ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เผย 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “น้ำ”
จุดประกายสังคมเห็นความสำคัญของน้ำ เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เผย 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “น้ำ”
จุดประกายสังคมเห็นความสำคัญของน้ำ เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย รณรงค์เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก ชี้ให้เห็นว่าน้ำจืดที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ได้มีเพียง 1% ของน้ำทั้งหมดบนโลก และกว่า 90% ถูกใช้ในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

แม้โลกจะเป็นดาวเคราะห์ที่ปกคลุมด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำจืดที่มนุษย์สามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้กลับมีสัดส่วนน้อยอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการทรัพยากร “น้ำ” อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน

เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจุดประกายสังคมให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของน้ำ ผ่าน 5 เรื่องจริงที่น่าสนใจ

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เผย 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “น้ำ”
จุดประกายสังคมเห็นความสำคัญของน้ำ เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

1. น้ำจืดที่มนุษย์ใช้ได้มีเพียง 1% ของน้ำทั้งหมดบนโลก

แม้โลกของเราจะรายล้อมไปด้วยทรัพยากรน้ำ แต่ความจริงแล้วกว่า 97% ของน้ำบนโลกคือน้ำเค็มในมหาสมุทรที่ไม่สามารถบริโภคได้โดยตรง และอีกประมาณ 2% กักตัวอยู่ในรูปแบบของธารน้ำแข็งขั้วโลก เหลือเพียงราว 1% ที่เป็นน้ำจืดให้มนุษย์ใช้ ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ หากเรามีน้ำอยู่ตรงหน้า 100 แก้ว จะมีน้ำที่สามารถดื่มได้เพียง 1 แก้วเท่านั้น ดังนั้น เราทุกคนจึงควรร่วมกันดูแลและใช้น้ำจืดเพียง 1% ที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

2. ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ใช้น้ำรวมกว่า 90% ของโลก

เมื่อพูดถึงการใช้น้ำในปัจจุบัน ภาคเกษตรกรรมยึดครองแชมป์ผู้ใช้น้ำรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของการใช้น้ำทั้งหมด โดยส่วนใหญ่นำไปใช้ในการเพาะปลูกทางการเกษตร รองลงมาคือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนการใช้น้ำประมาณ 19% โดยถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า และภาคครัวเรือนซึ่งเน้นการใช้น้ำเพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน มีสัดส่วน 11% ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีอัตราการใช้น้ำมากเป็นอันดับสองของโลก แต่กลับเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพและมาตรฐานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับสูง จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยออกแบบและปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การพัฒนาระบบบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำ ตลอดจนการปล่อยคืนน้ำสู่แหล่งธรรมชาติอย่างปลอดภัย เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดความยั่งยืน

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เผย 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “น้ำ”
จุดประกายสังคมเห็นความสำคัญของน้ำ เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

3. กว่า 70% ของ "น้ำเสีย" บนโลก ไม่ได้รับการบำบัดอย่างเหมาะสม

ปัญหาเรื่องน้ำไม่ได้จบลงเพียงแค่การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น หากแต่กระบวนการจัดการน้ำหลังการใช้งานก็มีสำคัญไม่แพ้กัน รายงานจาก UN-Water ระบุว่า ปัจจุบันมีเพียง 27% ของปริมาณน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่ผ่านการบำบัดอย่างปลอดภัย ขณะที่น้ำเสียอีกจำนวนมากยังคงปนเปื้อนมลพิษ และอาจไหลกลับคืนสู่แหล่งธรรมชาติโดยไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบดังกล่าว ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จึงได้ลงทุนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถหมุนเวียนนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้มากกว่า 80% ในกระบวนการที่ไม่สัมผัสอาหาร ขณะที่น้ำอีกประมาณ 20% ที่เหลือจะถูกบำบัดจนมีคุณภาพเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนส่งคืนสู่ระบบส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด 

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เผย 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “น้ำ”
จุดประกายสังคมเห็นความสำคัญของน้ำ เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

4.  เบื้องหลังเครื่องดื่มหนึ่งขวด มีการใช้น้ำมากกว่าที่เห็น 

บางคนอาจเข้าใจว่าน้ำที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มมีปริมาณเท่ากับน้ำที่บรรจุอยู่ในขวด แต่ในความเป็นจริง สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม น้ำไม่ได้ถูกใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังถูกใช้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การทำความสะอาด การผสมสูตร การบรรจุขวด ไปจนถึงขั้นตอนปรับอุณหภูมิหลังการบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ก่อนส่งมอบผู้บริโภค ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำ (Water Use Ratio) ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั่วโลกอยู่ที่ 2.38 ลิตร ต่อการผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร ขณะที่ ซันโทรี่ เป๊บซี่โค ประเทศไทย ทั้งโรงงานระยองและโรงงานสระบุรี มีระบบการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดอัตราการใช้น้ำลงเหลือต่ำกว่า 1.4 ลิตร ต่อการผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร หรือลดลงได้เกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลก ส่งผลให้โรงงานทั้งสองแห่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบด้านการบริหารจัดการน้ำที่โดดเด่นที่สุดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

5. น้ำคือความมั่นคงของชีวิตและเศรษฐกิจที่ต้องบริหารอย่างยั่งยืน

น้ำไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือรากฐานของความมั่นคงทางชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ กรมทรัพยากรน้ำ ระบุว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการแบบบูรณาการในระดับลุ่มน้ำ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน—ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน—มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตั้งแต่การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การอนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ไปจนถึงการป้องกันและรับมือกับภัยแล้งและอุทกภัย เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับสังคมไทยในระยะยาว5

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เผย 5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ “น้ำ”
จุดประกายสังคมเห็นความสำคัญของน้ำ เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ในวันที่ทรัพยากรน้ำกำลังเผชิญความท้าทายมากขึ้น การบริหารจัดการน้ำอย่างรู้คุณค่าและมีความรับผิดชอบจึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งมั่นดูแลทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมในสังคม ผ่านการลงมือทำจริงในโครงการอนุรักษ์น้ำมากมาย อาทิ โครงการ “มิซุอิกุ: สอนน้องรักษ์น้ำ” ที่ดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 7 ปี ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาภายใต้ชื่อ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ เพื่อมอบองค์ความรู้และปลูกฝังให้เยาวชนไทยเห็นคุณค่าและเริ่มต้นอนุรักษ์น้ำในชีวิตประจำวัน โดยมีนักเรียนและคุณครูเข้าร่วมโครงการกว่า 41,860 คน จาก 550 โรงเรียน 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำภายใต้โครงการ "คน-น้ำ-ดี" อาทิ การสร้างฝาย ปลูกหญ้าแฝก และฟื้นฟูระบบนิเวศของป่า รวมถึงโครงการ "ระยองรักษน้ำ" โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ตามค่านิยมองค์กร "การเติบโตอย่างยั่งยืน" (Growing for Good)