ส่องสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครครองใจโซเชียล เมื่อ "เสียงหน้าจอ" กลายเป็นพลังเปลี่ยนเกมการเมือง

ส่องสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครครองใจโซเชียล เมื่อ "เสียงหน้าจอ" กลายเป็นพลังเปลี่ยนเกมการเมือง

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ได้ทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านเครื่องมือ Wisesight Bangkok Election พบประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากที่สุดคือ 1. ความทุจริตและความโปร่งใส 2. ฝุ่น PM2.5 3. ทางเท้าและความสะอาด 4. ค่าครองชีพ และ 5. ปัญหาน้ำท่วม

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ร้อนระอุ โดยโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นพื้นที่หลักที่สะท้อนทั้งความหวัง ความกังวล และเสียงเรียกร้องของประชาชนต่อศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในสนามที่มีแคนดิเดตกว่า 18 คน เรามาดูว่าใครกำลังสร้างกระแส และประเด็นไหนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์อยู่บ้าง

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ได้ทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านเครื่องมือ Wisesight Bangkok Election ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569 (ตัวเลขอัปเดตล่าสุด 7 มิ.ย. 2569 15:26 น.) พบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งด้วยจำนวนข้อความสูงถึง 2,584 ข้อความ สะท้อนให้เห็นว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักของสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารและนโยบายของแคนดิเดต 
  • TikTok แม้จะมีจำนวนข้อความน้อยกว่าที่ 530 ข้อความ แต่สร้างการมีส่วนร่วมต่อโพสต์ได้สูงที่สุดกว่า 1.2 ล้านเอนเกจเมนต์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการขยายกระแสความสนใจ โดยเฉพาะคลิปที่แคนดิเดตลงพื้นที่จริงซึ่งสร้างโพสต์ไวรัลได้ต่อเนื่อง
  • X ตามมาในฐานะข้อความที่ 613 ข้อความ สะท้อนว่าเป็นพื้นที่ของการวิเคราะห์เชิงลึกและการถกเถียงด้านนโยบาย

ใครคือผู้ครองเอนเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดีย?

ส่องสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครครองใจโซเชียล เมื่อ "เสียงหน้าจอ" กลายเป็นพลังเปลี่ยนเกมการเมือง

ส่องสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครครองใจโซเชียล เมื่อ "เสียงหน้าจอ" กลายเป็นพลังเปลี่ยนเกมการเมือง

อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (5.34 ล้านเอนเกจเมนต์)

จุดแข็งที่แท้จริงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้มาจากโฆษณาหรือสปอตหาเสียง แต่มาจาก "คอนเทนต์ชีวิตจริง" ที่ชาวโซเชียลผลิตและแชร์ต่อกันเองอย่างต่อเนื่อง ภาพที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วม ตอบปัญหาชาวบ้านด้วยตัวเอง และการวิ่งออกกำลังกายกลางเมือง กลายเป็นไวรัลหลายครั้ง

แพลตฟอร์มที่มีบทบาทมากที่สุดคือ Facebook และ TikTok ซึ่งทั้งสองช่องทางมีลักษณะผู้ใช้ที่แตกต่างกัน Facebook ครองกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัยทำงานและวัยกลางคน ขณะที่ TikTok เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจเพิ่งใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรก การที่ชัชชาติปรากฏตัวเด่นบนทั้งสองแพลตฟอร์มจึงหมายความว่าเสียงสนับสนุนมีความหลากหลายทางช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขเอนเกจเมนต์กว่า 5.34 ล้านสะท้อนให้เห็นว่า "ภาพลักษณ์ที่จับต้องได้" ยังคงเป็นพลังสำคัญในยุคที่ทุกคนมีเสียงบนโซเชียลมีเดีย และในบริบทของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่คือสัญญาณที่บอกว่าใครกำลัง "อยู่ในใจ" ของคนบนโซเชียล ณ ขณะนี้

