เมื่อยอด Followers ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เผย 3 จุดเปลี่ยนของวิธีการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ไทย

เมื่อยอด Followers ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เผย 3 จุดเปลี่ยนของวิธีการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ไทย

เปิดอินไซต์น่าสนใจจากงานแถลงข่าวเปิดตัว AnotherDot End-to-End Influencer Marketing Platform

หนึ่งในความท้าทายของคนทำ Influencer Marketing คือการค้นหาครีเอเตอร์ให้ตรงกับโจทย์ของลูกค้า โดยเฉพาะแคมเปญที่ต้องใช้ Influencer หลักสิบถึงหลักร้อยคน ภายใต้เงื่อนไขทั้งกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และวัตถุประสงค์ของแบรนด์

ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Influencer Marketing ไทย ทั้งจำนวนครีเอเตอร์ เม็ดเงินโฆษณา และรูปแบบการร่วมงานที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่ Brand Awareness ไปจนถึง Affiliate Marketing การคัดเลือกคนให้เหมาะกับแต่ละแคมเปญจึงซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย

เพราะยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียวอาจบอกไม่ได้ว่าครีเอเตอร์เหมาะกับแบรนด์มากแค่ไหนการเลือก Influencer จึงต้องพิจารณาทั้งกลุ่มผู้ชม ไลฟ์สไตล์ ความเชี่ยวชาญ พื้นที่ และประสิทธิภาพของคอนเทนต์

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ว่า ท่ามกลางครีเอเตอร์จำนวนมาก แบรนด์จะค้นหาคนที่ใช่ได้อย่างไร และควรใช้ข้อมูลอะไรประกอบการตัดสินใจ

จาก Social Media สู่ Interest Media

เมื่ออัลกอริทึมเปลี่ยน วิธีเลือก Influencer ก็เปลี่ยนตาม

การเปลี่ยนผ่านจากยุค Social Media สู่ Interest Media กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคค้นพบคอนเทนต์ เมื่ออัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาตามความสนใจและพฤติกรรมการใช้งานมากขึ้น ทำให้ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามไม่มากก็มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากได้ หากคอนเทนต์ตรงกับความสนใจ 

เมื่อยอด Followers ไม่สามารถรับประกันยอดวิว Engagement หรือยอดขายได้ แบรนด์จึงเริ่มให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องระหว่างครีเอเตอร์ คอนเทนต์ และกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อวิธีที่แบรนด์เลือก Influencer อย่างไร?

จากข้อมูลการใช้งาน AnotherDot End-to End Influencer Marketing Platform ช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2569 ซึ่งมีการค้นหา Influencer มากกว่า 30,000 ครั้ง พบ 3 จุดเปลี่ยนสำคัญของรูปแบบการค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่สะท้อนทิศทางการเลือกครีเอเตอร์ของแบรนด์และเอเจนซี่

จุดเปลี่ยนที่ 1: แบรนด์มองหา Influencer ที่มีช่วงชีวิตและไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับลูกค้า

เมื่อยอด Followers ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เผย 3 จุดเปลี่ยนของวิธีการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ไทย

จากเดิมที่แบรนด์มักค้นหาครีเอเตอร์ตามหมวดหมู่กว้าง ๆ เช่น Beauty หรือ Lifestyle ปัจจุบันคำค้นเริ่มเจาะจงถึงช่วงวัยและรูปแบบการใช้ชีวิตมากขึ้น เช่น คุณแม่หลังคลอด คุณแม่อายุ 40–50 ปี หรือ Gen Z วัยทำงานที่สนใจความงาม

คำค้นเหล่านี้สะท้อนว่าแบรนด์กำลังเลือก Influencer โดยอิงจาก Consumer Segment มากขึ้น เพราะแม้จะเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน ผู้บริโภคแต่ละช่วงชีวิตก็มีความต้องการและเหตุผลในการตัดสินใจซื้อแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น แบรนด์สินค้าแม่และเด็กอาจมองหาครีเอเตอร์ที่มีประสบการณ์เลี้ยงลูกในช่วงวัยเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่แบรนด์ Skincare อาจเลือกผู้หญิงวัยทำงานที่มีปัญหาผิวและไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับลูกค้า เพื่อให้คอนเทนต์เชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของผู้ชม

