็นมาสเนต์ (Massenet) ออฟเฟนบาค (Offenbach) เดอลิบส์ (Delibes) หรือกูโนด์ (Gounod) ถึงกับบ่นว่าบิเซต์ขโมยทำนองของเขาไปใช้ในบทร้องของตัวละครมีคาเอลา (Micaëla) ในองก์ที่สาม

ด้านผู้ชมชาวปารีสในยุคที่โอเปร่าเน้นเรื่องราวเบาสบายและศีลธรรมอันดีงาม ต่างช็อกกับความสมจริงของเรื่อง ทั้งการนำเสนอชีวิตชนชั้นแรงงาน ความเปิดเผยทางเพศของนางเอกยิปซี และฉากไคลแมกซ์ที่นางเอกถูกคนรักฆาตกรรมกลางเวที

เมื่อความรักเป็นวิหคพยศ : ถอดรหัส "ฮาบาเนรา" ผ่านคุณธีร์ ใน มีสติแล้วลูกพีช (Peach and Me)

วันรุ่งขึ้นนักวิจารณ์จึงรุมถล่มทั้งเนื้อเรื่องที่ถูกมองว่าอนาจารเกินกว่าจะขึ้นแสดงได้ และดนตรีที่ถูกมองว่าขาดเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การจดจำ

ตัวบิเซต์เองก็มองว่าผลงานชิ้นนี้ล้มเหลว ทั้งที่ในความเป็นจริงการแสดงยังคงดำเนินต่อไปจนครบราว 45 รอบในซีซั่นแรก และรายได้หน้าโรงก็ไม่ได้ซบเซาอย่างที่ร่ำลือกันในภายหลัง เพียงแต่จำนวนผู้ชมค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนผู้อำนวยการโรงละครต้องลาออกในปีถัดมา

นักประวัติศาสตร์ดนตรีบางส่วนตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เรื่องเล่าที่ว่ารอบปฐมทัศน์ล้มเหลวนั้นถูกขยายความให้ดูน่าเศร้ากว่าความเป็นจริงโดยฝ่ายบริหารของโอเปร่า-โกมิกเองที่ต้องการสร้างกระแสความสนใจให้กับผลงานชิ้นนี้อีกครั้งหลังการเสียชีวิตของผู้ประพันธ์

เพราะเพียงสามเดือนถัดมา ในคืนวันที่ 3 มิถุนายนปีเดียวกัน ไม่นานหลังการแสดงรอบที่ 33 จบลง บิเซต์ก็เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายในวัยเพียง 36 ปี ซึ่งมีสาเหตุแทรกซ้อนมาจากการติดเชื้อในลำคอและภาวะซึมเศร้าที่รุมเร้าเขาอยู่ก่อนหน้านั้น

เขาจึงไม่มีโอกาสรับรู้เลยว่าผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตจะกลายเป็นหนึ่งในโอเปร่าที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล เพราะไม่กี่เดือนหลังจากนั้น คาร์เมน เจ้าของบทประพันธ์ต้นฉบับก็เดินทางไปเปิดการแสดงที่กรุงเวียนนาในวันที่ 23 ตุลาคม 1875 พร้อมฉบับปรับปรุงที่นักประพันธ์กีโรด์ (Ernest Guiraud) ใส่ท่อนร้องบรรยายแบบกึ่งขับร้องกึ่งพูดเข้าไปแทนที่บทพูดแบบเดิมทั้งหมด เพื่อให้เหมาะกับผู้ชมต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับขนบของโอเปร่าฝรั่งเศส

ผลตอบรับตรงข้ามกับที่ปารีสโดยสิ้นเชิง ผู้ชมชาวเวียนนาหลงใหลในตัวละครที่มีชีวิตชีวา บรรยากาศแบบสเปนอันแปลกตา และพลังดนตรีของบิเซต์ จากจุดนั้นเอง คาร์เมนจึงค่อย ๆ พิชิตใจผู้ชมทั่วยุโรปและขยายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา จนกลายเป็นหนึ่งในโอเปร่าที่ถูกจัดแสดงบ่อยที่สุดในโลกมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนเพลงฮาบาเนราเองก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวโอเปร่า เพราะทำนองของมันไม่ได้เป็นบทประพันธ์ต้นฉบับของบิเซต์อย่างที่หลายคนเข้าใจ เขาหยิบยืมทำนองมาจากเพลง "เอล อาร์เรกลีโต" (El Arreglito ou la Promesse de mariage) ผลงานของอีราดิเยร์ (Sebastián Iradier) นักประพันธ์ชาวบาสก์ที่ตีพิมพ์ไว้ตั้งแต่ปี 1863 โดยเข้าใจผิดว่าเป็นเพลงพื้นบ้านสเปนเก่าแก่ที่ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ เมื่อรู้ความจริงในภายหลังว่าเป็นเพลงคาบาเรต์ที่เพิ่งแต่งขึ้นไม่นาน บิเซต์จึงรีบใส่หมายเหตุอ้างอิงที่มาไว้ในโน้ตเพลงฉบับตีพิมพ์เพื่อให้เครดิตอย่างถูกต้อง

