Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

Dib Bangkok ปรากฏใน MV “SaWaDiKa” ของลิซ่า สะท้อนภาพ “Modern side of Bangkok” ผ่านศิลปะและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย พร้อมชวนชม “ชีวิต ชีวา Giving Life” 26 ก.ย. 2026 – 3 พ.ค. 2027

กรุงเทพฯ มีภาพจำมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวในแต่ละยุคสมัย และวันนี้ภาพของกรุงเทพฯ กำลังมีอีกหนึ่งมิติที่ชัดเจนขึ้นผ่านศิลปะ สถาปัตยกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เมื่อ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok)พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ปรากฏเป็นหนึ่งในสองโลเคชันหลักของ “SaWaDiKa” ซิงเกิลแรกจาก EP Album “PRESS PLAY” ของลิซ่า ซึ่งการที่ลิซ่าและทีมงานเลือกใช้พื้นที่ของ Dib Bangkok เป็นส่วนหนึ่งของมิวสิกวิดีโอ ไม่เพียงถ่ายถอดและนำเสนอเสน่ห์ของสถานที่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถสื่อสารภาพของกรุงเทพฯ ในมุมร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน ยังสะท้อนให้เห็นถึงการบรรจบกันของสองภาพแทนประเทศไทย ทั้งศิลปินไทยที่ก้าวไปสู่เวทีระดับโลก และพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่ต้องการพาศิลปะไทยไปเชื่อมต่อกับแวดวงศิลปะโลก 

จากภาพจำของกรุงเทพฯ ในแบบที่คุ้นเคยอย่าง หัวลำโพง ซึ่งสะท้อนความรุ่งเรืองและเรื่องราวของเมืองจากอดีต Dib Bangkok กำลังเป็นอีกภาพของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ที่ศิลปะ สถาปัตยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ เสมือนเป็นภาพสะท้อนของ “Modern side of Bangkok” ที่นำความเป็นไทยมาผสานเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่หยิบแรงบันดาลใจจากรูปทรงสถูปไทยและการตกแต่งแบบวัดไทยมาตีความใหม่ผ่านภาษาสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่ยังรวบรวมผลงานศิลปะกว่า 1,000 ชิ้น โดยศิลปินกว่า 200 คนจากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก สะท้อนบทบาทของ Dib Bangkok มิวเซียมแบบไม่แสวงหาผลกำไร ในฐานะพื้นที่ศิลปะที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ เข้ากับบทสนทนาทางศิลปะในระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี 

Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

ซึ่งภาพ Modern side of Bangkok นี้กำลังได้รับความสนใจจากนานาชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงปรากฏในเอ็มวีของลิซ่า Dib Bangkok ยังได้รับการกล่าวถึงจากสื่อระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน TIME’s World’s Greatest Places 2026 หนึ่งในจุดหมายระดับโลกที่ควรค่าแก่การไปเยือน ขณะที่นิตยสาร Monocle สื่อชั้นนำด้านธุรกิจ การออกแบบ และวัฒนธรรม ก็กล่าวถึง Dib Bangkok ในฐานะแลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรม พร้อมนิยามว่าเป็น “Thailand’s answer to New York’s MoMA”

Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

“Dib Bangkok” Art Museum ที่เชื่อมกรุงเทพฯ เข้ากับโลก

Dib Bangkok คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแบบไม่แสวงผลกำไร ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ นักธุรกิจและนักการศึกษา ผู้บ่มเพาะแนวคิดและก่อร่างสร้าง Dib Bangkok ขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างสถาบันศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติให้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ โดยนำแรงบันดาลใจจากความฝันของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ผู้เป็นบิดา ซึ่งจากไปเมื่อ 3 ปีก่อน (สิงหาคม 2023) มาต่อยอดและตีความใหม่ให้กลายเป็นรูปธรรมที่สอดคล้องกับโลกศิลปะในปัจจุบัน จนก่อเกิดเป็น Dib Bangkok ในฐานะพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่มุ่งเชื่อมโยงกรุงเทพฯ และศิลปะไทยเข้ากับเวทีศิลปะโลก ซึ่งกำลังจะมีอายุครบ 1 ปีในเดือนธันวาคม 2026 นี้ โดยมี ดร.มิวาโกะ เทสุกะ เป็นผู้อำนวยการคนแรกของพิพิธภัณฑ์

