Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

จาก ‘เทศกาลดนตรี’ สู่ ‘พื้นที่ใช้ชีวิต’ Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

กรุงเทพฯ — หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทศกาลดนตรีช่วงสงกรานต์ในประเทศไทยยังแข่งขันกันด้วย Line up ศิลปิน เป็นหลัก แต่ในวันนี้ สมรภูมิได้ขยับไปไกลกว่านั้น สู่การออกแบบประสบการณ์ที่ครอบคลุมและยาวนานมากขึ้น

“SIAM Songkran Music Festival 2026” ของ One Asia Ventures คือหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

จาก Music Festival สู่ Holiday Lifestyle Festival ที่พยายามนิยามบทบาทของตัวเองใหม่ ในฐานะพื้นที่ใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในช่วงวันหยุด การขยับครั้งนี้สอดคล้องกับเทรนด์ Experience Economy ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาความบันเทิงแบบช่วงเวลา แต่ต้องการ อยู่ในประสบการณ์ ตลอดทั้งวัน  และนี่คือโจทย์ที่ผู้จัดงานจำนวนมากยังพยายามหาคำตอบ

Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

ในมุมนี้ SIAM Songkran 2026 แสดงให้เห็นความพยายามในการต่อยอดเชิงโครงสร้าง มากกว่าการขยายขนาดงานเพียงอย่างเดียว ผ่านแนวคิด Day-to-Night Experience ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 11–14 เมษายน 2569 ที่เชื่อมโยงกิจกรรมช่วงกลางวันและกลางคืนเข้าด้วยกันอย่างมีทิศทาง ตั้งแต่ Cultural Parade, Muay Thai Show และ Wellness Experience ในช่วงกลางวัน ไปจนถึงไลน์อัพศิลปินระดับโลกในช่วงค่ำ เทศกาลกำลังพยายามสร้างสิ่งที่มากกว่า “ช่วงพีค” แต่คือ “ความต่อเนื่อง” ของประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ การขยายจากเทศกาลดนตรี ไปสู่ Lifestyle Ecosystem ที่รวมดนตรี แฟชั่น อาหาร และวัฒนธรรมร่วมสมัยไว้ในพื้นที่เดียว จะสามารถสร้างความแตกต่างได้มากน้อยเพียงใด ในบริบทที่หลายเทศกาลในภูมิภาคเริ่มขยับไปในทิศทางเดียวกัน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สะท้อนความพยายามในการอ่านเทรนด์ คือ Coffee Party หรือ Coffee Rave ซึ่งตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับ daytime social experience และไลฟ์สไตล์ที่สมดุลมากขึ้น แม้รูปแบบนี้จะเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตในหลายเมืองทั่วโลก แต่ความท้าทายอยู่ที่การทำให้มัน “ไม่ใช่แค่กิมมิก” และสามารถต่อยอดเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในระยะยาว

Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

ในเชิงเศรษฐกิจ เทศกาลคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมากกว่า 300 ล้านบาท จากผู้เข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน และสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 50% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนบทบาทของเทศกาลในฐานะ Event Tourism Driver ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจหลายภาคส่วน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ชวนให้ตั้งคำถามต่อไปว่า โมเดลการเติบโตของเทศกาลในประเทศไทย จะสามารถพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ได้อย่างไร ทั้งในแง่ของประสบการณ์ คุณค่า และผลกระทบในระยะยาว

สิ่งที่ SIAM Songkran ทำได้ชัดเจนในปีนี้ คือการแสดงให้เห็นถึง “ความตั้งใจในการยกระดับ” ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบประสบการณ์ การสร้างความร่วมมือกับแบรนด์ไทยในกลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ หรือการวางตำแหน่งตัวเองในฐานะแพลตฟอร์มของ Creative Economy และ Soft Power ในขณะที่ช่วงค่ำ เทศกาลยังคงรักษาความแข็งแรงของ Music Festival ผ่านไลน์อัพศิลปินระดับโลกมากกว่า 36 ชีวิต นำโดย Martin Garrix, Marshmello, Artbat B2B Rehab, John Summit ซึ่งยังคงเป็นแรงดึงดูดหลักของผู้ชมในระดับภูมิภาค

Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

 

รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร One Asia Ventures กล่าวว่า

“SIAM Songkran ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงเทศกาลดนตรี แต่คือการยกระดับสงกรานต์ของไทยสู่มาตรฐานระดับสากล เราต้องการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน และได้รับคุณค่าที่มากกว่าความบันเทิง”

ในภาพรวม SIAM Songkran 2026 อาจยังอยู่ในช่วงของ “การทดลองและขยายขอบเขต”

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนึ่งในเทศกาลที่กำลัง “ขยับเกม” ของอุตสาหกรรม และเป็น case study สำคัญของการพัฒนาเทศกาลไทยในยุคใหม่

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “งานจะใหญ่แค่ไหน” แต่คือ “จะสร้างความหมายใหม่ให้เทศกาลได้มากแค่ไหน” และนั่นอาจเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงของการแข่งขันในระยะต่อไป

Siam Songkran กับโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทศกาลไทยในยุค Experience Economy

Chang Songkran presents SIAM Songkran Music Festival 2026
11–14 เมษายน 2569
Bravo BKK, Arena Area (RCA, Rama 9)