24 ก.ย. 2569 | 09:31 น.

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและ AI คำว่า “เอาตัวรอด” กำลังกลายเป็นโจทย์ที่ผู้คนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน
เมื่อแรงกดดันรอบตัวผลักให้แต่ละคนต้องคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองมากขึ้น การทำสิ่งที่ถูกต้อง การเห็นอกเห็นใจ การแบ่งปัน หรือการรับผิดชอบต่อผู้อื่น อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายเหมือนเดิม และในบางสถานการณ์อาจกลายเป็นสิ่งที่มี “ต้นทุน” สูงขึ้น
จึงเกิดเป็นคำถามสำคัญว่า “เมื่อต้นทุนของการทำสิ่งที่ถูกต้องสูงขึ้น เราจะเอาตัวรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง?”
คำถามดังกล่าวเป็นโจทย์ตั้งต้นของงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 “THE MORAL SURVIVAL : นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด” จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแวดวงร่วมกันถอดรหัสคำว่า “คุณธรรม” ผ่านแรงกดดันตั้งแต่ระดับบุคคลและความสัมพันธ์ ไปจนถึงวิกฤตภูมิอากาศ เศรษฐกิจ ธุรกิจ และความเปลี่ยนแปลงของโลก
โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “คนดีควรทำอะไร” แต่อยู่ที่ว่า ในโลกที่เงื่อนไขของการใช้ชีวิตกำลังเปลี่ยนไป เราจะสร้างสังคมที่ทำให้ผู้คนยังสามารถเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างไร
เวทีเริ่มต้นด้วย MORALITY IN SURVIVAL MODE : “คุณธรรมไทยในโลกที่บีบคั้นให้ต้องรอด” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ซึ่งนำสถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทยมาชวนสำรวจว่า ในวันที่ผู้คนต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน “คุณธรรม” จะยังสามารถทำหน้าที่เป็นหลักยึดในการใช้ชีวิตได้อย่างไร
จากผลสำรวจ ดัชนีชี้วัดคุณธรรมและทุนชีวิต ปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 39,490 ราย ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ซึ่งพิจารณาพฤติกรรมคุณธรรมผ่าน 5 มิติ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ และกตัญญู พบว่า คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมคุณธรรมของคนไทยอยู่ที่ 4.63 จากคะแนนเต็ม 6 อยู่ในระดับ “พอใช้”
เมื่อแบ่งประชากรศึกษาออกเป็น 3 ช่วงวัย พบว่า กลุ่มอายุ 13 - 24 ปี มีคะแนนเฉลี่ย 4.53 กลุ่มอายุ 25 - 40 ปี มีคะแนนเฉลี่ย 4.39 และกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป มีคะแนนเฉลี่ย 4.79 โดยทั้งสามช่วงวัยอยู่ในระดับ “พอใช้” เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของกลุ่ม วัยผู้ใหญ่ตอนต้น อายุ 25 - 40 ปี ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดในสามช่วงวัย กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่อยู่ท่ามกลางภาระหลายด้าน ทั้งการทำงาน การสร้างฐานะ การสร้างครอบครัว การเลี้ยงดูบุตร และการดูแลคนต่างรุ่น ขณะเดียวกันยังต้องรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
บริบทเหล่านี้ทำให้คำถามเรื่องคุณธรรมไม่ได้อยู่เพียงที่การ “รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด” แต่รวมไปถึงว่า คนคนหนึ่งจะรักษาหลักการนั้นไว้ได้อย่างไร เมื่อการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนต่อชีวิต การงาน หรือความสัมพันธ์
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของการส่งเสริมคุณธรรมในวันนี้ไม่ควรมุ่งเพียงการ “สอนเด็ก” แต่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงที่ “ผู้ใหญ่” โดยเฉพาะกลุ่มวัย 25–40 ปี ซึ่งเป็นทั้งกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และอยู่ในช่วงชีวิตที่ต้องรับผิดชอบทั้งคนรุ่นก่อนและคนรุ่นถัดไป
เมื่อพฤติกรรมของผู้ใหญ่มีส่วนต่อการเรียนรู้และการเติบโตของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นต้องเริ่มจากผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้แรงกดดันจากเศรษฐกิจ สังคม และความคาดหวังต่าง ๆ ถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไป
ขณะเดียวกัน โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้คุณธรรมหมดความหมาย แต่กำลังเปลี่ยน “วิธีทำความดี” และทำให้เส้นแบ่งของการตัดสินใจซับซ้อนขึ้น เมื่อผู้คนต้องอยู่ท่ามกลางข้อมูลจำนวนมหาศาล อัลกอริทึม โซเชียลมีเดีย และ AI คุณธรรมจึงต้องถูกแปลงจากหลักการไปสู่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่การรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ การเคารพผู้อื่น การรู้เท่าทันเทคโนโลยี การไม่เอาเปรียบ ไปจนถึงการตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนอื่น
ศูนย์คุณธรรมจึงเสนอให้การสร้างคุณธรรมในยุคใหม่ขยับจากการ “สอนให้เป็นคนดี” ไปสู่การสร้างเงื่อนไขที่ทำให้คนสามารถประพฤติดีได้จริง พร้อมรักษาจุดแข็งด้านความกตัญญูของสังคมไทย ส่งเสริมความพอเพียงและความสุจริต และเพิ่มวินัยและความรับผิดชอบ โดยเชื่อมโยงเรื่องคุณธรรมเข้ากับบริบทของชีวิตจริง
รวมถึงการเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อและ AI และสร้าง “ระบบนิเวศคุณธรรม” ผ่านความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคม เพื่อให้การทำสิ่งที่ถูกต้องสามารถเกิดขึ้นได้จริง แม้ผู้คนจะต้องเผชิญแรงกดดันของโลกยุคใหม่
จากสถานการณ์คุณธรรมในระดับบุคคล เวทีขยายไปสู่แรงกดดันระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมใน SURVIVE THE CLIMATE : “เมื่อภูมิอากาศวิกฤต เราจะผ่านความลำบากไปด้วยกันอย่างไร” โดย สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ Climate Finance Network Thailand (CFNT) และ ชณัฐ วุฒิวิกัยการ (KongGreenGreen) คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม
วงสนทนาชวนขยายความหมายของ “คุณธรรม” ไปสู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบตัว เพราะผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้ตกอยู่กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ประเด็น Climate Injustice จึงทำให้วิกฤตภูมิอากาศไม่ใช่เพียงโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงกับ “ความเป็นธรรม” ตั้งแต่คำถามว่าใครเป็นผู้สร้างผลกระทบ ใครเป็นผู้รับภาระ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ต้องคำนึงถึงการกระจายต้นทุนและประโยชน์อย่างเป็นธรรม
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า เราจะเอาตัวรอดจากโลกที่ร้อนขึ้นได้อย่างไร แต่เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างไร
เมื่ออัลกอริทึมทำให้เราอยู่ใน “ความจริงคนละใบ” คุณธรรมในความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร
อีกหนึ่งแรงกดดันที่ใกล้ตัวคือเรื่องของครอบครัวและความสัมพันธ์ ในวง SURVIVE TOGETHER : “เมื่อโลกบีบให้เราต้องรอด เราจะยังรักษาความสัมพันธ์และโอบกอดกันได้อย่างไร” โดย ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโฮสต์รายการ Open Relationship ร่วมกับ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ พิธีกร คุณพ่อลูก 4 และผู้ก่อตั้งเพจ Around the Learn
วงสนทนาชวนสำรวจความหมายของ “คุณธรรมในความสัมพันธ์” ในวันที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจ ความแตกต่างระหว่างคนต่างวัย เทคโนโลยี และโลกออนไลน์ กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้ชีวิตและมองความสัมพันธ์
