แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

แคทริน ดี. ซัลลิแวน (Kathryn D. Sullivan) เป็นนักธรณีวิทยาและนักบินอวกาศหญิงชาวอเมริกันคนแรกที่ปฏิบัติภารกิจเดินในอวกาศ (Spacewalk) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 1984

KEY

POINTS

บนโลกนี้จะมีมนุษย์กี่คนกันที่ได้สัมผัสแผ่นฟ้า ดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร และออกไป ‘เดิน’ ในอวกาศอันมืดมิด 

คำตอบคือ หนึ่งคน

ผู้หญิงที่มีมันสมองสุดอัจฉริยะ และใช้ความเก่งกาจทลายขีดจำกัดทางเพศสภาพจนหมดสิ้น ชื่อของเธอคือ 'แคทริน ดี. ซัลลิแวน' (Kathryn D. Sullivan) หรือ แคธี นักธรณีวิทยาและนักบินอวกาศหญิง ผู้ใช้วิทยาศาสตร์เป็นใบเบิกทางก้าวข้ามข้อจำกัดของยุคสมัย จนกลายเป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้งเดินในอวกาศและลงไปถึงจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

ความรักที่ปะทุขึ้นบนผืนธรณี

แคธีเกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1951 (ปัจจุบันอายุ 74 ย่าง 75 ปี) ที่เมืองแพเทอร์สัน (Paterson) รัฐนิวเจอร์ซีย์ (New Jersey) พ่อของเธอ ‘โดนัลด์ พี. ซัลลิแวน’ (Donald P. Sullivan) เป็นวิศวกรการบิน ส่วน ‘บาร์บารา ซัลลิแวน’ (Barbara Sullivan) ผู้เป็นแม่ทำหน้าที่ดูแลลูก ๆ อยู่บ้าน มอบความรักและส่งเสริมทุกความชอบของลูกสาวคนนี้อย่างสุดใจ

ถามว่าแม่สนับสนุนความชอบของลูกสาวขนาดไหน ก็ขนาดที่ว่าแม่ไม่ใช่สายลุยเลย ไม่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง แต่เมื่อแคทรินบอกว่าอยากเข้าค่ายลูกเสือ แม่ก็สมัครเป็นหัวหน้ากลุ่มลูกเสือเนตรนารีของแคธี เพียงเพราะคิดว่าถ้าช่วยนำทีมโตมาลูกสาวจะได้ไม่ต้องออกไปลุยแคมป์ไฟ หรือทำกิจกรรมที่หนักเกินไปนัก ซึ่งแคธีบอกว่าแม่ของเธอคือแรงบันดาลใจชั้นยอด แต่อันที่จริงไม่ใช่แค่แม่เท่านั้น พ่อของเธอเองก็พร้อมส่งเสริมลูกสาวคนนี้เช่นกัน เรียกได้ว่าบ้านนี้เลี้ยงลูกแบบปล่อยอิสระ ไม่เคยห้าม จะเล่นซนแค่ไหนก็ได้ เพียงแค่อยู่ในขอบเขตที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

และเพราะถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้แคธีเลยกลายเป็นคนช่างสังเกต ชอบผจญภัย และไม่เคยมองว่าจะมีอะไรมาขัดขวางความตั้งใจของเธอได้

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

เธอเคยเล่าว่าตอนเด็ก ๆ เวลาดูแผนที่ เธอไม่ได้แค่มองดูเส้นทาง แต่เธอมักจะสงสัยว่า "คนที่ไปวาดแผนที่ตรงนี้คนแรก เขาเห็นอะไร และเขาเดินทางไปถึงตรงนั้นได้อย่างไร" ซึ่งนี่คือสายเลือดของนักสำรวจอย่างแท้จริง

ต่อมาครอบครัวของเธอได้ย้ายไปยังเมืองวูดแลนด์ฮิลส์ (Woodland Hills) รัฐแคลิฟอร์เนีย เธอจึงมักจะถือว่าแคลิฟอร์เนียคือบ้านเกิด แต่กว่าจะกลายมาเป็นนักวิทยาศาตร์ที่มีมันสมองระดับเทพได้อย่างในทุกวันนี้ แคธีในช่วงวัยรุ่นไม่เคยอยากเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย เพราะในยุคที่เธอเติบโตมาสังคมยังมองว่านี่คือศาสตร์ของผู้ชาย เด็กผู้หญิงควรเรียนอย่างอื่นมากกว่า

เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ  (University of California, Santa Cruz) เธอจึงเลือกเรียนภาษาต่างประเทศ โดยลงเรียนทั้งภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะอยากให้เธอได้ลองเรียนวิทยาศาสตร์ดูสักครั้ง เพราะทางคณะบังคับให้นักศึกษาลงเรียนวิชาสายวิทย์ด้วย แคธีเลยเลือกเรียนวิชาสมุทรศาสตร์ (Oceanography) และธรณีวิทยา (Geology) เพียงเพราะอยากไปเปลี่ยนบรรยากาศเดินเล่นเก็บตัวอย่างตามชายหาด

จากลงเรียนเล่น ๆ กลายเป็นว่าเธอได้ตกหลุมรักวิทยาศาสตร์เข้าอย่างจัง ถึงขั้นเดินไปหาคณบดีเพื่อขอเปลี่ยนสาขามาเป็นธรณีวิทยาเต็มตัว หลังจากได้รับคำแนะนำจากอาจารย์สอนวิชาวรรณกรรมฝรั่งเศส เพราะนี่คือสาขาที่ตอบคำถามเธอในวัยเด็กว่า โลกใบนี้สร้างขึ้นมาได้อย่างไร ระหว่างเรียนก็ได้ลงสำรวจแนวรอยเลื่อนนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียใต้ ไปจนถึงการลุยเก็บตัวอย่างทางธรณีวิทยาในแนวสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) ร่วมกับหน่วยงานระดับโลกอย่าง U.S. Geological Survey

เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาธรณีวิทยา (Geology) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานตาครูซในปี 1973 จากนั้นใช้เวลาหนึ่งปีในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยเบอร์เกน (University of Bergen) ประเทศนอร์เวย์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านธรณีวิทยา จากมหาวิทยาลัยดัลเฮาซี (Dalhousie University) เมืองแฮลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา ในปี 1978 

1 ใน 6 มนุษย์อวกาศหญิงกลุ่มแรก กับการ ‘เดิน’ ในอวกาศเป็นครั้งแรก

หลังจบการศึกษาแคธีก็ได้รับข่าวจากพี่ชายที่ตอนนี้เป็นวิศวกรตามรอยพ่อ พี่โทรมาบอกว่าเห็นประกาศรับสมัครจากนาซา อย่างน้อย ๆ แคธีก็ควรลองยื่นใบสมัครไปดูนะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยงานนี้เปิดรับสมัครนักวิทยาศาสตร์หญิงเข้าร่วมทีมปฏิบัติการ สิ้นเสียงของพี่ชาย แคธีเลยตัดสินใจส่งใบสมัครไปตามคำแนะนำ โดยไม่ได้คาดหวังมากนักว่านาซาจะอ้าแขนรับเธอเข้าองค์การแต่อย่างใด

แต่โปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดาของเธอ ทั้งดีกรีปริญญาเอกทางด้านธรณีวิทยา และยังมีความเชี่ยวชาญด้านการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) แคธีจึงผ่านการคัดเลือกในกลุ่ม Thirty-Five New Guys เป็น 1 ใน 6 นักบินอวกาศหญิงกลุ่มแรกของสหรัฐฯ จากผู้สมัครนับหมื่นคน เธอขึ้นบินสู่ฟากฟ้าในฐานะผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ (Mission Specialist) ซึ่งทำหน้าที่หลักในการควบคุมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และการสังเกตการณ์ทรัพยากรโลก

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก ชื่อของเธอถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 11 ตุลาคม 1984 ภายใต้ภารกิจ STS-41G บนกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ (Challenger) ที่โคจรรอบโลกด้วยความเร็วถึง 17,500 ไมล์ต่อชั่วโมง วินาทีนั้น ประตูห้องปรับความดันค่อย ๆ เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของแคธีในชุดอวกาศสำหรับปฏิบัติงานนอกยาน หรือ Extravehicular Activity (EVA) 