อันดับ 2 ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ (214K เอนเกจเมนต์)

ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ถือเป็นแคนดิเดตที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มรอง เมื่อพิจารณาจากตัวเลขเอนเกจเมนต์เฉลี่ยต่อโพสต์ที่สูงถึง 544 ครั้ง ซึ่งเป็นอันดับ 2 รองจากชัชชาติเท่านั้น แม้ว่า ส่วนแบ่งเอ็นเกจเมนต์ โดยรวมจะอยู่ที่ 3.6% แต่ตัวเลขเอนเกจเมนต์ต่อโพสต์กลับสะท้อนให้เห็นว่าทุกครั้งที่ภาสพงศ์ปรากฏบนโซเชียล มักสร้างเอนเกจเมนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระแสบนโซเชียลของภาสพงศ์มีแนวโน้มเติบโตในกลุ่มผู้ที่ต้องการทางเลือกใหม่ที่ยังไม่ผูกติดกับพรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่การถกเถียงเรื่องนโยบายเมืองกำลังร้อนแรง 

ตัวเลขสองแสนเอนเกจเมนต์จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขความนิยม แต่คือสัญญาณว่ายังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมากหากสามารถขยายการรับรู้ในวงกว้างได้ก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569

อันดับ 3: ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข (197K เอนเกจเมนต์)

ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข ครองส่วนแบ่งเอ็นเกจเมนต์อยู่ที่ 3.2% ด้วยเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 256 ครั้งต่อโพสต์ แม้ตัวเลขจะน้อยกว่าภาสพงศ์ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือลักษณะของการพูดถึงที่มีความหลากหลายทั้งในแง่แพลตฟอร์มและกลุ่มผู้ใช้ ประเด็นที่ทำให้มัลลิกาถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษคือเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ใช้การเทคโนโลยี AI เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการจราจรในกรุงเทพฯ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ชี้ว่าฝุ่น PM2.5 คือประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากเป็นอันดับ 2 บนโซเชียลด้วยยอด 266 โพสต์ การที่มัลลิกาเชื่อมโยงตัวเองกับประเด็นเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องจึงเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการสร้างฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม

อันดับ 4: ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (165K เอนเกจเมนต์)

ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ครองส่วนแบ่งเอ็นเกจเมนต์ 2.7% ด้วยเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 104 ครั้งต่อโพสต์ ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่โดดเด่นในแง่ปริมาณ แต่เมื่อดูลักษณะของการพูดถึงบนโซเชียล กลับพบว่ากระแสของ ดร.โจ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงต้นมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงที่การถกเถียงเรื่องนโยบายเริ่มเข้มข้นมากขึ้น 

เมื่อดูในมิติของความรู้สึกของชาวโซเชียลพบว่าภาพรวม Sentiment ของ ดร.โจ อยู่ที่ -13 สะท้อนให้เห็นว่ามีทั้งกระแสสนับสนุนและวิจารณ์ปะปนกันอยู่พอสมควร ซึ่งในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณว่าแคนดิเดตรายนี้กำลังอยู่ในความสนใจของสาธารณะมากพอที่จะถูกวิเคราะห์และตั้งคำถาม มากกว่าการถูกมองข้ามไปโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

อันดับ 5: อนุชา บูรพชัยศรี (115K เอนเกจเมนต์)

อนุชาเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีภาพลักษณ์ของนักการเมืองผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารในระดับชาติมาก่อน ซึ่งอาจดึงดูดกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความต่อเนื่องในการบริหารเมืองได้ 

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสังเกตคือนโยบายด้านทางเท้าและความสะอาด ประเด็นนี้ยังเป็นประเด็นที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจและมีส่วนร่วมใน 3 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีประเด็นที่สามารถสร้างกระแสได้หากนำมาสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและตรงจุดมากขึ้น

