19 พ.ค. 2569 | 11:00 น.

เวลาบนท้องถนนทุกนาทีล้วนมีค่า โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ เพราะนั่นคือโอกาสทองในการสร้างรายได้ แต่มีไรเดอร์กลุ่มหนึ่งที่เลือก “เสียสละ” เวลาในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน โดยไม่เคยคาดหวังคำขอบคุณหรือค่าตอบแทนใด ๆ พวกเขาเหล่านี้เรียกตัวเองว่า “GrabRanger” กลุ่มไรเดอร์จิตอาสา ที่จะคอยช่วยเหลือกันในคอมมูนิตี้คนขับ รวมถึงผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ ที่พวกเขาพบเห็น แม้จะมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ GrabRanger มีเหมือนกันคือ “จิตสาธารณะ” ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งช่วยเติมเต็มวันดี ๆ ให้กับพวกเขาและส่งต่อพลังบวกให้เกิดขึ้นในสังคมในฐานะ “ฮีโร่แห่งท้องถนน”
จากวันที่ไม่มีใครหยุดช่วย…สู่คนที่ไม่เคยละเลยใคร
จุดเริ่มต้นกลุ่ม GrabRanger เริ่มจาก “ประสบการณ์ตรง” ของ เชิดชัย ภานุวงศ์ หรือ “พี่เชิด” ไรเดอร์วัย 58 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง GrabRanger ที่เคยเผชิญปัญหาบนถนนเพียงลำพัง
“ตอนนั้นผมน้ำมันหมดกลางทาง ต้องเข็นรถบนถนนอยู่คนเดียวไกลมากๆ มีรถเป็นร้อยๆ คันที่ขับผ่านมาก็ขับผ่านไปเฉย ๆ ไม่มีใครช่วยเลย มันรู้สึกท้อใจมาก แต่แล้วก็มีคนหนึ่งยอมจอดลงมาช่วยเข็นรถผมไปด้วยกันจนถึงปั๊มใกล้เคียง วินาทีนั้นผมรู้สึกตื้นตันมาก มันเปลี่ยนความรู้สึกผมไปเลยทำให้ผมตั้งใจว่า หากมีโอกาสจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญปัญหาแบบเดียวกันอีก ตั้งแต่นั้นมา วันไหนที่ผมเจอคนที่ลำบากบนท้องถนนแล้วผมพอจะช่วยได้ ผมจะช่วยทันทีโดยไม่ลังเล”
นับจากวันนั้น พี่เชิดเดินหน้าช่วยเหลือสังคมเป็นชีวิตจิตใจ โดยแบ่งเวลาจากการวิ่งงานมาเป็นไรเดอร์จิตอาสาจนได้เจอกับเพื่อนไรเดอร์ที่มีแนวคิดเดียวกันอีกหลายคน จากการช่วยเหลือกันแบบเล็กๆ ของไรเดอร์ไม่กี่คนก็ค่อย ๆ ขยายเป็นกลุ่มก้อนที่แข็งแรงขึ้น จนรวมตัวกันเป็นกลุ่ม GrabRanger ในปีที่ผ่านมา (2568)
วันนี้ GrabRanger ได้กลายเป็นเครือข่ายที่มีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ไปจนถึงปริมณฑล โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการรับแจ้งเหตุและประสานงาน เพื่อให้ไรเดอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นพื้นที่ในการแชร์และโพสต์คอนเทนต์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการส่งเสริมจิตอาสาและช่วยเหลือสังคมให้กับคนอื่น ๆ
ผู้รับ (ความช่วยเหลือ) อุ่นใจ แต่ผู้ให้สุขใจยิ่งกว่า
สำหรับ GrabRanger “ความช่วยเหลือ” ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่กลุ่มไรเดอร์ด้วยกัน แต่ครอบคลุมไปถึงคนบนท้องถนนที่พวกเขาพบเจอและสามารถช่วยได้ เพราะเหตุฉุกเฉินสามารถเกิดได้กับทุกคน
อนุกูล คชฤทธิ์ หรือ “พี่สมดุ่ย” ไรเดอร์รุ่นใหม่ไฟแรงวัย 30 ปีที่เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีม GrabRanger เล่าถึงบทบาทในทีมว่า “ผมเป็นหนึ่งในทีมแอดมินที่ดูแลเรื่องประสานงาน ตั้งแต่รับแจ้งเหตุ และแจ้งไปยังคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หลายครั้งก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยหน้างานด้วยตัวเอง เราช่วยทุกคนที่เจอ ไม่เฉพาะไรเดอร์เหตุที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะมีทั้งน้ำมันหมด ยางรั่ว ยางแตก แบตรถหมด ไปจนถึงอุบัติเหตุเฉี่ยวชน เราก็ช่วยหมด”
