11 มิ.ย. 2569 | 11:21 น.

KEY
POINTS
บำบัดร่างกายและข้อต่อโดยมาเรีย ฮัซเซน (Maria Hussain)
วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 ณ เคมปินสกี้ เดอะ สปา
พบกับ มาเรีย ฮัซเซน (Maria Hussain) นักบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพศาสตร์และการเคลื่อนไหว ที่จะมาเปิดโปรแกรมการบำบัดแบบพิเศษที่เคมปินสกี้ เดอะ สปา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พกพาประสบการณ์กว่า 20 ปีในการรักษาร่างกาย พัฒนาการเคลื่อนไหว รวมถึงสร้างสมดุลให้กับร่างกายตามหลักสรีรศาสตร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายในการเคลื่อนไหว ผู้ที่ประสบปัญหาจาการออกกำลังกาย หรือผู้ที่พึ่งผ่านการผ่าตัดหรือทำคลอด เป็นต้น ทรีทเมนต์ทั้งหมดถูกออกแบบมาให้ร่างกายของมนุษย์กลับคืนสู่ความสมดุลตามแนวทางธรรมชาติอีกครั้ง และสร้างความรู้ความเข้าใจในร่างกายของเราให้มากขึ้น เพื่อการดูแลรักษาร่างกายในอนาคต
มาเรียให้บริการผ่านการบำบัดสองประเภท ได้แก่ “การบำบัดโครงสร้างร่างกาย” (Structural Integration) เน้นการบรรเทาอาการตึงและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ พัฒนาท่าทางและสรีระให้ดีขึ้น ผ่านการบำบัดจุดต่างๆ ของร่างกายที่อาจจะประสบปัญหาด้านการจัดเรียงกระดูกที่ไม่เป็นไปตามหลักการจัดสรีระหรือการบำบัดท่าทางของร่างกายที่อาจเป็นพิษต่อโครงสร้างร่างกายได้ในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านโครงสร้างของร่างกาย ผู้ที่มีปัญหาความเจ็บปวดเรื้อรังจากการใช้ร่างกายในท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของการเรียงตัวของกระดูกสันหลังหรือโครงสร้างส่วนอื่น หรือผู้ที่ออกกำลังกายบ่อยๆ
ชุดอาฟเตอร์นูนทีใหม่ ‘ที เอ็กเพรสชั่นส์’
วันนี้ – 31 กรกฏาคม 2569 ณ 1897 เลาจ์น
ชุดอาฟเตอร์นูนทีใหม่จาก 1897 เลาจ์น “ที เอ็กเพรสชั่นส์” (Tea Expressions) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การทำงานอันยาวนานในประเทศจีนของเชฟแฟรงก์ อิสเทล (Executive Pastry Chef Franck Istel) หัวหน้าพ่อครัวเบเกอรี่ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ พ่วงด้วยความรักที่มีต่อการทำขนมและวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวเอเชียที่มีมาอย่างยาวนาน โดยจะให้ความสำคัญกับการผสมผสานวัตถุดิบชั้นนำ อาทิ แพร์ ลิ้นจี่ ดอกหมื่นลี้ ดอกมะลิ เอิลเกรย์ ชาเขียว และอีกมากมาย ให้รสชาติเบา รับประทานง่าย อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้และผลไม้ พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ณ 1897 เลาจ์น ในราคา 1,450 บาท++ ต่อท่าน
ชุดอาฟเตอร์นูนทีชุดใหม่นำเสนอเมนูของคาวและของหวานหลากชนิด ที่เชฟแฟรงก์ อิสเทล ยังเลือกใช้ส่วนผสมของชาชนิดต่างๆ เช่น ชาเอิร์ลเกรย์ ชาอิงลิชเบรคฟาส ชามะลิ ชาเขียว และชาคาโมมายล์ นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมชาเขียวจากเมืองอูจิ (Uji Matcha) ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชาเขียวที่ดีที่สุด พร้อมเลือกรับประทานเมนูของหวานต่อได้ทันที รวมถึง ชูครีมไส้แพร์ เค้กอูจิมัทฉะและสตอร์วเบอร์รี เค้กช็อกโกแลตฝรั่งเศส แครมบรูว์เลรสเอิร์ลเกรย์ และ มูสลิ้นจี่และดอกหอมหมื่นลี้ ที่ต่างถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่สร้างสรรค์รสชาติให้สอดคล้องกัน