Art Museum ระดับนานาชาติแห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ด้วยพันธกิจในการเชื่อมโยงศิลปะไทยเข้ากับแวดวงศิลปะระดับโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้หยุดมอง เรียนรู้ ใคร่ครวญ และสร้างความสัมพันธ์กับศิลปะในหลากหลายมิติ ภายใต้ความตั้งใจที่จะทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่ศิลปะที่สามารถเชื่อมต่อและสนทนากับโลกได้อย่างร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นธรรมชาติของบริบทไทยไว้ และนอกจากนี้ในอีกมิติหนึ่ง Dib Bangkok ยังทำหน้าที่เป็น Art Community ผ่านกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี ตั้งแต่เสวนา เวิร์กช็อป ไปจนถึงการฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะมาก่อน เพราะเชื่อว่าศิลปะสามารถเป็นพื้นที่ของทุกคน และทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม สร้างบทสนทนา และค้นพบความสนใจของตัวเองได้ ด้วยเหตุนี้ Dib Bangkok จึงนับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย

ปัจจุบัน Dib Bangkok มีคอลเลกชันผลงานศิลปะมากกว่า 1,000 ชิ้น จากศิลปินกว่า 200 คนทั้งจากประเทศไทยและทั่วโลก โดยมุ่งนำเสนอผลงานที่ท้าทายการรับรู้ จุดประกายบทสนทนา เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตั้งคำถาม ตลอดจนมองโลกผ่านมุมมองที่หลากหลาย และไม่เพียงเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะ Dib Bangkok ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริมชุมชนสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ และสนับสนุนศิลปินไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับเวทีศิลปะนานาชาติได้อย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อว่าพิพิธภัณฑ์และศิลปะควรเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในการพบปะ เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และมีส่วนร่วม

Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

ทั้งนี้ในมุมของ Dib Bangkok การปรากฏอยู่ในผลงานของศิลปินไทยที่ทำงานในระดับสากล นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพิพิธภัณฑ์ในการนำเสนอกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่มีทั้งความเป็นสากลและรากทางวัฒนธรรมที่ชัดเจน เป็นพื้นที่ที่ศิลปะไทยสามารถพูดคุยกับโลกได้ โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งความเป็นตัวเอง 

โดย ภูรัตน์ “แฌง” โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง Dib Bangkok กล่าวว่า “Dib Bangkok รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าความเป็นไทยผ่านมิวสิกวิดีโอ ‘SaWaDiKa’ เพราะเป็นผลงานที่ฉายภาพความเป็นไทยในมุมที่ร่วมสมัย มีชีวิตชีวา และสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างเป็นธรรมชาติ การที่ศิลปินไทยอย่างลิซ่าสามารถนำเสนอเรื่องราวและอัตลักษณ์ของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติได้อย่างร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นไทยสามารถเดินทางไปสู่โลกได้อย่างกว้างไกล โดยยังคงรากและตัวตนของเราไว้ได้ ซึ่งนี่ก็เป็นความตั้งใจของ
Dib Bangkok เช่นกัน ที่อยากสร้างพื้นที่ให้ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์จากประเทศไทยได้เชื่อมต่อกับโลก และทำให้กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่สามารถนำเสนอเรื่องราวของเราในภาษาร่วมสมัยที่คนจากทั่วโลกเข้าถึงได้”

เปิดประสบการณ์ศิลปะ สถาปัตยกรรม และความคิดสร้างสรรค์ที่ Dib Bangkok 

สำหรับผู้ที่ได้เห็น Dib Bangkok ในมิวสิกวิดีโอ “SaWaDiKa” ภาพของอาคารและพื้นที่โดยรอบอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จัก Art Museum แห่งนี้ แต่เมื่อได้มาเยือนจริงจะพบว่าเบื้องหลังภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมีทั้งคอลเลกชันงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และแนวคิดในการสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่มีความชัดเจนในตัวเอง ตั้งแต่ตัวอาคารที่ออกแบบโดย กุลภัทร ยันตรศาสตร์ ผู้ก่อตั้ง WHY Architecture สถาปนิกชาวไทยผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบพื้นที่ศิลปะในสถาบันระดับนานาชาติ อาทิ ห้องจัดแสดง Michael C. Rockefeller ที่ The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met ในนิวยอร์ก และ Roma Antiquities Trail ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส 

โดยหนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นและสร้างภาพจำให้กับ Art Museum แห่งนี้คือ สระน้ำ Reflection Pool และ Chapel แกลเลอรีทรงกรวยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงสถูปไทย โดยนำรายละเอียดการตกแต่งแบบวัดไทยมาตีความใหม่ผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ขณะที่ Reflection Pool ทำหน้าที่สะท้อนตัวอาคาร แสง และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทำให้ภาพของ Chapel เปลี่ยนแปลงไปตามมุมมองและช่วงเวลาของวัน จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Sculpture Garden and Staircase บันไดวนที่เชื่อมพื้นที่ทั้งสามระดับของอาคารเข้าด้วยกัน โดยรูปทรงเกลียวได้รับการตีความใหม่ในแนวตั้ง เพื่อสื่อถึงความต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลง และความไร้ที่สิ้นสุด ขณะที่ Art Wall ความยาว 85 เมตร ก็เป็นกำแพงศิลปะที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เปลี่ยนพื้นที่บนผืนกำแพงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางศิลปะ ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ชมจะก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงภายใน

Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

นอกจากสถาปัตยกรรมแล้ว พื้นที่โดยรอบ Dib Bangkok ยังจัดแสดงผลงานศิลปะกลางแจ้งของศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยที่มีความโดดเด่น อาทิ Pars pro Toto โดย Alicja Kwade ผลงานจัดวางขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยลูกโลกหิน 11 ลูก กระจายตัวอยู่บนลานกลางแจ้งของมิวเซียม และยังมีผลงาน Straight Up โดย James Turrell ซึ่งนับเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ชิ้นแรกของศิลปินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สร้างประสบการณ์ผ่านแสง สถาปัตยกรรม และการมองเห็น ซึ่งจัดแสดงเคียงคู่ผลงาน Breast Stupa Topiary โดย พินรี สัณฑ์พิทักษ์ ศิลปินหญิงชาวไทยที่ผสานรูปทรงทรวงอกเข้ากับสถูป ชวนให้ผู้ชมครุ่นคิดถึงความเป็นหญิง จิตวิญญาณ และร่างกาย

ทั้งหมดนี้ทำให้ Dib Bangkok เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สถาปัตยกรรม ศิลปะ แสง และภูมิทัศน์ได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกัน และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้มาเยือนทุกคน

“ชีวิต ชีวา Giving Life” นิทรรศการที่ชวนสำรวจความหมายของการมีชีวิตผ่านศิลปะ

จากภาพของกรุงเทพฯ ร่วมสมัยที่ปรากฏผ่านสายตาของผู้คนทั่วโลก สู่พื้นที่จริงที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสศิลปะด้วยตัวเอง Dib Bangkok ชวนค้นพบอีกหนึ่งประสบการณ์พิเศษ ที่ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตได้ผ่าน “ชีวิต ชีวา Giving Life” นิทรรศการครั้งที่ 2 ของ Dib Bangkok ที่นำเสนอผลงานกว่า 160 ชิ้น จากศิลปินไทยและนานาชาติ 33 คน ถ่ายทอดเรื่องราวของการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ผ่านศิลปะ พร้อมไฮไลต์สำคัญอย่างผลงานมาสเตอร์พีซที่หาชมได้ยากของ Alexander Calder ศิลปินผู้พลิกโฉมโลกของประติมากรรมในศตวรรษที่ 20 ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2026 ถึง 3 พฤษภาคม 2027

Dib Bangkok ตอกย้ำภาพลักษณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ในเอ็มวี “SaWaDiKa” เพลงใหม่ลิซ่า กับบทบาทอาร์ตมิวเซียมที่ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางระดับโลก

ภูรัตน์ “แฌง” โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง Dib Bangkok กล่าวว่า “Dib Bangkok คือสถาบันที่มีชีวิต เติบโตไปพร้อมกับคอลเลกชัน ผู้ชม และบริบททางวัฒนธรรมรอบตัว นิทรรศการ ชีวิต ชีวา Giving Life คือก้าวใหม่ของการเดินทางนั้น ผมเชื่อว่ากรุงเทพฯ ควรมีพิพิธภัณฑ์ที่สามารถพูดคุยกับโลกในมาตรฐานเดียวกับเมืองศิลปะชั้นนำ โดยยังสะท้อนมุมมองของประเทศไทยอย่างเป็นธรรมชาติ” 

มาค้นพบกรุงเทพฯ ในอีกมุมหนึ่ง ที่ไม่ได้มีเพียงแลนด์มาร์กที่คุ้นตา แต่ยังมีพื้นที่ศิลปะ สถาปัตยกรรม และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่เชื่อมต่อกับโลกได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาสัมผัส เรียนรู้ และสร้างความสัมพันธ์กับศิลปะในแบบของตัวเอง ที่ Dib Bangkok ติดตามความเคลื่อนไหว และข้อมูลใหม่ ๆ ได้ทาง 

เว็บไซต์: www.dibbangkok.org

Instagram: www.instagram.com/dibbangkok

Facebook: www.facebook.com/DibBangkok