1 Hotel Tokyo โอเอซิสสุดลักซ์ชูรีเหนือมหานครโตเกียว เปิดให้บริการเป็นทางการ

1 Hotel Tokyo โอเอซิสสุดลักซ์ชูรีเหนือมหานครโตเกียว เปิดให้บริการเป็นทางการ

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่หลอมรวมการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ศิลปหัตถกรรมญี่ปุ่น และแนวคิดการบริการที่ใส่ใจโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

1 Hotels แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับลักซ์ชูรี ที่ขับเคลื่อนด้วยพันธกิจด้านความยั่งยืน ก่อตั้งโดย Barry Sternlicht ผู้บุกเบิกวงการโรงแรมระดับโลก ประกาศเปิดตัว 1 Hotel Tokyo อย่างเป็นทางการ นับเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ในประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้บริการด้วยพื้นที่ตั้งที่โดดเด่นบยนอาคาร Akasaka Trust Tower เปรียบเสมือนโอเอซิสเหนือมหานคร สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของสวนพระราชวังอิมพีเรียล โตเกียวทาวเวอร์ และเส้นขอบฟ้าของกรุงโตเกียว 1 Hotel Tokyo นำเอกลักษณ์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ มาผสานกับแนวคิดอาหารและเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ด้านเวลเนสเพื่อสุขภาพแบบองค์รวม และปรัชญาการบริการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ถ่ายทอดเป็นประสบการณ์การเข้าพักระดับลักซ์ชูรีในหนึ่งในมหานครที่มีชีวิตชีวาที่สุดของโลก

1 Hotel Tokyo เกิดจากความร่วมมือระหว่าง 1 Hotels และ Mori Trust หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของญี่ปุ่น และเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Tokyo World Gate Akasaka ซึ่งเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แบบมิกซ์ยูสเจเนอเรชันใหม่ อันประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน ร้านค้า และวัฒนธรรมที่รวมไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้การออกแบบที่เป็นมิตรต่อการเดินเท้า สำหรับย่านอาซากุสะ ถือเป็นทำเลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกสำรวจเสน่ห์ของกรุงโตเกียว ผู้เข้าพักจะได้อยู่ท่ามกลางแหล่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของเมือง และสามารถเดินทางไปยังย่านสำคัญอย่าง กินซ่า รปปงงิ และชิบูย่า ได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบยังรายล้อมด้วยสวนสาธารณะ ศาลเจ้า และสถานทูตต่างประเทศ ซึ่งช่วยเติมเสน่ห์ของความเป็นนานาชาติให้ผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน

1 Hotel Tokyo สะท้อนปรัชญาการดำรงชีวิตของประเทศญี่ปุ่นอย่างลงตัว โดยเน้นดำเนินตามการดำรงชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับงานฝีมือ ความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม และการเคารพคุณค่าของ โรงแรมประกอบด้วยห้องพักจำนวน 211 ห้อง ที่ออกแบบให้เป็นสถานที่พักผ่อนอันสงบใจกลางเมือง เชื่อมโยงผู้เข้าพักกับธรรมชาติ ผ่านการใช้วัสดุที่ยั่งยืน พืชพรรณสีเขียวที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน และรายละเอียดงานออกแบบที่เน้นพื้นผิวสัมผัสและงานฝีมืออันประณีต

Barry Sternlicht ผู้ก่อตั้ง 1 Hotels และประธาน Starwood Hotels กล่าวว่า “ตลอดหลายทศวรรษที่ผมมีโอกาสเดินทางมาญี่ปุ่น สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งคือความงดงามของสวนญี่ปุ่น ความสงบร่มรื่นของสวนสาธารณะ และความเคารพต่อธรรมชาติที่ยังคงหยั่งรากลึก แม้จะอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และความคึกคักของเมืองใหญ่ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความสงบอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น ในการออกแบบ 1 Hotel Tokyo ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเราในเมืองที่น่าทึ่งแห่งนี้ เราต้องการถ่ายทอดความสงบและความกลมกลืนกับธรรมชาตินั้นออกมาให้ได้มากที่สุด”