การเลือก Influencer จึงเริ่มให้ความสำคัญกับความใกล้เคียงระหว่างตัวครีเอเตอร์กับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้แบรนด์สื่อสารได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

จุดเปลี่ยนที่ 2: จากคนดังสู่คนที่มีความเชี่ยวชาญ เมื่ออาชีพกลายเป็น Keyword ในการหา Influencer

เมื่อยอด Followers ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เผย 3 จุดเปลี่ยนของวิธีการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ไทย ลองคิดดูว่าหากแบรนด์ต้องการรีวิววัตถุดิบทำอาหาร ระหว่างครีเอเตอร์สาย Lifestyle กับเชฟที่ทำอาหารเป็นอาชีพ ใครจะสามารถอธิบายคุณสมบัติของสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากกว่ากัน?

ข้อมูลจาก AnotherDot พบการค้นหาครีเอเตอร์ตามอาชีพมากกว่า 30 อาชีพ ตั้งแต่แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักโภชนาการ เชฟ สถาปนิก ไปจนถึงเกษตรกร สะท้อนว่าแบรนด์กำลังให้ความสำคัญกับความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางในการเลือก Influencer

ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูล เหตุผล และหลักฐานประกอบการตัดสินใจซื้อมากขึ้น จนเกิดแนวคิดการมองผู้บริโภคกลุ่มนี้ว่าเป็น “นักวิทยาศาสตร์” ที่ต้องการรู้ว่าสินค้าดีอย่างไร มีข้อมูลอะไรสนับสนุน และใครเป็นคนยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูลนั้น

เมื่อผู้บริโภคต้องการเหตุผลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริงจึงกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญที่แบรนด์มองหาในการเลือก Influencer

จุดเปลี่ยนที่ 3: Local Creator ได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อแบรนด์เริ่มทำตลาดเจาะรายพื้นที่ 

เมื่อยอด Followers ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เผย 3 จุดเปลี่ยนของวิธีการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ไทย

ข้อมูลจาก AnotherDot พบการค้นหา Influencer ครอบคลุมเกือบ 40 จังหวัดทั่วประเทศไทย ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ภูเก็ต อุดรธานี บุรีรัมย์ และสงขลา โดยมีคำค้นเฉพาะพื้นที่ เช่น รีวิวร้านอาหารบุรีรัมย์ รีวิวร้านอาหารหาดใหญ่ หรือครีเอเตอร์ในบ่อวิน จังหวัดชลบุรี รวมถึงการค้นหาชื่อแบรนด์ควบคู่กับจังหวัด

รูปแบบคำค้นนี้สะท้อนความต้องการใช้ Local Creator ในการทำตลาดระดับพื้นที่ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ค้าปลีก และแบรนด์ที่มีหลายสาขา ซึ่งต้องการเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่เป้าหมายโดยตรง

ครีเอเตอร์ท้องถิ่นยังมีความคุ้นเคยกับภาษา วัฒนธรรม และพฤติกรรมของคนในพื้นที่ ทำให้สามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้ชมได้ เช่น การรีวิวร้านอาหาร สถานที่ หรือประสบการณ์ที่คนในจังหวัดนั้นรู้จัก

การทำ Influencer Marketing จึงเริ่มให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องเชิงพื้นที่มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ในหัวเมืองรองเข้ามามีบทบาทกับแคมเปญของแบรนด์ระดับประเทศ

ทั้ง 3 จุดเปลี่ยนนี้คืออินไซต์ที่สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์กำลังมีเงื่อนไขในการเลือก Influencer ละเอียดขึ้น ขณะที่จำนวนครีเอเตอร์ในตลาดก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อการเลือก Influencer ซับซ้อนขึ้น งานหลังบ้านของเอเจนซี่ก็เพิ่มขึ้นตาม

ยิ่งแคมเปญใช้ Influencer มากเท่าไร คนทำงานก็ยิ่งต้องใช้เวลาจัดการข้อมูลมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะแคมเปญที่ต้องใช้ครีเอเตอร์หลักสิบถึงหลักร้อยคน

ตั้งแต่การค้นหารายชื่อผ่าน Social Media หรือ Facebook Group เช็กข้อมูลและผลงานของแต่ละคน นำมาทำ Proposal เสนอลูกค้า ไปจนถึงการติดตามผลและสรุป Campaign Report ซึ่งหลายขั้นตอนยังต้องทำด้วยตัวเอง

แล้วถ้าใช้ AI เข้ามาช่วย จะลดเวลาทำงานได้แค่ไหน?