.ภาพที่คนบนโลกเห็นผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์คือการเห็นเธอล่องลอยไปมาอย่างอิสระ แม้ว่าในความเป็นจริง แคธีต้องสวมชุดที่มีน้ำหนักบนโลกถึง 225 ปอนด์ (ประมาณ 102 กิโลกรัม) และชุดที่ใส่ในยุคนั้นยังเป็นชุดสำเร็จรูป ไม่ได้มีความกระชับเข้ากับสรีระของผู้หญิงแต่อย่างใด ทำให้ทุกการขยับข้อต่อภายใต้สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เต็มไปด้วยความตึงเครียด และต้องใช้พละกำลังควบคุมมากกว่าปกติหลายเท่า 

แต่แคธีไม่ได้โฟกัสจุดนั้นมากนัก เธอพุ่งความสนใจไปยังภารกิจเป็นหลัก โดยมีคู่หู ‘เดวิด ลีสต์มา’ (David Leestma) คอยอยู่เคียงข้าง ทั้งคู่ช่วยกันทำภารกิจเติมเชื้อเพลิงไฮดราซีน ซึ่งเป็นสารเคมีพิษร้ายแรงที่มีความไวต่อปฏิกิริยาและอันตรายถึงชีวิต แต่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพิสูจน์ระบบซ่อมบำรุงดาวเทียมในอนาคต การเดินอวกาศที่กินเวลานานถึง 3 ชั่วโมงครึ่งผ่านไปได้ด้วยดี 

“ยอดเยี่ยมมาก ฉันชอบมันจริง ๆ” เสียงของแคธีดังผ่านสัญญาณวิทยุสื่อสารกลับมายังศูนย์ควบคุมภารกิจบนโลก และนั่นทำให้เธอชิงพื้นที่หน้าประวัติศาสตร์ในฐานะผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่เดินในอวกาศสำเร็จอย่างเป็นทางการ 

หกปีต่อมา ในปี 1990 แคธีทะยานขึ้นสู่อวกาศอีกครั้งในภารกิจประวัติศาสตร์ STS-31 บนกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery) เพื่อปล่อยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขึ้นสู่วงโคจร โดยตัวยานต้องทำวงโคจรสูงทุบสถิติถึง 380 ไมล์เหนือพื้นโลก แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะระหว่างที่ใช้แขนกลปล่อยกล้องฮับเบิล แผงโซลาร์เซลล์ข้างหนึ่งเกิดติดขัดไม่ยอมกางออก แคธีและบรูซ แมคแคนด์เลส (Bruce McCandless) ต้องรีบสวมชุดอวกาศเข้าไปสแตนด์บายรออยู่ในห้องแอร์ล็อกทันที พร้อมจะออกไปใช้มือหมุนกางแผงวงจรนอกตัวยาน หากระบบควบคุมบนพื้นโลกแก้ปัญหาไม่ได้ แม้สุดท้ายศูนย์ควบคุมจะแก้ไขได้สำเร็จผ่านการปรับซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่แคธีก็แอบยอมรับในภายหลังว่าเธอเสียดายไม่น้อยที่พลาดโอกาสออกไปยืดเส้นยืดสายท่ามกลางหมู่ดวงดาวเป็นครั้งที่สอง 

หลังจากนั้นเธอก็ได้สะสมชั่วโมงบินในอวกาศจาก 3 เที่ยวบินรวมกันยาวนานกว่า 532 ชั่วโมง ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการดูแลส่วนสัมภาระและงานวิทยาศาสตร์ทั้งหมดในภารกิจ ATLAS-1 เพื่อศึกษาเคมีและชั้นบรรยากาศโลก ก่อนจะโบกมือลานาซาในปี 1993

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

เมื่อ ‘อวกาศ’ ยังกว้างไม่พอ ลาออกจากนาซา ดิ่งลึกสู่ Challenger Deep

หลังจากถูกสลักชื่อลงใน U.S. Astronaut Hall of Fame ในปี 2004 ทำเนียบระดับชาติที่ใครต่อใครต่างก็ยกย่องว่านี่คงไม่ต่างจากการขึ้นไปยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของชีวิต แต่สำหรับแคธีแล้ว โลกใบนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก และเธอก็อยากจะลงไปสำรวจด้วยตาและสองมือของตัวเอง

แม้ในช่วงเวลานั้นแคธีจะนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ และต่อมาเป็นผู้บริหารสูงสุดของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NOAA เธอใช้เวลาหลายปีในปีกระทรวง ทำงานขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมโลก ระบบเตือนภัยพิบัติ และการพยากรณ์อากาศเพื่อมวลชน