1 Hotel Tokyo โอเอซิสสุดลักซ์ชูรีเหนือมหานครโตเกียว เปิดให้บริการเป็นทางการ

Miwako Date ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mori Trust กล่าวว่า “โครงการ Tokyo World Gate Akasaka ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีแนวคิดในการสร้างย่านที่ผสานโลกธุรกิจ วัฒนธรรม และพื้นที่สีเขียวเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนภาพอนาคตของกรุงโตเกียวได้อย่างชัดเจน การเปิดตัว 1 Hotel Tokyo ช่วยเสริมวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านประสบการณ์การพักผ่อนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กับความงดงามของงานออกแบบ เราเชื่อว่าโรงแรมแห่งนี้ จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับย่านอาซากุสะ และสนับสนุนให้โตเกียวยังคงเติบโตในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อไป”

การเดินทางผ่านงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ตั้งแต่ระดับถนนสู่ยอดฟ้า

1 Hotel Tokyo ตั้งอยู่ระหว่างชั้นที่ 38 ถึง 43 ของอาคาร Akasaka Trust Tower ผสมผสานทัศนียภาพอันกว้างไกลของมหานครโตเกียว ควบคู่กับการออกแบบที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความเคารพต่อวัสดุของวัฒนธรรมญี่ปุ่น และปรัชญา Biophilic Design อันเป็นเอกลักษณ์ของ 1 Hotels ที่เน้นการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ

Raul Leal ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starwood Hotels กล่าวว่า “การออกแบบ 1 Hotel Tokyo คือการค้นหาความสมดุลระหว่างปรัชญาของแบรนด์กับวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของญี่ปุ่นที่ให้คุณค่ากับวัสดุและความปราณีตของงานฝีมือ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่เข้มงวด ซึ่งทำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสูงสุดของญี่ปุ่น ทุกองค์ประกอบสะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นเลิศด้านการออกแบบและความยั่งยืนสามารถเกื้อหนุนกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ลักซ์ชัวรีให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นได้”

CRÈME สตูดิโอสถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับโลก รับหน้าที่ดูงานการออกแบบภายใน โดยถ่ายทอดแนวคิดให้โรงแรมแห่งนี้เปรียบเสมือนที่พักพิงอันสงบเหนือเส้นขอบฟ้าของมหานคร สร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าพักตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางมาถึง บริเวณระดับถนน ผนังสีเขียวที่ปกคลุมด้วยพรรณไม้ จะช่วยทำให้ผู้มาเยือนได้หลุดออกจากความคึกคักของเมืองใหญ่ได้อย่างนุ่มนวล ระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ชั้นบน ทุกท่านจะได้สัมผัสจะนำเสนอเรื่องราวการออกแบบ ที่เปรียบเสมือนการเคลื่อนตัวไปตามลำต้นของต้นไม้ จนพบยอดอันเขียวชอุ่มเมื่อก้าวสู่ล็อบบี้บนชั้น 38 ของโรงแรม

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติถูกถ่ายทอดอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของโรงแรม ตั้งแต่รายละเอียดเพดานไม้ที่ชวนให้นึกถึงพื้นผิวของเปลือกไม้ ไปจนถึงผนังที่มีพื้นผิวสัมผัสละเอียดอ่อน สื่อถึงการเคลื่อนไหวของสายลมอย่างแผ่วเบา อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือผนังหินโอยะ (Oya) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนให้นึกถึงงานก่อหินบริเวณคูเมืองรอบพระราชวังอิมพีเรียล เชื่อมโยงงานออกแบบของโรงแรมเข้ากับภูมิทัศน์และประวัติศาสตร์ของกรุงโตเกียวได้อย่างกลมกลืน พรรณไม้สีเขียวเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเข้าพัก สอดคล้องกับปรัชญาของ 1 Hotels ที่ต้องการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นผนังสวนแนวตั้ง การจัดวางต้นไม้เขียวขจีทั่วพื้นที่ส่วนกลาง หรือการออกแบบพื้นที่ ที่เปิดรับวิวภายนอกอย่างเต็มที่ ทั้งหมดร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้โอบล้อมด้วยธรรมชาติ แม้อยู่ท่ามกลางใจกลางมหานคร

โรงแรมประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 211 ห้อง รวมถึงห้องสวีท 24  ห้อง และเพนต์เฮาส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 ห้อง การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ผสานความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นเข้ากับความสะดวกสบายสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ภายในห้องพักโดดเด่นด้วยงานศิลปะสไตล์ biophilic ที่สร้างสรรค์จากมอสส์ที่ถูกรักษาสภาพไว้และไม้พาเลตรีไซเคิล ตกแต่งด้วยของตกแต่งจากช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมการจัดวางพรรณไม้เขียวอย่างพิถีพิถัน โดยห้องพักบางส่วน สามารถมองเห็นทัศนียภาพของสวนพระราชวังอิมพีเรียล และเส้นขอบฟ้าของกรุงโตเกียว

1 Hotel Tokyo โอเอซิสสุดลักซ์ชูรีเหนือมหานครโตเกียว เปิดให้บริการเป็นทางการ

ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เปลี่ยนตามช่วงเวลาของวัน

ที่ 1 Hotel Tokyo การรับประทานอาหารถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเข้าพัก โดยบรรยากาศและพลังของแต่ละพื้นที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตั้งแต่ยามเช้าจนถึงค่ำคืน ห้องอาหารและคาเฟ่ทั้งสามแห่ง ได้แก่ NiNi, Spotted Stone และ Neighbors Café ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่เชื้อเชิญทั้งชาวเมืองและนักเดินทาง ให้เข้ามาพบปะ ผ่อนคลาย และสัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

ห้องอาหาร NiNi นำทีมโดย Nikko Policarpio หัวหน้าเชฟผู้มีประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในกรุงโตเกียว และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกลุ่มร้านอาหาร Momofuku ของ David Chang ที่เมืองโตรอนโต ชื่อ NiNi ซึ่งมีความหมายว่า “TwoTwo” ในภาษาญี่ปุ่น สะท้อนแรงบันดาลใจจากสองชายฝั่งและสองวัฒนธรรม โดยผสานความสง่างามแบบสบาย ๆ ของ French Riviera เข้ากับความประณีตแบบญี่ปุ่น เมนูอาหารเน้นการใช้สมุนไพรจากแคว้นโพรวองซ์ น้ำมันมะกอก ซีฟู้ดสดใหม่ และผลไม้รสเปรี้ยว ก่อนนำมาตีความใหม่ผ่านฤดูกาลและรายละเอียดแบบญี่ปุ่น หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของครัวคือการใช้ เตา Josper Grill ซึ่งยังพบได้ไม่มากในญี่ปุ่น เป็นเตาย่างที่ใช้ถ่านธรรมชาติซึ่งช่วยดึงรสชาติแท้ของเนื้อสัตว์ ซีฟู้ด และผักออกมา โดยไม่กลบรสชาติที่ละเอียดอ่อนของวัตถุดิบ เมนูซิกเนเจอร์ ได้แก่ Maguro Tartare ที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานสูตรอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก พร้อมแต่งกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น ส่วนของหวานได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติจากทางใต้ของประเทศฝรั่ง อาทิ Baba ขนมฝรั่งเศสคลาสสิก ที่นำมาตีความใหม่ โดยเปลี่ยนจากรัมมาเป็นน้ำเชื่อมชาดำญี่ปุ่นผสมเหล้าส้ม เพิ่มมิติของรสชาติที่แปลกใหม่แต่ยังคงความละเมียดละไมแบบต้นตำรับ

