10 ส.ค. 2569 | 16:34 น.

Trip.com Group ประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานชายทั่วโลกสามารถลาไปดูแลบุตรหลังคลอดได้ โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในทุกภูมิภาค พร้อมเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 ซึ่งสะท้อนความคืบหน้าในการขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การเสริมพลังชุมชน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก
หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของรายงานฉบับนี้ คือการที่ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero จาก Science Based Targets initiative (SBTi) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงกรอบแนวคิด “Friendly Four” ของกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบด้วยการเป็นมิตรต่อครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางทั่วโลก
“การเดินทางเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนเข้าด้วยกัน และเราเชื่อว่าอนาคตของการเดินทางควรสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับทั้งโลกและสังคมด้วยเช่นกัน” เจน ซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group กล่าว พร้อมเสริมว่า “ด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเรา เรากำลังลงทุนในบุคลากร เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ และร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น”
นโยบายสนับสนุนครอบครัว
Trip.com Group ยังคงเดินหน้าสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรต่อครอบครัวผ่านโครงการเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตร (Childcare Subsidy) ซึ่งให้การสนับสนุนครอบครัวพนักงานแล้วกว่า 2,038 ครอบครัวนับตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยในปี 2025 มีพนักงาน 1,114 คนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ครอบคลุมบุตรกว่า 1,132 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 53 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ในช่วงปีที่รายงาน กลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาอัตราการกลับเข้าทำงานของพนักงานหญิงหลังลาคลอดไว้ที่ 100%
จากความมุ่งมั่นดังกล่าว Trip.com Group ได้ประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างทั่วโลก ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสิทธิที่กฎหมายแรงงานในแต่ละประเทศกำหนด โดยพนักงานที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จะได้รับสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน ระยะแรกเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมบางประเทศในภูมิภาคเอเชีย ก่อนทยอยขยายไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลกภายในปีนี้ นโยบายดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างสถานที่ทำงานที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและครอบครัว และสนับสนุนบทบาทของพนักงานในฐานะพ่อแม่
ควบคู่กับนโยบายดังกล่าว Trip.com Group ยังคงเดินหน้าส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในที่ทำงาน โดยผู้บริหารหญิงคิดเป็น 33.1% ของตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และ 52.3% ของตำแหน่งบริหารในสายงานหลักที่สร้างรายได้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในสายงานด้าน STEM โดยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในสายงานดังกล่าวคิดเป็น 33.0%
นโยบายเสริมพลังชุมชน
Trip.com Group เดินหน้าขยายโครงการที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ที่มีความหมายแก่ชุมชนท้องถิ่น
กลุ่มบริษัทยังคงพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนและจองการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านโครงการ Trip for Everyone ที่มุ่งยกระดับการเข้าถึงแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่มองเห็นได้ชัดเจน ตัวอักษรที่ปรับขนาดได้ รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ และการใช้งานผ่านแป้นพิมพ์ ส่งผลให้ได้รับรางวัล iF Design Award จากการออกแบบที่ช่วยให้นักเดินทางที่มีข้อจำกัดด้านร่างกายหรือข้อจำกัดด้านอื่น ๆ สามารถเดินทางได้อย่างอิสระมากขึ้น
Trip.com Group ยังคงขยายโครงการ Country Retreat อย่างต่อเนื่อง โดยช่วยสนับสนุนการจ้างงานทางอ้อมราว 11,000 ตำแหน่งในปีที่รายงาน ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้สร้างโอกาสการจ้างงานรวมประมาณ 51,000 ตำแหน่งให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และมีการจ้างพนักงานในพื้นที่อย่างน้อย 80% ในที่พักทั้ง 12 แห่งของโครงการ
เพื่อให้นักเดินทางสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ในยามฉุกเฉิน แพลตฟอร์ม Global SOS ได้รับการพัฒนาให้รองรับ 24 ภาษา และสามารถรองรับเหตุฉุกเฉินได้มากกว่า 20 รูปแบบ ภายในสิ้นปี 2025 แพลตฟอร์มดังกล่าวได้ให้ความช่วยเหลือนักเดินทางแล้วมากกว่า 23,000 ครั้ง ครอบคลุมกว่า 100 จุดหมายปลายทางทั่วโลก
นโยบายปกป้องอนาคตของการเดินทาง
Trip.com Group ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันให้การเดินทางแบบคาร์บอนต่ำเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้น
ในปีที่รายงาน เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Science Based Targets initiative (SBTi) ส่งผลให้ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero
กลุ่มบริษัทยังเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ครอบคลุมที่พัก เที่ยวบิน รถเช่า และรถไฟ โดยในปี 2025 มีผู้ใช้งานกว่า 2.74 ล้านคนเลือกเดินทางเพื่อธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ ส่งผลให้มียอดการจองการเดินทางแบบคาร์บอนต่ำรวมกว่า 23.44 ล้านรายการตลอดทั้งปี
เติบโตไปด้วยกันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
Trip.com Group ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการเติบโตระยะยาวของระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การยกระดับศักยภาพของจุดหมายปลายทาง และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก
ภายในงาน Global Partner Conference 2025 กลุ่มบริษัทได้เปิดตัวกองทุนนวัตกรรมการท่องเที่ยวมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการด้านการท่องเที่ยวเชิงนวัตกรรมและความร่วมมือข้ามภาคส่วน ซึ่งช่วยส่งเสริมรูปแบบการพัฒนาจุดหมายปลายทางรูปแบบใหม่ และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่นักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังสนับสนุนการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้วยการเชื่อมโยงธุรกิจท้องถิ่นเข้ากับนักเดินทางทั่วโลก โดย ณ สิ้นปี 2025 Trip.com Group มีบริการกิจกรรมในจุดหมายปลายทางกว่า 350,000 รายการ ครอบคลุมประสบการณ์ด้านอาหาร การช้อปปิ้ง ทัวร์แบบวันเดียว บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวและการแสดง ตลอดจนบริการไกด์ส่วนตัว ช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น