เชื่อว่าจังหวะนี้พัฒนามาจากการเต้นรำแบบคันทรีแดนซ์ (country dance) ของอังกฤษที่แพร่หลายไปทั่วยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปผสมผสานกับจังหวะที่มีรากจากแอฟริกาในดินแดนแคริบเบียน จนเกิดเป็นลีลาซินโคเปตที่เน้นเสียงกลางห้องอันเป็นเอกลักษณ์

จนกลายเป็นกระแสนิยมในหมู่นักประพันธ์เพลงยุคนั้น โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและสเปน ก่อนส่งอิทธิพลต่อไปยังการเต้นรำแบบอื่นในเวลาต่อมา เช่น ดันซอน (danzón) ของคิวบา และแทงโก้ (tango) ของอาร์เจนตินา ซึ่งมีหน่วยจังหวะพื้นฐานใกล้เคียงกันมากจนแทบแยกไม่ออก

แน่นอนว่า ผู้ชมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ยังหัวเราะกับฉากดังกล่าวได้เหมือนเดิม และบางทีทีมผู้สร้างเองก็คงไม่ได้คาดหวังให้คนดูถอดรหัสไปไกลถึงประวัติศาสตร์โอเปร่าฝรั่งเศส

แต่เมื่อได้รู้ที่มาของ Habanera แล้ว ฉากนั้นก็มีมิติให้มองเพิ่มขึ้นอีกชั้น และนั่นเองที่ทำให้ฉากตลกเพียงไม่กี่นาที กลายเป็นอีกหนึ่งครั้งที่บทเพลงนี้ ได้มีชีวิตบทใหม่ในวัฒนธรรมร่วมสมัย ผ่านคุณธีรกิต เคียน ลี ผู้ชายที่ต่อให้สัญญาว่าจะมีสติสักกี่ครั้ง ก็ยังเดาไม่ได้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนั้นจะสร้างเรื่องอะไรให้คนดูหัวเราะได้อีก

 

อ้างอิง

The Global Habanera — Metropolitan Opera: https://www.metopera.org/discover/education/educator-guides/carmen/musical-snapshots/the-global-habanera/

Georges Bizet — World History Encyclopedia: https://www.worldhistory.org/Georges_Bizet/

The Life of Georges Bizet — English National Opera: https://www.eno.org/people/georges-bizet/

คืนปฐมทัศน์ Carmen (3 มีนาคม 1875) และปฏิกิริยาของ Gounod/นักวิจารณ์

บันทึกของ Ludovic Halévy ผู้เขียนบท (Columbia University): https://www.columbia.edu/itc/music/NYCO/carmen/first.html

Did the rocky premiere of "Carmen" kill Bizet? (Interlude): https://interlude.hk/bizet-carmenpremiered-today-1875/

Carmen — Wikipedia: https://en.wikipedia.org/wiki/Carmen

150 Years of "Carmen" — Illinois Public Media: https://will.illinois.edu/clefnotes/entry/150-years-of-carmen

George Bizet's "Carmen": The Scandalous Birth of a Classic — Pacific Symphony: https://pacificsymphony.blog/2025/10/29/carmen-the-scandalous-birth-of-a-classic/

Sebastián Iradier — Wikipedia: https://en.wikipedia.org/wiki/Sebastián_Iradier

Bizet's Carmen: controversy over who wrote Habanera — CMUSE: https://www.cmuse.org/bizets-carmen-controversy-over-who-wrote-habanera/

The Global Habanera — Metropolitan Opera: https://www.metopera.org/discover/education/educator-guides/carmen/musical-snapshots/the-global-habanera/

Contradanza — Wikipedia: https://en.wikipedia.org/wiki/Contradanz