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

แต่แล้วในปี 2020 แคธีในวัย 68 ปี ก็ยังพยายามตามหาคำตอบของปริศนาบนโลก ก่อนที่เธอจะตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่ว่าจะคนวัยไหนก็ยากจะทำสำเร็จ 

เพราะแคธีได้ตอบรับคำเชิญของ ‘วิคเตอร์ เวสโคโว’ (Victor Vescovo) นักสำรวจและเศรษฐีนักผจญภัย เพื่อเข้าร่วมภารกิจประวัติศาสตร์ในการดิ่งลึกลงสู่ Challenger Deep ร่องลึกมาเรียน่า (Mariana Trench) ณ มหาสมุทรแปซิฟิก จุดที่ลึกที่สุดบนโลกที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำลงไปกว่า 11 กิโลเมตร 

ในจุดที่ลึกที่สุดนั้น สภาพแวดล้อมตรงข้ามกับอวกาศอย่างสิ้นเชิง อวกาศคือสุญญากาศที่ไร้แรงกดดัน แต่ใต้บาดาลลึก 11 กิโลเมตร คือพื้นที่ที่มีแรงดันน้ำมหาศาลขนาดบดขยี้กระดูกและยานอวกาศทั่วไปให้แหลกเป็นผงได้ในเวลาไม่ถึงวินาที แรงดันที่นั่นสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติถึง 1,000 เท่า หากโครงสร้างไทเทเนียมและเกราะเหล็กของยานสำรวจนามว่า Limiting Factor มีรอยร้าวแม้เพียงมิลลิเมตรเดียว 

ทุกอย่างก็จะกลายเป็นจุดจบ

แน่นอนว่าแคธีผ่านเหตุการณ์ที่มนุษย์น้อยคนนักจะเคยสัมผัส เธอไม่เกรงกลัว ในทางกลับกัน เธอกลับมีความสุขเสียจนอยากจะดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรเสียเต็มประดา และเมื่อยานแตะถึงจุดลึกสุดสำเร็จ เลือดนักสำรวจก็พลุ่งพล่าน เธอทำหน้าที่อย่างคล่องแคล่ว เชี่ยวชาญ เก็บตัวอย่าง และส่งข้อความเสียงรายงานผลกลับขึ้นมาด้านบน

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

การเดินทางครั้งนั้นทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกของโลก และเป็นมนุษย์ลำดับที่ 8 ในประวัติศาสตร์ที่เหยียบจุดลึกที่สุดของโลกใบนี้ อีกทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์ร่วมสมัยในการเดินทางข้ามขอบเขตที่สูงที่สุดและลึกที่สุดของมนุษยชาติ

“สำหรับฉัน มันคือวันที่พิเศษสุด ๆ ในชีวิต วันที่ฉันได้เห็นดวงดาวบนฟากฟ้า และมหาสมุทรในมุมมองที่ลึกที่สุดเท่าที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งจะสัมผัสได้” คำพูดแรกของเธอหลังจากกลับขึ้นมาสู่ผืนน้ำ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2020 

แคทริน ดี. ซัลลิแวน: ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่ ‘เดิน’ ในอวกาศ และลงสำรวจ Challenger Deep ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดของโลก

ทุกวันนี้ผลงานและการขับเคลื่อนของเธอ ยังคงได้รับการส่งต่อผ่านทุนการศึกษาเยาวชน Astronaut Scholarship Foundation (ASF) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกแก่คนรุ่นหลังต่อไป

หากจะกล่าวว่าช่วงชีวิตของเธอทำให้หลายคน ‘กล้าที่จะฝัน’ ก็คงไม่ผิดนัก 

เพราะใครเล่าจะกล้าท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเธอเองด้วยซ้ำ หากแต่คือขีดจำกัดของมนุษย์ครึ่งค่อนโลก แต่เธอคนนี้ก็ทำได้สำเร็จ ไม่ว่าจะมีเพศสภาพใด เชื้อชาติ ศาสนา หรืออายุเท่าไร ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสามารถก้าวข้ามไปได้ทั้งหมด จะอีกกี่ห้วงนภาหรือก้นสมุทรอันลึกเร้นลับ หากมีความรู้และความฝันนำทาง ก็จะไม่มีที่แห่งหนใดในจักรวาลนี้ที่เท้าของคุณเดินไปไม่ถึง

 

เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง

ภาพ : NASA และ Instagram kathysullivanastronaut

 

อ้างอิง