โดยเฉพาะเมื่อโซเชียลมีเดียและอัลกอริทึมสามารถทำให้คนในครอบครัวหรือคนในสังคมรับข้อมูล มีประสบการณ์ และมองเห็น “ความจริง” แตกต่างกันมากขึ้น คำถามเรื่องคุณธรรมจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงว่าใคร “ถูก” หรือ “ผิด”
แต่รวมถึงว่า เราจะรับฟัง เคารพความแตกต่าง เคารพสิทธิ และสร้างขอบเขตในความสัมพันธ์อย่างไร เพื่อให้การอยู่ร่วมกันไม่กลายเป็นเพียงการอดทนต่อกัน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่สามารถโอบกอดความแตกต่างและผ่านวิกฤตไปด้วยกันได้
จากความสัมพันธ์ใกล้ตัว เวทีขยายภาพไปสู่แรงกดดันระดับโลกใน SURVIVE THE WORLD : “เมื่อโลกบอก ‘ตัวใครตัวมัน’ เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร” โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ นักบริหารและนักคิด และ รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วงสนทนาชวนวิเคราะห์แรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า มาตรการทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจ ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี ซึ่งกำลังทำให้ทั้งรัฐ ภาคธุรกิจ และผู้คนต้องเผชิญการตัดสินใจที่ซับซ้อนขึ้น
เมื่อแต่ละประเทศต้องปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง และธุรกิจต้องแข่งขันเพื่อความอยู่รอด คำถามเรื่อง “คุณธรรมของรัฐ” “ธรรมาภิบาล” และ “ความรับผิดชอบของธุรกิจ” จึงยิ่งมีความสำคัญ เพราะการเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายที่สุดภายใต้แรงกดดันของการแข่งขัน
โจทย์สำคัญจึงกลับมาที่คำถามว่า ในวันที่โลกผลักให้ทุกคนคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองก่อน เรายังสามารถรักษาความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และกติกาที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้หรือไม่
ทั้งหมดนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของ THE MORAL SURVIVAL ที่ไม่ได้มุ่งหาคำตอบเพียงว่า “คนดีควรทำอย่างไร” แต่ชวนมองลึกลงไปถึง “การออกแบบเงื่อนไขทางสังคม” ที่ทำให้ผู้คนยังสามารถเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้ แม้อยู่ท่ามกลางแรงกดดัน
เพราะเมื่อเศรษฐกิจบีบให้คนต้องแข่งขัน เมื่อวิกฤตภูมิอากาศสร้างภาระที่ไม่เท่าเทียม เมื่อเทคโนโลยีทำให้ผู้คนมองโลกแตกต่างกัน และเมื่อความสัมพันธ์ต้องเผชิญกับแรงกดดันรูปแบบใหม่ การส่งเสริมคุณธรรมอาจไม่สามารถฝากความรับผิดชอบไว้ที่ “ตัวบุคคล” เพียงอย่างเดียว
แต่ต้องรวมไปถึงการออกแบบ กติกา ระบบ และเงื่อนไขทางสังคม ที่ทำให้ผู้คนยังเหลือพื้นที่สำหรับความเห็นอกเห็นใจ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ การเคารพสิทธิและความแตกต่างของผู้อื่น
เพราะท้ายที่สุด การเอาตัวรอดอาจไม่ใช่การแข่งขันว่า “ใครจะรอดก่อน” แต่คือการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้เรายังสามารถ “รอดไปด้วยกัน” ได้
ทั้งหมดนี้จึงนำกลับมาสู่คำถามสำคัญของ THE MORAL SURVIVAL ว่า
“เราจะเอาตัวรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง?”
คำถามที่ไม่ได้มุ่งหาคำตอบสำเร็จรูป หากแต่ชวนให้สังคมกลับมาทบทวนความหมายของ “คุณธรรม” ในบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป และมองหานิยามของการอยู่ร่วมกันที่สอดคล้องกับความท้าทายของผู้คนในวันนี้
สามารถติดตามเนื้อหาจากวงเสวนา “THE MORAL SURVIVAL : นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด” ย้อนหลังได้ที่ YouTube Live: THE MORAL SURVIVAL (https://www.youtube.com/live/kZfRO5LulMI?si=QLks1fMw1bvSZdM6&utm_source=chatgpt.com)