‘The Harvest Season’ เมื่อศิลปะเก็บเกี่ยวอดีต เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

‘The Harvest Season’ เมื่อศิลปะเก็บเกี่ยวอดีต เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

นิทรรศการของ อิบรอฮีม มะฮามา (Ibrahim Mahama) ณ Fondation Cartier กรุงปารีส ไม่ได้พาเพียงผลงานจากกานามาสู่เวทีโลก แต่ชวนรื้อฟื้นซากประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และองค์ความรู้จากคนต่างรุ่น ก่อนนำมาถักทอเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความร่วมมือที่เชื่อมผู้คนข้ามวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2027 พื้นที่ศิลปะร่วมสมัย ฟองดาซียง คาร์เทียร์ ปูร์ ลาร์ คงแตมโปแร็ง (Fondation Cartier pour l’art contemporain) กำลังเปิดพื้นที่ต้อนรับบทสนทนาทางความคิดครั้งสำคัญผ่านนิทรรศการ The Harvest Season ผลงานเดี่ยวในสเกลยิ่งใหญ่ครั้งแรกในฝรั่งเศสของ อิบรอฮีม มะฮามา (Ibrahim Mahama) ศิลปินชาวกานา พร้อมด้วยกลุ่มศิลปินร่วมสร้างสรรค์อีก 9 ราย

การเดินทางมาถึงของนิทรรศการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลงานทัศนศิลป์ทั่วไป แต่คือการตั้งคำถามอันลึกซึ้งต่อมิติของเวลา ความทรงจำ และมรดกทางสังคม ดังประโยคสะท้อนความคิดของมะฮามาที่ว่า

“ศักยภาพของอนาคตสามารถขุดค้นออกมาจากอดีต อนาคตไม่ใช่แค่สิ่งที่ ‘มีอยู่’ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แต่อยู่ในความทรงจำในอดีตของเรา ในรูปแบบของอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง”

คำกล่าวนี้ตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ประวัติศาสตร์ไม่ใช่ซากอารยธรรมที่ถูกสตัฟฟ์ไว้ในกาลเวลา หากแต่เป็นวัตถุดิบและแรงพลังสำคัญในการหล่อเลี้ยงอนาคตที่ยังรอการรังสรรค์

หากย้อนมองหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ ฟองดาซียง คาร์เทียร์ ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนบทสนทนาและการทดลองทางศิลปะมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 สถานที่แห่งนี้ถือเป็นผู้บุกเบิกการเปิดพื้นที่ให้แก่เสียงและมุมมองอันหลากหลายของศิลปินจากทวีปแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็น Seydou Keïta, Bodys Isek Kingelez, Malick Sidibé, J. D. ’Okhai Ojeikere หรือ Chéri Samba

มาในวันนี้ อิบรอฮีม มะฮามา กำลังสานต่อมรดกทางความคิดดังกล่าว ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่แห่งใหม่ทั้งหมดของฟองดาซียง คาร์เทียร์ ให้กลายเป็น "พื้นที่ที่มีชีวิตและเคลื่อนไหว" เพื่อเปิดบทสนทนาข้ามกาลเวลาและพรมแดนอีกครั้ง

ปรัชญา ‘ฤดูเก็บเกี่ยว’ 

ศิลปินชาวกานา อิบรอฮีม มะฮามา เกิดในปี ค.ศ. 1987 ที่เมืองทามาเล (Tamale) ทางตอนเหนือของประเทศกานา เขาได้รับการยกย่องในระดับสากลจากการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวบรวมวัสดุสะสม (collected materials) เอกสารคลังข้อมูลโบราณ (archives) ตลอดจนซากมรดกทางอุตสาหกรรมที่ถูกทอดทิ้ง สำหรับ มะฮามา วัตถุเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเศษซากจากอดีต แต่คือภาชนะบรรจุความทรงจำ บทบันทึกทางประวัติศาสตร์ และร่องรอยการสืบทอดงานฝีมือของผู้คน

นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา มะฮามาได้อุทิศตนให้แก่การสำรวจประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมและยุคหลังอาณานิคมของกานา ผ่านการหยิบยกระบบเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นมุมมองในการตั้งคำถาม เขานำวัสดุเหล่านี้มาชุบชีวิตใหม่เพื่อสร้างจินตนาการร่วมทางสังคม โดยเผยให้เห็นทั้งความต่อเนื่องและจุดเปลี่ยนผ่านทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจอย่างแหลมคม

คำว่า The Harvest Season หรือ "ฤดูเก็บเกี่ยว" จึงถูกใช้เป็นหมุดหมายและปรัชญาหลักของนิทรรศการครั้งนี้ สื่อถึงวัฏจักรแห่งการรังสรรค์อันละเมียดละไม เริ่มตั้งแต่การหว่านเมล็ดพันธุ์ทางความคิด การแลกเปลี่ยนทักษะความชำนาญ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือร่วมใจกันของกลุ่มคน

จิตวิญญาณแห่งการทำงานร่วมกันนี้มีรากเหง้าหยั่งลึกอยู่กับศูนย์ศิลปะสามแห่งที่มะฮามาก่อตั้งขึ้นในบ้านเกิด ณ เมืองทามาเล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 ได้แก่ Savannah Centre for Contemporary Art (SCCA), Red Clay และ Nkrumah Voli-ni ศูนย์ศิลปะเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่มีชีวิตสำหรับการสร้างสรรค์และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ไม่แยกขาดจากชุมชนท้องถิ่น 

การยกโครงสร้างความคิดจากทามาเลมาสู่อาคารฟองดาซียง คาร์เทียร์ ณ กรุงปารีส จึงเป็นการนำเอา "สถาปัตยกรรมทางปัญญา" และเครือข่ายความร่วมมือข้ามวัฒนธรรมมาเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันในสเกลระดับโลก

ผลงานไอคอนนิค: การรื้อถอนและก่อสร้างพื้นที่แห่งความหวัง

หัวใจสำคัญของนิทรรศการ The Harvest Season คือการนำผลงานระดับไอคอนนิคของ อิบรอฮีม มะฮามา มาปรับเปลี่ยนสเกลและนำเสนอในมิติใหม่ โดยเฉพาะผลงานศิลปะจัดวางเชิงสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเสพสร้างทางทัศนศิลป์ แต่คือการรื้อถอนซากอดีตเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

สภาแห่งภูตผี (Parliament of Ghosts) เป็นผลงานที่จำลองห้องประชุมรัฐสภาขึ้นจากม้านั่งไม้แบบดั้งเดิมของชาวอาซานเต (Asante) ซึ่งเชื้อเชิญให้ผู้เข้าชมลงไปนั่งสัมผัสด้วยตนเอง เมื่อห้องสภาว่างเว้นจากผู้แทนราษฎร ชิ้นงานนี้จึงกลายเป็นอุปมานิทรรศน์ถึงความเปราะบางของระบอบประชาธิปไตยและการล่มสลายของรัฐบาลจากเหตุรัฐประหารปี 1966 ในกานา แต่ในขณะเดียวกัน ตลอดช่วงเวลานิทรรศการ สภานี้กลับถูกชุบชีวิตให้เป็นโรงมหรสพที่มีชีวิตสำหรับการแสดงดนตรีสด นาฏการ การบรรยาย และการอภิปรายถกเถียงเชิงวิชาการ

‘The Harvest Season’ เมื่อศิลปะเก็บเกี่ยวอดีต เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