ห้องอาหารป๊อปอัพจิวาน บาย อลัง ดูคาส (Jiwan by Alain Ducasse)
1 – 14 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องอาหารอลาตี้
โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ต้อนรับห้องอาหารจิวาน (Jiwan) จากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก กับการเปิดประสบการณ์อาหารตะวันออกกลางร่วมสมัย ณ ห้องอาหาร อลาตี้ (ALATi) ระหว่างวันที่ 1 – 14 กรกฎาคม 2569 โดยห้องอาหารที่ตั้งอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกาตาร์ และได้รับการแนะนำโดย Michelin Guide แห่งนี้ จะนำเสนอแนวคิดอาหารตะวันออกกลางร่วมสมัยภายใต้วิสัยทัศน์ด้านอาหารของไอคอนแห่งวงการอาหารอย่าง อลัง ดูคาส (Alain Ducasse)
การมาเยือนครั้งนี้นำทีมโดย เชฟจูเลียน กิโยแรร์ (Julien Guilloret) หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารฯ ผู้ถ่ายทอดอาหารตะวันออกกลางผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยนำรสชาติ วัฒนธรรม และมรดกทางอาหารของภูมิภาคมาตีความใหม่ผ่านเทคนิคการปรุงที่อาศัยความประณีต การเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และแนวคิดด้านงานฝีมือที่สะท้อนเอกลักษณ์ของห้องอาหารจิวาน
เชฟจูเลียนสั่งสมประสบการณ์จากห้องอาหารชั้นนำในกรุงปารีส เฟรนช์ริเวียรา และนครดูไบ ก่อนดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าเชฟ ณ ห้องอาหารเลส์ ออมเบรส์ (Les Ombres) ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ศึกษาและซึมซับปรัชญาด้านอาหารของ อลัง ดูคาส อย่างลึกซึ้ง ปัจจุบันเชฟจูเลียน เป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิดด้านอาหารของห้องอาหารจิวาน ผ่านการผสมผสานวัฒนธรรม การเล่าเรื่อง และศาสตร์การทำอาหารร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
เมนูพิเศษที่พร้อมนำเสนอในครั้งนี้ ได้แก่ บรอกโคลีทาร์ตเลตและชิกพีปานิส (Broccoli Tartlet and Chickpea Panis), ปลาเก๋าทันดูรี (Hammour Tandoori), เลแวนทีนรากูต์ (Levantin Ragout), จิวานฮารีส (Jiwan Harees), ซุปฮาริรา (Harira Soup), ปลากะพงขาวเสิร์ฟพร้อมข้าวจิวานี (Cooked Sea Bream with Jiwani Rice) และเนื้อแกะตุ๋น (Slow-cooked Lamb Shoulder) ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของอาหารตะวันออกกลางผ่านรูปแบบการรับประทานร่วมกัน อันเป็นวัฒนธรรมสำคัญของภูมิภาค
อลัง ดูคาส ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในบุคคลสำคัญแห่งวงการอาหารโลก ด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ งานฝีมือ และการเคารพต่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม หลักการเหล่านี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมแนวคิดและประสบการณ์การรับประทานอาหารของห้องอาหารจิวานในปัจจุบัน
ห้องอาหารจิวาน ณ ห้องอาหารอลาตี้ เปิดให้บริการระหว่างวันที่ 1 – 14 กรกฎาคม 2569 (ยกเว้นวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคม) สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ โดยนำเสนอเมนูแชร์ริ่งสำหรับ 2 ท่านขึ้นไป ราคา 1,450 บาท++ ต่อท่านสำหรับมื้อกลางวัน และราคา 2,250 บาท++ ต่อท่านสำหรับมื้อค่ำ นอกจากนี้ยังมีเมนู อะ ลา คาร์ท ให้เลือกสั่งได้ในราคาเริ่มต้น 280 บาท++ ต่อจาน