ในช่วงสุดสัปดาห์ NiNi จะเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น พร้อมเมนูมื้อสายที่โดดเด่น เช่น seafood plateau ขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศของ French Riviera นอกจากนี้ ยังมีเซตน้ำยามบ่ายตามฤดูกาล ซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่าง Fumitake Goji เชฟขนมหวาน และเชฟ Nikko Policarpio เสิร์ฟมาในกล่องไม้ดีไซน์พิเศษที่ออกแบบขึ้นเฉพาะ ห้องอาหารยังนำเสนอประสบการณ์ด้านเสียง (sonic experience) โดยคัดสรรดนตรีให้สอดคล้องกับอาหารและช่วงเวลาของวัน ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลายในช่วงกลางวัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่มีเสน่ห์และชวนหลงใหลในยามค่ำคืน

Spotted Stone บาร์ที่นำเสนอมุมมองแบบโตเกียวที่มีต่อวัฒนธรรมค็อกเทล เน้นเสิร์ฟคราฟต์จินของญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยรวบรวมจินเกือบ 100 ชนิด จากหลากหลายผู้ผลิต จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในบาร์ที่มีคอลเลกชันจินหลากหลายและน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง และจัดวางเสมือนห้องสมุดมีชีวิต แบ่งหมวดหมู่ตามพฤกษศาสตร์  วิธีการกลั่น และแนวคิดเบื้องหลังของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้ค้นพบเรื่องราวของจินแต่ละชนิด ที่ Spotted Stone ผู้มาเยือนจะได้ออกเดินทางสำรวจเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านจินทีละแก้ว สัมผัสรสชาติและปรัชญาการผลิตที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง

ในช่วงกลางวัน Spotted Stone มอบบรรยากาศเลานจ์ที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมลิ้มลองเมนูทานเล่นเบา ๆ ขณะที่เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่ความลุ่มลึกยิ่งขึ้น ด้วยการชงค็อกเทลที่พิถีพิถันและบทสนทนาที่ดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง ชั้นทางด้านหลังของเคาน์เตอร์บาร์เจาะเป็นรูปก้อนเมฆ ตกแต่งด้วยแสงนุ่มนวลที่ตัดกับผนังพื้นที่มีผิวสัมผัส ช่วยเน้นย้ำการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของโรงแรม นอกจากนี้ ดนตรียังเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่เติมเต็มบรรยากาศ ด้วยเสียงดนตรีจากดีเจของบาร์ และดีเจรับเชิญจากนานาชาติ รวมถึงการเล่นแผ่นเสียง ที่สร้างมิติของเสียงและบรรยากาศให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

Neighbors Café เป็นคาเฟ่แบบ grab-and-go ที่ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องชุมชนและความเป็นเพื่อนบ้าน ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับกาแฟสไตล์อาร์ติซาน ชาคุณภาพพรีเมียม รวมถึงอาหารและขนมหวานที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ  พร้อมเมนูจากร้านค้าในท้องถิ่นเพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้าง อาทิ The Matcha Tokyo แบรนด์มัทฉะออร์แกนิกชื่อดังจากย่านฮาราจูกุ และของว่างจากธุรกิจขนาดเล็กในละแวกใกล้เคียง Neighbors Café มีเป้าหมายเพื่อให้บริการทั้งแก่นักเดินทาง ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และพนักงานออฟฟิศในบริเวณใกล้เคียง จึงนำเสนอทางเลือกของอาหารและเครื่องดื่มที่ทั้งสะดวกและเปี่ยมคุณค่า ซึ่งสามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันได้

