19 ต.ค. 2569 | 11:25 น.

เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ ประเทศไทย ภายใต้ บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลังกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, โครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) และ ON Running จัดงานวิ่งการกุศล “Pink Ribbon Run 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในปีแรก โดยปีนี้มีนักวิ่งเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ที่ร่วมส่งต่อพลังแห่งความหวังและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ภายใต้แนวคิด “Early Detection Saves Lives” ที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา พร้อมนำรายได้ทั้งหมดจากการสมัครกว่า 2,068,900 บาท มอบให้แก่มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และภารกิจด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง
งาน Pink Ribbon Run 2026 จัดขึ้น ณ One Bangkok Boulevard โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งร่วมขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมาอย่างยาวนาน โครงการ วัน แบงค็อก ผู้เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงาน และ ON Running ผู้ร่วมสนับสนุนแคมเปญและกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันส่งต่อแนวคิดสำคัญว่า “ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษา” พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่รัก เพราะทุกก้าวของนักวิ่งมีความหมาย ทั้งในแง่ของการดูแลตัวเอง การสร้างความตระหนักรู้ และการสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
นางสาวทิพาภรณ์ อูนากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านมเป็นภารกิจที่เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ มุ่งมั่นสานต่อมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี เพราะเราเชื่อว่าการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้หญิงและคนในสังคมหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอและการให้ความสำคัญกับการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”
“Pink Ribbon Run เป็นมากกว่างานวิ่งการกุศล เพราะทุกก้าวของผู้เข้าร่วมงานคือพลังของการส่งต่อความหวังและกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและครอบครัว เราภูมิใจที่ได้เห็นทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้ โดยรายได้จากการจัดงานทั้งหมด 100% โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้แก่มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เราหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองและคนที่รัก พร้อมร่วมกันส่งต่อความตระหนักรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง”นางสาวทิพาภรณ์ กล่าวเสริม
ภายในงาน Pink Ribbon Run 2026 ยังมีเหล่าคนดังที่มาร่วมส่งต่อพลังบวก นำโดย พลอย–เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, เกรท–วรินทร ปัญหกาญจน์ และพอลลีน–พิมลพัชร์ ธนสุตยาภรณ์ ที่มาร่วมเป็นกระบอกเสียงรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ พลอย–เฌอมาลย์ ซึ่งมีประสบการณ์ตรงจากการรักษามะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ซึ่งมาร่วมวิ่งพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อส่งต่อกำลังใจและเชิญชวนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ โดย เกรท–วรินทร และพอลลีน–พิมลพัชร์ มาร่วมแบ่งปันแนวคิดการดูแลตัวเองในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่การดูแลผิวพรรณและความงาม การเสริมสร้างสุขภาวะที่ดี การออกกำลังกาย ไปจนถึงการสร้างสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ พร้อมตอกย้ำว่าการดูแลตัวเองไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงามภายนอก แต่คือการใส่ใจสุขภาพจากภายในและไม่ละเลยการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของงานคือการส่งต่อแนวคิด “Early Detection Saves Lives” หรือการตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา โดยเชิญชวนผู้หญิงและคนในสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ เพราะการใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของการดูแลตัวเองในระยะยาว แต่ยังเป็นการส่งต่อความห่วงใยให้แก่คนรอบข้าง ผ่านการแบ่งปันความรู้ที่ถูกต้องและการสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันในสังคม
ภายในงานยังมีของรางวัลพิเศษจาก ON Running ที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ให้กับนักวิ่ง โดย ON มอบรองเท้าวิ่ง Cloud X4 มูลค่าคู่ละ 6,200 บาท ให้แก่ผู้ทำเวลาได้อันดับที่ 1-10 ของการแข่งขันระยะทาง 10 กิโลเมตร ประเภทชายและหญิง รวม 20 รางวัล ขณะที่ผู้สมัครแพ็กเกจ VIP ยังได้รับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Estée Lauder Advanced Night Repair Pink Collection พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษตามแพ็กเกจ สะท้อนความร่วมมือของพาร์ทเนอร์ในการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพและการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
การจัดงาน “Pink Ribbon Run 2026” เป็นส่วนหนึ่งของ Breast Cancer Campaign ของเอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ ที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการต่อสู้กับมะเร็งเต้านม ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันผลักดันให้การดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากการส่งต่อกำลังใจแล้ว การเริ่มต้นดูแลตัวเองและการแบ่งปันความรู้ที่ถูกต้องยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคม