THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

เมื่อโลกบีบให้ “ตัวใครตัวมัน” เราจะยังรอดไปด้วยกันได้หรือไม่? THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและ AI คำว่า “เอาตัวรอด” กำลังกลายเป็นโจทย์ที่ผู้คนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน

เมื่อแรงกดดันรอบตัวผลักให้แต่ละคนต้องคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองมากขึ้น การทำสิ่งที่ถูกต้อง การเห็นอกเห็นใจ การแบ่งปัน หรือการรับผิดชอบต่อผู้อื่น อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายเหมือนเดิม และในบางสถานการณ์อาจกลายเป็นสิ่งที่มี “ต้นทุน” สูงขึ้น

จึงเกิดเป็นคำถามสำคัญว่า “เมื่อต้นทุนของการทำสิ่งที่ถูกต้องสูงขึ้น เราจะเอาตัวรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง?”

คำถามดังกล่าวเป็นโจทย์ตั้งต้นของงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 “THE MORAL SURVIVAL : นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด” จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแวดวงร่วมกันถอดรหัสคำว่า “คุณธรรม” ผ่านแรงกดดันตั้งแต่ระดับบุคคลและความสัมพันธ์ ไปจนถึงวิกฤตภูมิอากาศ เศรษฐกิจ ธุรกิจ และความเปลี่ยนแปลงของโลก

โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “คนดีควรทำอะไร” แต่อยู่ที่ว่า ในโลกที่เงื่อนไขของการใช้ชีวิตกำลังเปลี่ยนไป เราจะสร้างสังคมที่ทำให้ผู้คนยังสามารถเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างไร

เปิดสถานการณ์คุณธรรมไทย

พบวัย 25 - 40 ปีมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดใน 3 ช่วงวัย

เวทีเริ่มต้นด้วย MORALITY IN SURVIVAL MODE : “คุณธรรมไทยในโลกที่บีบคั้นให้ต้องรอด” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ซึ่งนำสถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทยมาชวนสำรวจว่า ในวันที่ผู้คนต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน “คุณธรรม” จะยังสามารถทำหน้าที่เป็นหลักยึดในการใช้ชีวิตได้อย่างไร

จากผลสำรวจ ดัชนีชี้วัดคุณธรรมและทุนชีวิต ปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 39,490 ราย ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ซึ่งพิจารณาพฤติกรรมคุณธรรมผ่าน 5 มิติ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ และกตัญญู พบว่า คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมคุณธรรมของคนไทยอยู่ที่ 4.63 จากคะแนนเต็ม 6 อยู่ในระดับ “พอใช้”

เมื่อแบ่งประชากรศึกษาออกเป็น 3 ช่วงวัย พบว่า กลุ่มอายุ 13 - 24 ปี มีคะแนนเฉลี่ย 4.53 กลุ่มอายุ 25 - 40 ปี มีคะแนนเฉลี่ย 4.39 และกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป มีคะแนนเฉลี่ย 4.79 โดยทั้งสามช่วงวัยอยู่ในระดับ “พอใช้” เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของกลุ่ม วัยผู้ใหญ่ตอนต้น อายุ 25 - 40 ปี ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดในสามช่วงวัย กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่อยู่ท่ามกลางภาระหลายด้าน ทั้งการทำงาน การสร้างฐานะ การสร้างครอบครัว การเลี้ยงดูบุตร และการดูแลคนต่างรุ่น ขณะเดียวกันยังต้องรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บริบทเหล่านี้ทำให้คำถามเรื่องคุณธรรมไม่ได้อยู่เพียงที่การ “รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด” แต่รวมไปถึงว่า คนคนหนึ่งจะรักษาหลักการนั้นไว้ได้อย่างไร เมื่อการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนต่อชีวิต การงาน หรือความสัมพันธ์

“ผู้ใหญ่ต้องเปลี่ยนก่อน”

เมื่อพฤติกรรมวันนี้อาจถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของการส่งเสริมคุณธรรมในวันนี้ไม่ควรมุ่งเพียงการ “สอนเด็ก” แต่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงที่ “ผู้ใหญ่” โดยเฉพาะกลุ่มวัย 25–40 ปี ซึ่งเป็นทั้งกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และอยู่ในช่วงชีวิตที่ต้องรับผิดชอบทั้งคนรุ่นก่อนและคนรุ่นถัดไป

เมื่อพฤติกรรมของผู้ใหญ่มีส่วนต่อการเรียนรู้และการเติบโตของคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นต้องเริ่มจากผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้แรงกดดันจากเศรษฐกิจ สังคม และความคาดหวังต่าง ๆ ถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไป

THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้คุณธรรมหมดความหมาย แต่กำลังเปลี่ยน “วิธีทำความดี” และทำให้เส้นแบ่งของการตัดสินใจซับซ้อนขึ้น เมื่อผู้คนต้องอยู่ท่ามกลางข้อมูลจำนวนมหาศาล อัลกอริทึม โซเชียลมีเดีย และ AI คุณธรรมจึงต้องถูกแปลงจากหลักการไปสู่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่การรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ การเคารพผู้อื่น การรู้เท่าทันเทคโนโลยี การไม่เอาเปรียบ ไปจนถึงการตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนอื่น

ศูนย์คุณธรรมจึงเสนอให้การสร้างคุณธรรมในยุคใหม่ขยับจากการ “สอนให้เป็นคนดี” ไปสู่การสร้างเงื่อนไขที่ทำให้คนสามารถประพฤติดีได้จริง พร้อมรักษาจุดแข็งด้านความกตัญญูของสังคมไทย ส่งเสริมความพอเพียงและความสุจริต และเพิ่มวินัยและความรับผิดชอบ โดยเชื่อมโยงเรื่องคุณธรรมเข้ากับบริบทของชีวิตจริง

รวมถึงการเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อและ AI และสร้าง “ระบบนิเวศคุณธรรม” ผ่านความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคม เพื่อให้การทำสิ่งที่ถูกต้องสามารถเกิดขึ้นได้จริง แม้ผู้คนจะต้องเผชิญแรงกดดันของโลกยุคใหม่

เมื่อวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้สร้าง “ต้นทุน” ให้ทุกคนเท่ากัน

จากสถานการณ์คุณธรรมในระดับบุคคล เวทีขยายไปสู่แรงกดดันระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมใน SURVIVE THE CLIMATE : “เมื่อภูมิอากาศวิกฤต เราจะผ่านความลำบากไปด้วยกันอย่างไร” โดย สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ Climate Finance Network Thailand (CFNT) และ ชณัฐ วุฒิวิกัยการ (KongGreenGreen) คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

วงสนทนาชวนขยายความหมายของ “คุณธรรม” ไปสู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบตัว เพราะผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้ตกอยู่กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

ประเด็น Climate Injustice จึงทำให้วิกฤตภูมิอากาศไม่ใช่เพียงโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงกับ “ความเป็นธรรม” ตั้งแต่คำถามว่าใครเป็นผู้สร้างผลกระทบ ใครเป็นผู้รับภาระ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ต้องคำนึงถึงการกระจายต้นทุนและประโยชน์อย่างเป็นธรรม

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า เราจะเอาตัวรอดจากโลกที่ร้อนขึ้นได้อย่างไร แต่เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างไร

เมื่ออัลกอริทึมทำให้เราอยู่ใน “ความจริงคนละใบ” คุณธรรมในความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไร

อีกหนึ่งแรงกดดันที่ใกล้ตัวคือเรื่องของครอบครัวและความสัมพันธ์ ในวง SURVIVE TOGETHER : “เมื่อโลกบีบให้เราต้องรอด เราจะยังรักษาความสัมพันธ์และโอบกอดกันได้อย่างไร” โดย ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโฮสต์รายการ Open Relationship ร่วมกับ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ พิธีกร คุณพ่อลูก 4 และผู้ก่อตั้งเพจ Around the Learn

วงสนทนาชวนสำรวจความหมายของ “คุณธรรมในความสัมพันธ์” ในวันที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจ ความแตกต่างระหว่างคนต่างวัย เทคโนโลยี และโลกออนไลน์ กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้ชีวิตและมองความสัมพันธ์

THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อโซเชียลมีเดียและอัลกอริทึมสามารถทำให้คนในครอบครัวหรือคนในสังคมรับข้อมูล มีประสบการณ์ และมองเห็น “ความจริง” แตกต่างกันมากขึ้น คำถามเรื่องคุณธรรมจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงว่าใคร “ถูก” หรือ “ผิด”

THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

แต่รวมถึงว่า เราจะรับฟัง เคารพความแตกต่าง เคารพสิทธิ และสร้างขอบเขตในความสัมพันธ์อย่างไร เพื่อให้การอยู่ร่วมกันไม่กลายเป็นเพียงการอดทนต่อกัน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่สามารถโอบกอดความแตกต่างและผ่านวิกฤตไปด้วยกันได้

เมื่อโลกบอก “ตัวใครตัวมัน” รัฐ ธุรกิจ

และผู้คนจะเลือกอะไรระหว่าง “อยู่รอด” กับ “รับผิดชอบ”

จากความสัมพันธ์ใกล้ตัว เวทีขยายภาพไปสู่แรงกดดันระดับโลกใน SURVIVE THE WORLD : “เมื่อโลกบอก ‘ตัวใครตัวมัน’ เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร” โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ นักบริหารและนักคิด และ รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

THE MORAL SURVIVAL ชวนตั้งคำถามถึง “คุณธรรม” ในวันที่การทำสิ่งที่ถูกต้องอาจมีต้นทุนสูงขึ้น

วงสนทนาชวนวิเคราะห์แรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า มาตรการทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจ ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี ซึ่งกำลังทำให้ทั้งรัฐ ภาคธุรกิจ และผู้คนต้องเผชิญการตัดสินใจที่ซับซ้อนขึ้น

เมื่อแต่ละประเทศต้องปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง และธุรกิจต้องแข่งขันเพื่อความอยู่รอด คำถามเรื่อง “คุณธรรมของรัฐ” “ธรรมาภิบาล” และ “ความรับผิดชอบของธุรกิจ” จึงยิ่งมีความสำคัญ เพราะการเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายที่สุดภายใต้แรงกดดันของการแข่งขัน

โจทย์สำคัญจึงกลับมาที่คำถามว่า ในวันที่โลกผลักให้ทุกคนคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองก่อน เรายังสามารถรักษาความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และกติกาที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้หรือไม่

จาก “คนดีควรทำอะไร” สู่

“เราจะสร้างสังคมที่คนยังทำสิ่งที่ดีได้อย่างไร”

ทั้งหมดนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของ THE MORAL SURVIVAL ที่ไม่ได้มุ่งหาคำตอบเพียงว่า “คนดีควรทำอย่างไร” แต่ชวนมองลึกลงไปถึง “การออกแบบเงื่อนไขทางสังคม” ที่ทำให้ผู้คนยังสามารถเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้ แม้อยู่ท่ามกลางแรงกดดัน

เพราะเมื่อเศรษฐกิจบีบให้คนต้องแข่งขัน เมื่อวิกฤตภูมิอากาศสร้างภาระที่ไม่เท่าเทียม เมื่อเทคโนโลยีทำให้ผู้คนมองโลกแตกต่างกัน และเมื่อความสัมพันธ์ต้องเผชิญกับแรงกดดันรูปแบบใหม่ การส่งเสริมคุณธรรมอาจไม่สามารถฝากความรับผิดชอบไว้ที่ “ตัวบุคคล” เพียงอย่างเดียว

แต่ต้องรวมไปถึงการออกแบบ กติกา ระบบ และเงื่อนไขทางสังคม ที่ทำให้ผู้คนยังเหลือพื้นที่สำหรับความเห็นอกเห็นใจ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ การเคารพสิทธิและความแตกต่างของผู้อื่น

เพราะท้ายที่สุด การเอาตัวรอดอาจไม่ใช่การแข่งขันว่า ใครจะรอดก่อน” แต่คือการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้เรายังสามารถ “รอดไปด้วยกัน” ได้

ทั้งหมดนี้จึงนำกลับมาสู่คำถามสำคัญของ THE MORAL SURVIVAL ว่า
“เราจะเอาตัวรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง?”

คำถามที่ไม่ได้มุ่งหาคำตอบสำเร็จรูป หากแต่ชวนให้สังคมกลับมาทบทวนความหมายของ “คุณธรรม” ในบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป และมองหานิยามของการอยู่ร่วมกันที่สอดคล้องกับความท้าทายของผู้คนในวันนี้

สามารถติดตามเนื้อหาจากวงเสวนา “THE MORAL SURVIVAL : นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด” ย้อนหลังได้ที่ YouTube Live: THE MORAL SURVIVAL (https://www.youtube.com/live/kZfRO5LulMI?si=QLks1fMw1bvSZdM6&utm_source=chatgpt.com