สรรพสิ่งล้วนพังทลายลง (Things Fall Apart) งานศิลปะจัดวางเชิงสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาที่ออกแบบสำหรับอาคารฟองดาซียง คาร์เทียร์ โดยจำลองโรงงานขวดแก้วเก่าจากตะวันตกเฉียงใต้ของกานาขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุจริง โรงงานแห่งนี้เปิดในยุคประธานาธิบดี Kwame Nkrumah เมื่อปี 1966 ก่อนจะถูกทิ้งร้าง มะฮามาได้ซื้อและรื้อถอนโครงสร้างเหล่านั้น ขนย้ายมายังเมืองทามาเล เพื่อแปลงสภาพซากอุตสาหกรรมในอดีตให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตและพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน

งานสิ่งทอบริเวณซุ้มโค้ง (Arcade Textile Installation) มะฮามา ยังได้สร้างสรรค์ผลงานสิ่งทอขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งบริเวณซุ้มโค้งส่วนหน้าของอาคารฟองดาซียง คาร์เทียร์ ซึ่งโดดเด่นและทอดสายตามองเห็นได้จากจัตุรัส Place du Palais-Royal

ผลงานเหล่านี้ได้เป็นการเปลี่ยนวัตถุโบราณและซากประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นพื้นที่เชิงศักยภาพที่เปี่ยมด้วยความหวังและชีวิต

วงมโหรีแห่งความคิด: 9 ศิลปินและกลุ่มศิลปินร่วมรังสรรค์

ความโดดเด่นของ The Harvest Season ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแสดงผลงานเดี่ยวของ อิบรอฮีม มะฮามา เท่านั้น หากแต่อยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้แก่ 9 ศิลปินและกลุ่มศิลปินร่วมจัดแสดง ผู้มีความผูกพันและถักทอบทสนทนาทางความคิดร่วมกับมะฮามามาอย่างยาวนาน การรวมตัวกันครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนวงมโหรีแห่งความคิดที่ขับขานร่วมกันในหลายมิติ

เริ่มจากช่างภาพระดับครู James Barnor (เกิดปี 1929) ประจักษ์พยานแห่งการสถาปนาประเทศกานาผ่านสตูดิโอ "Ever Young" นำผลงานภาพถ่ายวินเทจและแฟ้มภาพโพลารอยด์ขนาด 20x24 ที่สร้างสรรค์ร่วมกับมะฮามาในปี 2024 ณ เมือง Tamale มาจัดแสดง สะท้อนการส่งต่อสืบประสานทักษะข้ามรุ่นอย่างงดงาม

‘The Harvest Season’ เมื่อศิลปะเก็บเกี่ยวอดีต เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

Dorothy Akpene Amenuke ศาสตราจารย์หญิงคนแรกด้านศิลปะแห่งมหาวิทยาลัย KNUST และเป็นอาจารย์ของมะฮามา นำเสนอผลงานสิ่งทอขนาดใหญ่จากเส้นใยปอกระเจาและกระดาษทำมือเพื่อเข้าปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของฟองดาซียง คาร์เทียร์ 

‘The Harvest Season’ เมื่อศิลปะเก็บเกี่ยวอดีต เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

ขณะที่ Zohra Opoku ศิลปินชาวเยอรมัน-กานา นำเทคนิคพิมพ์สกรีนลงบนผ้าเก่าโบราณผสานงานปักละเอียดอ่อนและข้อความจากคัมภีร์โบราณมาสำรวจมิติแห่งอัตลักษณ์ส่วนบุคคล และ Gideon Appah จิตรกรชาวกานา นำภาพเขียนเหมือนฝันกว่าสามสิบชิ้นที่สร้างขึ้นจากคลังภาพโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์กานายุก 1950s–1980s มาจัดแสดงเป็นครั้งใหญ่ในยุโรป

‘The Harvest Season’ เมื่อศิลปะเก็บเกี่ยวอดีต เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต

สถาปนิก Courage Dzidula Kpodo และกลุ่ม Postbox Ghana ร่วมกันจัดแสดงไปรษณียบัตรและแสตมป์กว่าร้อยใบที่สะท้อนสถาปัตยกรรมแบบ Tropical Modernism พร้อมอาคารจำลองจากไร่โกโก้ ทางด้าน CATPC (กลุ่มศิลปะแรงงานไร่เพาะปลูกในคองโก) นำเสนอประติมากรรมจากโกโก้และงานเย็บปักบนผ้าปอกระเจา ซึ่งสืบเนื่องมาจากโครงการที่มะฮามาเคยนำกระสอบปอกระเจาไปคลุมศูนย์ศิลปะ White Cube ของพวกเขาร่วมกันในปี 2022 

รวมถึง Tjaša Rener ศิลปินชาวสโลวีเนีย นำเสนอผลงานวิจัยเชิงลึกว่าด้วยความสัมพันธ์ยุคสงครามเย็นระหว่างกานาภายใต้การนำของ Kwame Nkrumah และยูโกสลาเวียภายใต้การนำของ Tito ผ่านศูนย์ศิลปะขนาดจำลอง Tiny Gallery 

ปิดท้ายด้วย Feda Wardak สถาปนิกและศิลปินชาวฝรั่งเศส-อัฟกานิสถาน ที่ถ่ายทอดภาพยนตร์และงานสถาปัตยกรรมจัดวางเกี่ยวกับช่างขุดอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินในอัฟกานิสถาน เพื่อตั้งคำถามต่อการสูบสกัดทรัพยากรและความทรงจำร่วมของผู้คน

ศิลปินทั้ง 9 กลุ่มนี้ ไม่เพียงเติมเต็มมิติทางสุนทรียศาสตร์ของนิทรรศการ แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหมือน "เมล็ดพันธุ์" ที่ถูกเก็บเกี่ยวและหว่านร่วมกัน เพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะสามารถเป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามวัฒนธรรมได้อย่างไร้พรมแดน

เครือข่ายวัฒนธรรมอิสระและการขับขานทางสังคม

การขยายตัวของ The Harvest Season ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาณาบริเวณของอาคารฟองดาซียง คาร์เทียร์ หากแต่ส่งแรงสะเทือนเชื่อมโยงไปถึงนิเวศทางศิลปวัฒนธรรมอิสระที่กำลังเติบโตอย่างมีพลังทั่วทวีปแอฟริกา โดยศูนย์ศิลปะของ อิบรอฮีม มะฮามา ในเมืองทามาเล กำลังเปิดบทสนทนาข้ามพรมแดนร่วมกับสถาบันศิลปะอิสระระดับบุกเบิก อาทิ doual’art ในแคเมอรูน, Centre for Contemporary Art Lagos (CCA) ในไนจีเรีย, RAW Material Company ในเซเนกัล และ Nairobi Contemporary Art Institute (NCAI) ในเคนยา 

สถาบันเหล่านี้ต่างคิดค้นแบบอย่างทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนและหยั่งรากลึกอยู่กับชุมชน สะท้อนถึงอุดมคติทางการเมือง วัฒนธรรม และสังคมที่เคยก่อร่างขึ้นในยุคแห่งการประกาศเอกราชของชาติต่าง ๆ ในแอฟริกาช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960

นิทรรศการยังถูกเนรมิตให้กลายเป็นมวลพื้นที่แห่งเสียงเพลง ลีลาการเคลื่อนไหว และบทสนทนาทางปัญญาที่โอบล้อมผู้เข้าชม โดยมิติทางเสียงและโปรแกรมดนตรีได้รับการคัดสรรโดย Souleymane Said ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง Latency ผสานกับการแสดงสดโดย Julianknxx กวีและศิลปินวิดีโออาร์ต ร่วมกับ nora chipaumire นักออกแบบท่าเต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Festival d’Automne ในกรุงปารีส

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา "Le Temps de la Parole" รายการเสวนาและการอภิปรายถกเถียงสองช่วงที่จัดขึ้นร่วมกับเครือข่าย AFIELD เพื่อเจาะลึกธีมหลักของนิทรรศการ โดยเน้นย้ำถึงแนวคิดของการถ่ายทอดองค์ความรู้และการเรียนรู้ร่วมกันของคนต่างรุ่น

