19 มี.ค. 2569 | 16:52 น.

Death Fest 2026 ปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่าปีที่ผ่านมาเท่าตัว ทะลุ 30,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้คนที่มีต่อการเรียนรู้และเตรียมตัวเพื่อการเป็นอยู่ที่มีความหมาย และวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด งานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะกัลยาณมิตร ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสุขภาพและสังคมหลากหลายภาคส่วน
ตลอด 3 วันของการจัดงาน Death Fest 2026 ได้รวบรวมผู้คนจากหลากหลายช่วงวัยและบทบาท ทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ดูแลผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ ไปจนถึงคนทำงานในภาคธุรกิจและการศึกษา มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และสำรวจความหมายของชีวิตผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งเวทีเสวนา นิทรรศการเชิงประสบการณ์ เวิร์กช็อป และพื้นที่สนทนา
ผู้เข้าร่วมจำนวนมากรู้สึกว่างานช่วยให้สามารถเปิดใจพูดคุยเรื่องความตายได้ง่ายขึ้น และทำให้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น โดยหลายคนประทับใจกับบรรยากาศของงานที่ทำให้เรื่องความตายกลายเป็นบทสนทนาที่เข้าถึงได้ เป็นมิตร และร่วมสมัย
หนึ่งในบรรยากาศที่โดดเด่นของปีนี้ คือการเป็นพื้นที่ที่เปิดรับ “ความหลากหลาย” อย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผู้สูงวัย คนรุ่นใหม่ ผู้ดูแลผู้ป่วย ไปจนถึงผู้พิการที่มาร่วมเรียนรู้ในพื้นที่เดียวกัน ขณะเดียวกัน งานยังเปิดพื้นที่ให้ “สัตว์เลี้ยง” ซึ่งเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ สะท้อนมุมมองของชีวิตและความผูกพันที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมนุษย์เท่านั้น
กิจกรรมภายในงานได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะนิทรรศการ ‘Cancer City’ นิทรรศการ Immersive Experience ให้คนได้มาทดลองเป็นมะเร็งที่มีผู้สนใจต่อคิวเพื่อรอเข้าร่วมประสบการณ์ตลอด 3 วัน, โซน ‘สมุดเบาใจ’ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนความสัมพันธ์ ความทรงจำ และความรู้สึกที่มีต่อคนสำคัญในชีวิต รวมถึงกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น การออกแบบงานศพ การทดลองนอนในโลงศพด้วย
นอกจากนั้นยังมีเวทีเสวนาและเวิร์กชอปจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ การดูแลผู้ป่วยระยะท้าย การดูแลใจหลังการสูญเสีย หรือประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างเรื่องการุณยฆาต ก็เป็นส่วนสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมได้มองเห็นคุณค่าของชีวิตในมิติที่ลึกขึ้น
Death Fest จึงไม่ใช่เพียงงานแฟร์ แต่เป็นพื้นที่ของการตั้งคำถาม การเรียนรู้ และการออกแบบชีวิตที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงชีวิตแบบใด
ความสำเร็จของงานนี้ ผู้จัดกล่าวในช่วงพิธีปิดว่า ไม่เพียงวัดจากจำนวนผู้เข้าร่วม แต่อยากเปลี่ยนความคิดของให้คิดว่า “ความตาย” ไม่ใช่เรื่องอัปมงคลที่ควรถูกหลีกเลี่ยง แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนควรได้เรียนรู้และเตรียมตัว และหวังว่างานนี้จะช่วยเปิดบทสนทนาใหม่ในสังคมไทย ให้กล้าคิด กล้าคุย และใช้ชีวิตอย่างมีความหมายตั้งแต่วันนี้