03 ต.ค. 2569 | 11:16 น.

KEY
POINTS
เคยไหม? ที่นับเลขก็แล้ว นับแกะก็แล้ว พลิกตัวไปมาก็แล้ว ฟังเพลงก็แล้ว หรือทำสารพัดอย่างระหว่างหลับตา แต่ร่างกายกลับไม่ยอมหลับเสียที
แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่อาจช่วยคุณให้ผ่านค่ำคืนที่การนอนเป็นเรื่องยากไปได้ นั่นคือ การหายใจแบบ ‘4-7-8’ เทคนิคกำหนดจังหวะลมหายใจที่ชวนให้เรากลับมาอยู่กับลมหายใจของตัวเอง ผ่านการหายใจเข้า 4 วินาที กลั้นไว้ 7 วินาที และผ่อนออกยาว 8 วินาที
ฟังดูเหมือนเป็นเพียงการนับตัวเลขธรรมดา ๆ แต่เบื้องหลังตัวเลขทั้งสามชุดนี้มีศาสตร์การควบคุมลมหายใจที่สืบทอดกันมายาวนาน และถูกนำมาประยุกต์กับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
เพราะเทคนิคนี้ทำให้เราลืมเรื่องวุ่น ๆ ทั้งวัน และกลับมาอยู่ตัวเองจนเผลอหลับไป
จริง ๆ แล้ว เทคนิคการหายใจแบบ 4-7-8 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศาสตร์โบราณของอินเดียที่เรียกว่า ‘ปราณายามะ’ (Pranayama)
ถ้าดูกันตามรากศัพท์ภาษาสันสกฤต คำว่า ‘ปราณ’ หมายถึง ลมหายใจ ส่วนคำว่า ‘อายามะ’ หมายถึงการควบคุม ดังนั้น ปราณายามะจึงเป็นศาสตร์ของการควบคุมลมหายใจเพื่อกำหนดทิศทางพลังงานชีวิตในร่างกายและจิตใจ
ถึงอย่างนั้น การควบคุมลมหายใจรูปแบบนี้ถือกำเนิดมานานนับปีจากเหล่าโยคีและผู้ฝึกสมาธิ ณ เวลานั้น พวกเขาค้นพบว่า การปรับจังหวะและสัดส่วนของลมหายใจ สามารถช่วยให้จิตใจสงบและร่างกายเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายได้ ก่อนจะถูกนำมาศึกษาและเป็นที่แพร่หลายผ่านหลักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
ซึ่งหนึ่งคนที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา คือ นายแพทย์แอนดรูว์ เวล (Dr. Andrew Weil) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เชิงบูรณาการ และเป็นผู้ก่อตั้ง Andrew Weil Center for Integrative Medicine มหาวิทยาลัยแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
จากเดิมในตำรา คัมภีร์หฐโยคะ ที่ให้ความสำคัญกับการฝึกกายและการควบคุมลมหายใจ เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจเข้าสู่การฝึกสมาธิ มีการกำหนดสัดส่วนการหายใจเข้า การกลั้นลม และการหายใจออกไว้ที่ 16-64-32 หรือสัดส่วน 1-4-2 อาจสรุปได้ว่า หายใจเข้า 1 วินาที กลั้นหายใจ 4 วินาที และหายใจออก 2 วินาที คุณหมอเวลล์ก็มาปรับเป็น 4-7-8 ให้สามารถเข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น
ผลลัพธ์หลังจากนั้นก็เป็นที่น่าพอใจ คุณหมอนิยามเทคนี้เปรียบเสมือน ‘ยาระงับประสาทตามธรรมชาติสำหรับระบบประสาท" เพราะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความตึงเครียดลงได้
ด้วยจังหวะการหายใจที่ช้าลงและเป็นระบบ ร่างกายจึงค่อย ๆ ผ่อนคลาย ความตึงเครียดลดลง และจิตใจก็สงบมากขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ เตรียมพร้อมเข้าสู่ห้วงนิทราและช่วงเวลาของความสงบ
การหายใจแบบ 4-7-8 คือ การกำหนดลมหายใจด้วยตัวเอง หายใจเข้า 4 วินาที กลั้นลมหายใจ 7 วินาที แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก 8 วินาที ซึ่งองค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้จะมีผลกับการปรับเปลี่ยนคลื่นสมองและระบบประสาทโดยตรง
ขั้นตอนแรก คือ คุณต้องนั่งตัวตรงหรือนอนราบ แล้วผ่อนลมหายใจให้หมดปอด ให้ลมวิ่งผ่านด้านข้างของลิ้นจนเกิดเสียง "ฟู่" หรือ "วู้ส์" ถือเป็นการไล่อากาศที่ตกค้าง เตรียมพื้นที่ให้ปอดรับออกซิเจนได้เต็มที่
ขั้นต่อมา ปิดริมฝีปาก แล้วหายใจเข้าทางจมูก 4 จังหวะหรือ 4 วินาที สูดลมหายใจนับ 1 ถึง 4 โดยดูว่าตอนสูดอากาศเข้าไป หน้าท้องจะต้องพองออกด้วย แล้วกลั้นลมหายใจไว้ 7 วินาที
มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คุณจะเปิดริมฝีปาก พ่นลมหายใจออกทางปากอย่างช้า ๆ ให้เกิดเสียง "วู้ส์" พร้อมนับจังหวะในใจ 1 ถึง 8 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ
เมื่อครบ 4 ขั้นตอนจะถือว่าจบ 1 รอบอย่างสมบูรณ์
แต่ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำว่า ความเร็วหรือช้าของการนับจังหวะในใจนั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความจุปอดของแต่ละบุคคล ถ้าไม่สามารถกลั้นหายใจได้นานถึง 7 วินาที ก็สามารถนับจังหวะให้เร็วขึ้น หรือลดระยะเวลาได้ แต่อัตราส่วนต้องคงเดิม