จากการทดสอบ Workflow ของ AnotherDot สำหรับแคมเปญที่ใช้ Influencer 50 คน พบว่าสามารถลดเวลาทำงานจาก ประมาณ 17 ชั่วโมง เหลือไม่ถึง 10 นาที โดยแบ่งเป็น

  • ค้นหา Influencer และข้อมูลโปรไฟล์: จาก 6 ชั่วโมง เหลือ 4 นาที
  • รวบรวมข้อมูลผลงานโพสต์: จาก 3 ชั่วโมง เหลือ 3 นาที
  • ทำ Proposal เสนอลูกค้า 20 สไลด์: จากอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เหลือไม่ถึง 1 นาที
  • สรุปผล Campaign Report: จาก 3 ชั่วโมง เหลือประมาณ 1 นาที

ผลการทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่า AI สามารถช่วยลดเวลาที่ใช้กับงานค้นหาและจัดการข้อมูล ทำให้ทีมมีเวลามากขึ้นสำหรับการวางแผนแคมเปญ เลือกครีเอเตอร์ที่เหมาะกับแบรนด์ และสร้างความสัมพันธ์กับ Influencer

จากการค้นหา Influencer สู่การจัดการทั้งแคมเปญด้วย Data และ AI

เมื่อแคมเปญหนึ่งต้องใช้ Influencer หลักสิบถึงหลักร้อยคน การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและเครื่องมือช่วยจัดการงานจึงมีความสำคัญมากขึ้น ตั้งแต่การหาคนที่ตรงโจทย์ วางแผนแคมเปญ เตรียมข้อมูลเสนอลูกค้า ไปจนถึงการวัดผลหลังจบงาน

AnotherDot จึงนำ Data และ AI เข้ามาช่วยจัดการกระบวนการทำงาน Influencer Marketing ผ่าน 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. Search - ค้นหาครีเอเตอร์ที่ตรงโจทย์: ค้นหาตามคุณสมบัติที่ต้องการ พร้อมดูข้อมูล Profile ประเภทคอนเทนต์ ยอดผู้ติดตาม และ Engagement เพื่อประกอบการคัดเลือก
  2. Planning - ใช้ AI ช่วยวางแผนแคมเปญ: ระบุ Brief กลุ่มเป้าหมาย ประเภท Influencer และงบประมาณ ให้ระบบช่วยค้นหาและจับคู่ครีเอเตอร์ที่เหมาะสม
  3. Proposal - เตรียมข้อมูลเสนอลูกค้า: นำรายชื่อและข้อมูลครีเอเตอร์มาสร้าง Presentation ที่สามารถปรับรูปแบบและสีตาม CI ของแบรนด์หรือเอเจนซี่
  4. Reporting - ติดตามและสรุปผลแคมเปญ: รวบรวม Performance ของโพสต์ ความคิดเห็น และ Sentiment เพื่อประเมินผลการทำงานของ Influencer แต่ละคน

สำหรับ AnotherDot ที่พัฒนาภายใต้ความร่วมมือของ Wisesight, iAM และ Plan B เป้าหมายคือการสร้าง Influencer Marketing Ecosystem ที่ช่วยเชื่อมทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่ค้นหา วางแผน ดำเนินแคมเปญ วัดผล ไปจนถึงการชำระเงินในอนาคต

ในช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2026 AnotherDot มีจำนวนผู้ใช้งานเติบโตถึง 1,400% พร้อมการค้นหา Influencer มากกว่า 30,000 ครั้ง และยอดรับชมรวมจากแคมเปญของลูกค้าบนแพลตฟอร์มกว่า 500 ล้านวิว สะท้อนการเติบโตของการใช้งานและความต้องการเครื่องมือที่ช่วยจัดการ Influencer Marketing

เมื่อแบรนด์มองหาครีเอเตอร์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งไลฟ์สไตล์ ความเชี่ยวชาญ และพื้นที่ การใช้ Data และ AI จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยค้นหา วางแผน และวัดผลแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โจทย์ต่อไปของ Influencer Marketing จึงอยู่ที่การค้นหาคนที่เข้าใจกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ และบริหารการทำงานร่วมกับครีเอเตอร์เหล่านั้นให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่: https://anotherdot.co/