เฟรเซอร์ ไวท์ (Fraser White) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารของ EIM กล่าวว่า “การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ทำให้ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาของเราในการสร้างความยั่งยืนทางการศึกษา ความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และวิสัยทัศน์ในการบ่มเพาะพลเมืองโลกที่จะร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม เพราะเด็ก ๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อตัวพวกเขาและดีต่อโลกใบนี้”
โธมัส แบนยาร์ด ครูใหญ่ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ กล่าวว่า “สำหรับเรา ‘Students Come First’ คือหัวใจในการทำงานทุก ๆ วัน ตั้งแต่อากาศบริสุทธิ์ที่เด็ก ๆ ได้หายใจ ไปจนถึงคุณภาพการจัดการเรียนการสอน เราต้องการให้เด็ก ๆ แข็งแรง ปลอดภัย มั่นใจที่จะรับความท้าทายใหม่ ๆ ในการเรียนรู้ และเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเหตุใดการใส่ใจดูแลโลกใบนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ”
คณกร วัธนเวคิน กรรมการ บริษัท สากลสถาปัตย์ จำกัด กล่าวว่า “เรามุ่งหวังให้ครอบครัวในกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ในทำเลใกล้บ้าน ภายในสถานศึกษาที่มีสถาปัตยกรรมสะท้อนเอกลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมไทย ผสานกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างกลมกลืน พร้อมส่งเสริมความผูกพันและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน”
โรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 40 ไร่ (6.4 เฮกตาร์) บนทำเลทองย่านบางนา ตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านไทยดั้งเดิมสมัยอยุธยา วางกลุ่มอาคารแนวราบล้อมรอบลานชุมชนกลาง (Village Centre) ผสานหลังคาทรงไทยเข้ากับผนังอิฐสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของดัลลิชอย่างลงตัว พร้อมติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์ ระบบบำบัดน้ำเสีย วัสดุก่อสร้างปล่อยมลพิษต่ำ ตลอดจนระบบกรองอากาศและตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 โดยมีสวนพันธุ์ไม้เขตร้อนและพื้นที่กึ่งในร่มกึ่งกลางแจ้งทำหน้าที่เป็นห้องเรียนธรรมชาติ บ่มเพาะทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และความเป็นผู้นำในด้านวิชาการ
โรงเรียนมอบเส้นทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานหลักสูตรปฐมวัยแห่งสหราชอาณาจักร (EYFS) และหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของอังกฤษ (English National Curriculum) เสริมด้วยโปรแกรมภาษาไทย ภาษาจีนแมนดาริน กิจกรรมนอกหลักสูตรกว่า 100 รายการ การเรียนรู้แบบ STEAM และหลักสูตรการคิดเชิงวิพากษ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Critical Thinking Curriculum) ของ EIM สานต่อสถิติความสำเร็จจากเครือข่ายดัลลิช คอลเลจ อินเตอร์เนชั่นแนล (DCI) ที่ทำคะแนนเฉลี่ย IB Diploma ในปี 2569 ได้สูงถึง 37.34 คะแนน (เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 30.88 คะแนน) และมีนักเรียนได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก อาทิ Oxford, Cambridge, Columbia, Cornell, Dartmouth และ Stanford โดยปัจจุบันเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Year 7 (รองรับได้ 1,000 คนในเฟสแรก) และจะขยายต่อเนื่องจนถึง Year 13 ในหลักสูตร A-Level และ IB Diploma