แล้วเทคนี้ก็ควรฝึกเป็นประจำ แต่ไม่ควรฝึกเกินวันละ 2 ครั้ง และไม่เกิน 4 รอบต่อครั้งในเดือนแรก
คุณหมอเวลบอกว่า เมื่อฝึกซ้ำ ๆ ร่างกายจะคุ้นเคยกับรูปแบบการหายใจและผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้คุณไม่รู้สึกเครียดเกินไป หรือต้องเผชิญกับภาวะการนอนหลับยากได้
เพราะหัวใจสำคัญของเทคนิคนี้คือการหายใจอย่างสบายและเป็นจังหวะ มากกว่าการพยายามทำให้ครบตามตัวเลข
นอกการหายใจแบบ 4-7-8 จะถูกจัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการหายใจช้า ซึ่งช่วยให้จังหวะการหายใจค่อย ๆ ช้าลงแล้ว ยังทำให้เราต้องจดจ่ออยู่กับตัวเลขและลมหายใจของตัวเอง
ในโลกที่แสนวุ่นวาย หลายคนอาจแบกเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือสารพัดเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันกลับมาถึงเตียง พอถึงเวลานอน สมองจึงยังคงคิดเรื่องเดิม ๆ ไม่หยุด การนับ 4-7-8 จะดึงความสนใจกลับมาอยู่กับสิ่งที่กำลังทำตรงหน้า แทนที่จะปล่อยให้ความคิดวนเวียนไปเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน การหายใจที่ช้าลงและเป็นจังหวะยังช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ลดความตื่นตัวลง หัวใจเต้นช้าลง และความรู้สึกกระวนกระวายค่อย ๆ เบาบางลง จึงทำให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะที่พร้อมสำหรับการพักผ่อนมากขึ้น
งานวิจัยในช่วงหลังยังพบว่า การฝึก 4-7-8 อย่างต่อเนื่องอาจช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องการนอน แต่ผลลัพธ์ก็ยังขึ้นอยู่กับแต่ละคน และเทคนิคนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ทุกคนหลับได้ทันที
สุดท้ายแล้ว เสน่ห์ของ 4-7-8 อาจอยู่ที่ความเรียบง่าย เพราะสิ่งที่ต้องใช้ก่อนเข้านอนมีเพียงตัวเรา ลมหายใจ และเวลาไม่กี่นาที เพื่อค่อย ๆ พาตัวเองออกจากความวุ่นวายของทั้งวัน แล้วเข้าสู่ช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
.
.
The People ชวนคุณมาร่วม Shall We Sleep 2026 พื้นที่ที่ชวนทุกคนกลับมาทำความเข้าใจ ‘การนอน’ ในมิติที่ลึกกว่าการหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง ผ่านบทสนทนากับผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ที่ได้ลงมือสัมผัส และแรงบันดาลใจที่จะทำให้คุณมองการพักผ่อนในมุมใหม่
เพราะการนอนที่ดี ไม่ใช่เพียงการพักร่างกาย แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ภายในงาน คุณจะได้กลับบ้านพร้อม
- ความเข้าใจใหม่ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คุณนอนไม่เต็มอิ่ม
- วิธีดูแลการนอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- มุมมองใหม่ต่อการพักผ่อน สุขภาพ และคุณภาพชีวิต
แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นดูแลตัวเอง ผ่านสิ่งที่เราใช้เวลาร่วมกับมันมากที่สุด ‘การนอน’
หากคุณเชื่อว่า ชีวิตที่ดี ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ งานนี้คือพื้นที่ที่คุณไม่ควรพลาด
วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2026
เวลา 13.30 – 17.30 น.
Gaysorn Urban Resort
.
แล้วมาค้นพบไปด้วยกันว่า
GOOD NIGHT Better Life
เพราะคืนที่ดี คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี
.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่นี่ https://forms.gle/ERUkTNiH2qZVoCvD9
อ้างอิง
The 4-7-8 Breathing Technique for Sleep: What the Research Actually Says / Mattress Miracle
What Is 4-7-8 Breathing? / WebMD
How To Do the 4-7-8 Breathing Exercise / Cleveland Clinic
Ramquar, S. D., Tyagi, C., Sharma, B., Chui, C., Wasti, A., & Green, R. E. (2025). A systematic review protocol for slow-paced breathing in healthy populations: Impacts on cognition and insights into mechanisms of action. Systematic Reviews, 15, 6. https://doi.org/10.1186/s13643-025-03004-w-
Vierra, J., Boonla, O., & Prasertsri, P. (2022). Effects of sleep deprivation and 4-7-8 breathing control on heart rate variability, blood pressure, blood glucose, and endothelial function in healthy young adults. Physiological Reports, 10, e15389. https://doi.org/10.14814/phy2.15389