ตลอดจนถึงหนังสือแค็ตตาล็อกประกอบนิทรรศการที่จัดพิมพ์โดย Fondation Cartier รวบรวมบทสนทนาระหว่างภัณฑารักษ์กับศิลปินทั้ง 9 ราย พร้อมด้วยบทความโดย Dr. Bernard Akoi-Jackson ที่พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย KNUST ในเมืองคูมาซี เพื่อสร้างความเข้าใจต่อบริบททางปัญญาและสถาบันอันเป็นฐานรากของการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยกานา

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า ศิลปะของมะฮามาและเครือข่ายไม่ได้แยกขาดจากชีวิตประจำวัน หากแต่เป็นสถาบันทางสังคมที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งขับขานเสียงอันหลากหลายของผู้คนและชุมชนให้ออกมาร่วมสร้างอนาคต

ประวัติศาสตร์หล่อเลี้ยงอนาคต

นิทรรศการ The Harvest Season ของ อิบรอฮีม มะฮามา ณ ฟองดาซียง คาร์เทียร์ ไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายอันงดงามของการแสดงผลงานทัศนศิลป์ข้ามวัฒนธรรม แต่คือประจักษ์พยานแห่งการแปรรูป "อดีต" ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน "อนาคต"

วัสดุสะสมที่เคยถูกทอดทิ้ง โครงสร้างโรงงานที่แตกสลาย และร่องรอยประวัติศาสตร์จากยุคหลังอาณานิคม ถูกนำมารื้อถอน ก่อสร้าง และถักทอใหม่ด้วยมือของผู้คนหลากรุ่นหลายวัฒนธรรม เพื่อพิสูจน์ว่า การเก็บเกี่ยวทางศิลปะไม่ได้หมายถึงการเก็บรับผลผลิตเพื่อหยุดนิ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หากแต่คือการส่งต่อ "เมล็ดพันธุ์แห่งความคิด" และการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เมื่อประวัติศาสตร์ถูกนำมารดน้ำพรวนดินอีกครั้งด้วยความทรงจำและการร่วมมือร่วมใจ จึงกลายเป็นรากแก้วที่มั่นคง พร้อมจะชูลูกผลและผลิดอกออกใบในรูปของอนาคตที่ยังรอการรังสรรค์ อนาคตที่เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการรังสรรค์ไปด้วยกัน.

 

หมายเหตุท้ายบทความ: 

  • นิทรรศการ: The Harvest Season
  • ระยะเวลาจัดแสดง: 22 ตุลาคม 2026 – 28 กุมภาพันธ์ 2027
  • สถานที่: ฟองดาซียง คาร์เทียร์ ปูร์ ลาร์ คงแตมโปแร็ง (Fondation Cartier pour l’art contemporain) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  • ภัณฑารักษ์ (Exhibition Curators): Aby Gaye-Duparc (ดูแลส่วนผลงานของ Ibrahim Mahama), Jeanne Barral (ดูแลส่วนผลงานของศิลปินร่วมจัดแสดง) และ Chiara Agradi (ภัณฑารักษ์สมทบ ดูแลส่วนผลงานของ James Barnor)

กิจกรรมและจุดจัดแสดงพิเศษ:

Galerie Valois: นิทรรศการภาพถ่ายพอร์ตเทรตและแฟชั่นของ James Barnor ณ สถานีรถไฟใต้ดิน Palais-Royal – Musée du Louvre (ความร่วมมือกับ RATP) จัดแสดงตลอดช่วงเวลานิทรรศการ

หนังสือประกอบนิทรรศการ: แค็ตตาล็อกความยาว 276 หน้า รวบรวมบทสัมภาษณ์และบทเรียงความเชิงลึก จัดพิมพ์โดย Fondation Cartier