ไม่ต้องกังวลหลายเรื่องพร้อมกัน บางเคสก็ช่วยแบ่งน้ำมันให้คนที่น้ำมันหมดกลางทาง หรือช่วยคนที่รถเสียตอนฝนตกกลางดึก บางคันก็ไปไหนไม่ได้ตากฝนอยู่กับลูกเล็กๆ เราก็ไปช่วยให้เขาได้กลับบ้านปลอดภัย”
“มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ นะครับ แต่มันสำคัญมากสำหรับคนที่กำลังเจอปัญหาอยู่ตอนนั้น บ่อยครั้งผมก็รับรู้ว่าคนที่ได้รับความช่วยเหลือเขามีความสุขมากที่มีคนมาช่วย แต่พอกลับบ้านไปผมพบว่าใจผมมีความสุขมากมันเป็นความรู้สึกดี ๆ ที่เกินความคาดหมาย นึกถึงทีไรก็รู้สึกดีกับตัวเอง” พี่สมดุ่ยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“พลังจิตอาสา” ส่งต่อได้ ไม่สิ้นสุด
สำหรับ พงษ์ศักดิ์ คันธโชติ หรือ “พี่ฮาท” ไรเดอร์วัย 51 ปี การช่วยเหลือผู้อื่นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเขาเคยทำกิจกรรมจิตอาสามาก่อนมากมายนับไม่ถ้วน “จริงๆ ผมทำจิตอาสามานานแล้วครับ เช่นเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่างตึกถล่มก็ได้เข้าไปช่วยเหลือคนหน้างาน ถึงจะต้องเสียเวลางานไปบ้าง แต่เราก็อยากช่วย เพราะผมอยากเห็นสังคมของเราน่าอยู่ขึ้นจากการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” พี่ฮาทกล่าว
เมื่อมาเข้าร่วม GrabRanger เขาเห็นโอกาสในการขยายพลังเล็กๆ นี้ให้กว้างขึ้น ผ่านการทำคอนเทนต์ในทีมเพื่อแชร์เรื่องราวของพวกเขาให้มีคนเห็นมากขึ้น เป็นการชักชวนคนที่มีจิตอาสาเหมือนกันมาเข้าร่วมทีม GrabRanger พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างให้สังคมเห็นว่ายังมีกลุ่มคนอย่างพวกเขาที่พร้อมเคียงข้างและช่วยเหลือกัน
ในทุกเส้นทาง
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันนั้น สู่ GrabRanger ในวันนี้ที่เติบโตเกินความคาดหมาย โดยพี่ฮาทกล่าวอย่างภูมิใจว่า “GrabRanger มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีมากกว่า 1,300 คนแล้ว กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ กว่า 50 เขต รวมถึงปริมณฑล แล้วเพจของเราที่ตอนแรกคิดว่าคงมีคนติดตามแค่หลักพัน แต่ตอนนี้พุ่งไปถึง 2 หมื่นกว่าคน ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่สะท้อนว่ามีหลายคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำจริง ๆ”
“แปลกนะ ผมไม่เคยจำได้ว่าเคยไปช่วยใครบ้าง แต่หลายคนตอนเขามาเจอผม เขาจะจำผมได้แม่น บอกว่าเราเคยช่วยเหลือเขานะแล้วก็ยิ้มใหญ่เลย ทำให้เราใจฟูมาก บางคนกลับมาขอบคุณ มาทักทายเรา หรือกลับมาร่วมทีมกับเราด้วยก็มี มันเหมือนเป็นการส่งต่อสิ่งดีๆ กันไปเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด” พี่ฮาท กล่าวเสริม
เป้าหมายต่อไปของ GrabRanger คือการขยายเครือข่ายนี้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อคอยช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนในทุกพื้นที่ มอบความอุ่นใจให้ทุกคนบนทุกเส้นทาง ตามสโลแกนของทีม #ถึงขับไม่ซิ่งแต่น้ำใจพี่วิ่งไม่หยุด #ทุกเส้นทางเราพร้อมเคียงข้างคุณ
“แค่เรามีจิตอาสา ยอมเสียสละเวลาวิ่งงานบ้าง แล้วลงมือทำโดยไม่หวังอะไรตอบแทน สังคมมันจะดีขึ้นได้จริง ๆ และเราก็มีความสุขกับสิ่งที่เราทำด้วยครับ” พี่ฮาท กล่าวทิ้งท้าย