5 ประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

ส่องสนามผู้ว่าฯ กทม. 2569 ใครครองใจโซเชียล เมื่อ "เสียงหน้าจอ" กลายเป็นพลังเปลี่ยนเกมการเมือง ตลอดช่วง 22 วันที่เก็บข้อมูล ตั้งแต่ 17 พฤษภาคม ถึง 7 มิถุนายน 2569 ประเด็นที่คนกรุงเทพฯ หยิบมาพูดถึงบนโซเชียลมีเดียอยู่แค่เรื่องตัวแคนดิเดตผู้สมัคร แต่สะท้อนปัญหาเมืองที่สะสมมานานและประชาชนยังรอการแก้ไขอย่างจริงจัง

ประเด็นที่ 1: ความทุจริตและความโปร่งใส (274 โพสต์)
ประเด็นที่ครองการสนทนาบนโซเชียลมากที่สุดคือเรื่อง "ความทุจริตและความโปร่งใส" กระแสเรื่องนี้ถูกพูดถึง 274 โพสต์ สะท้อนให้เห็นว่าก่อนที่คนกรุงเทพฯ จะฟังนโยบายใคร พวกเขาต้องการรู้ก่อนว่าแคนดิเดตรายนั้น "เชื่อถือได้แค่ไหน" เสียงบนโซเชียลส่วนใหญ่ไม่ได้หยุดแค่การวิจารณ์ แต่คือการตั้งคำถามต่อระบบและเรียกร้องให้แคนดิเดตคนใหม่พิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำที่จับต้องได้

ประเด็นที่ 2: ฝุ่น PM2.5 และมลพิษ (266 โพสต์)
ในขณะที่ฝุ่น PM2.5 ยังคงปกคลุมท้องฟ้ากรุงเทพฯ ทุกปี กระแสเอนเกจเมนต์จึงพุ่งไปที่ประเด็นนี้อย่างต่อเนื่องด้วย 266 โพสต์ โดยเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่หน้ากากอนามัย แต่เรียกร้องนโยบายเชิงระบบที่แก้ต้นตอ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าประชาชนเริ่มเชื่อมโยงปัญหาฝุ่นกับ "คุณภาพชีวิต" ที่ควรได้รับในฐานะประชาชนของ ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติที่ต้องยอมรับ

ประเด็นที่ 3: ทางเท้า ความสะอาด และขยะ (236 โพสต์)
ประเด็นทางเท้า ความสะอาด และขยะ ติดอันดับ 3 ด้วย 236 โพสต์ สะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน" มากกว่าที่หลายคนคาดคิด เพราะนี่คือสิ่งที่สัมผัสได้จริงทุกวัน ตั้งแต่ทางเดินหน้าบ้านไปจนถึงพื้นที่สาธารณะในชุมชน เสียงบนโซเชียลสะท้อนความคาดหวังว่าผู้ว่าฯ คนใหม่จะหยิบเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ขึ้นมาดูแลอย่างจริงจัง เพราะเมืองที่น่าอยู่มักเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่ทุกคนใช้ร่วมกัน

ประเด็นที่ 4: ค่าครองชีพและเศรษฐกิจ (226 โพสต์)
ค่าครองชีพและเศรษฐกิจกลายเป็นหนึ่งในนโยบายที่แคนดิเดตหลายรายหยิบมาใช้หาเสียง ด้วย 226 โพสต์บนโซเชียล สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานและยังคงอยู่ในความกังวลของคนกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาสินค้า ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือโอกาสทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็กในเมือง

การที่ประเด็นนี้ยังคงถูกพูดถึงอย่างมีต่อเนื่องบนโซเชียล บ่งบอกว่าคนกรุงเทพฯ ไม่เพียงแค่ติดตามว่าแคนดิเดตแต่ละคนพูดอะไร แต่กำลังจับตาดูด้วยว่านโยบายที่นำเสนอนั้นจะสามารถแก้ปัญหานชีวิตประจำวันได้มากแค่ไหน

ประเด็นที่ 5: น้ำท่วมและระบบระบายน้ำ (208 โพสต์)
น้ำท่วมและระบบระบายน้ำยังคงเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่เคยหายไป ประเด็นนี้ถูกพูดถึงด้วย 208 โพสต์ เพราะทุกครั้งที่ฝนตกหนัก สิ่งที่ตามมาแทบจะเป็นภาพเดิมซ้ำๆ ถนนที่กลายเป็นบึง น้ำที่ระบายไม่ทัน และความวุ่นวายในการเดินทางที่กระทบชีวิตประจำวันของคนนับล้าน

เสียงบนโซเชียลจึงไม่ได้แค่ระบายความอัดอั้น แต่สะท้อนความคาดหวังที่ชัดเจนว่าผู้ว่าฯ คนใหม่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน มากกว่าการรอให้น้ำลดเอง

สุดท้ายแล้วศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันในคูหา แต่กระแสบนโซเชียลมีเดียก็กำลังเกิดขึ้นไปพร้อมกัน ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียตลอด 22 วันที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นชัดว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงครองกระแสด้วยเอนเกจเมนต์กว่า 5.34 ล้านครั้ง ขณะที่แคนดิเดตอีกหลายรายกำลังสร้างฐานเสียงของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เสียงของคนกรุงเทพฯ บนโซเชียลสะท้อนความคาดหวังที่ลึกกว่าแค่การเลือกตัวบุคคล นั่นคือการเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ คนใหม่แก้ปัญหาที่สะสมมานาน ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ฝุ่นมลพิษ คุณภาพชีวิต และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าเสียงบนโซเชียลจะบอกอะไร วันที่ 28 มิถุนายนนี้ อย่าลืมเปลี่ยนเสียงบนโซเชียลมีเดีย  ให้เป็นหนึ่งสิทธิ์ในคูหา เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นจากการใช้สิทธิ์ของคุณ

 

ที่มาของข้อมูล

  • ติดตามข้อมูลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผ่านเครื่องมือของ Wisesight ได้ที่: https://bangkok-election.wisesight.com
  • ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียที่รวบรวมผ่านระบบ Social Listening (Zocial Eye) ของ Wisesight (Facebook, X, TikTok, YouTube, Instagram, สำนักข่าว, บล็อก และเว็บบอร์ด) ตามช่วงเวลาที่ระบุ โดยใช้คำค้นหาหลักคือ "ผู้ว่ากทม"
  • ข้อมูลรายชื่อ หมายเลขผู้สมัคร และกำหนดการเลือกตั้ง อ้างอิงจาก กกต. (รายงานโดย Thai PBS และไทยรัฐ)
  • ข้อมูลโพลอ้างอิงจากสวนดุสิตโพลและนิด้าโพล (ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม)
  • การคำนวณส่วนแบ่ง (Share of Voice): วัดจากสัดส่วนการพูดถึง (Mention) ชื่อของผู้สมัครแต่ละท่าน เปรียบเทียบเฉพาะในกลุ่มผู้สมัครที่ระบบติดตามเท่านั้น

ข้อควรระวังในการตีความข้อมูล

  • ปริมาณการพูดถึงไม่ได้สะท้อนคะแนนเสียง: จำนวน "การถูกพูดถึง" บนโซเชียลมีเดียไม่ได้หมายถึง "จำนวนคนที่จะเลือก" (โปรดเปรียบเทียบกับผลโพลในส่วนที่ 03)
  • ความรู้สึก (Sentiment): ระบบประเมินจากเฉพาะข้อความที่โพสต์เป็นหลัก จึงอาจสะท้อนไปทางกระแสข่าวมากกว่าความคิดเห็นโดยรวมของคนทั้งกรุงเทพฯ
  • การมีส่วนร่วม (Engagement): เป็นการนับเฉพาะยอดที่เกิดขึ้นบนโพสต์หลัก ซึ่งแพลตฟอร์ม X (Twitter) มักจะไม่เปิดเผยตัวเลขส่วนนี้