สำหรับการจัดงาน ทั้งประชุมแบบส่วนตัวไปจนถึงงานเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญ บนชั้น 38 ของโรงแรม มีพื้นที่การจัดงานที่ยืดหยุ่นรวมกว่า 460 ตารางเมตร (มากกว่า 5,000 ตารางฟุต) ประกอบด้วยห้องจัดงาน Sakura และ Camellia รวมถึงห้องรับประทานอาหารส่วนตัวอีก 3 ห้อง พื้นที่จัดงานเหล่านี้ เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ พร้อมวิวอันโดดเด่นของโตเกียวทาวเวอร์ และอ่าวโตเกียว ซึ่งทำให้ห้อง Sakura และ Camellia ถ่ายทอดบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของโรงแรมได้อย่างงดงาม เหมาะสำหรับการจัดงานหลากหลายรูปแบบและทุกขนาด นอกจากนี้ การจัดงานอยู่ภายใต้โปรแกรม Certified Sustainable Gatherings ของ 1 Hotel ซึ่งให้ความสำคัญการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยยึกหลักการวางแผนจัดงานแบบ zero-waste เพื่อลดขยะ การเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น และรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกกิจกรรมเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

โอเอซิสแห่งเวลเนสเหนือมหานคร

สุขภาวะและการดูแลสุขภาพคือหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเข้าพักที่ 1 Hotel Tokyo ที่ Bamford Wellness Spa ได้รับการสร้างสรรค์ให้เป็นสถานที่พักฟื้นทั้งกายและใจ ร่วมพัฒนาโดย Carole Bamford ผู้บุกเบิกแนวคิดการใช้ชีวิตแบบออร์แกนิก ยั่งยืน และองค์รวม ภายในสปา ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกับทรีตเมนต์สำหรับผิวหน้าและร่างกายที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน มุ่งเน้นการฟื้นฟูสุขภาวะผ่านศาสตร์การบำบัดอย่าง ชิอัตสึ (shiatsu) หรือศาสตร์การนวดบำบัดแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น รีเฟล็กโซโลยี (reflexology) หรือการนวดกดจุดสะท้อนเท้า การกดจุดตามศาสตร์แพทย์แผนจีน (acupressure) การยืดเหยียดแบบมีผู้ช่วย (assisted stretching) และการหายใจแบบโยคะ ซึ่งผสานภูมิปัญญาโบราณเข้ากับแนวทางการบำบัดสมัยใหม่

หนึ่งในโปรแกรมซิกเนเจอร์คือ 1 Hotel Tokyo Experience โปรแกรมการดูแลร่างกายที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เริ่มต้นด้วยการแช่เท้าเพื่อปรับสมดุล ตามด้วยการนวดเพื่อการฟื้นฟู และปิดท้ายด้วยการดูแลผิวหน้าจากผลิตภัณฑ์ Bamford skincare ที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Japanese Bamboo Massage ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีกรรมดูแลสุขภาพแบบญี่ปุ่น ใช้ไม้ไผ่จากเกียวโตที่ผ่านการขัดเรียบ พร้อมน้ำมันผสมสารสกัดจากชาเขียว เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต คลายความตึงของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง ส่วน Green Tea Healing Facial เป็นทรีตเมนต์ผิวหน้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ออร์แกนิกจากญี่ปุ่นคุณภาพสูง ผสานเทคนิคการกดจุด เพื่อช่วยคลายความตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง และคืนความเปล่งปลั่งให้ผิว

นอกจากสปาแล้ว โรงแรมยังมี The Field House พื้นที่ออกกำลังกายที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์คุณภาพสูงของ Technogym และคลาสฟิตเนสหลากหลายรูปแบบ ขณะที่ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำในร่มที่เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติ พร้อมทางออกสู่พื้นที่กลางแจ้งที่รายล้อมด้วยพรรณไม้ ซึ่งช่วยดึงดูดแมลงผสมเกสรและสร้างระบบนิเวศขนาดย่อมท่ามกลางภูมิทัศน์ของเมืองใหญ่

พันธสัญญาแห่งความยั่งยืน

1 Hotel Tokyo สะท้อนความมุ่งมั่นของ Starwood Hotels ที่ให้ความสำคัญกับโลกเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจโรงแรม ควบคู่กับปรัชญาการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจของญี่ปุ่น ที่ให้คุณค่ากับงานฝีมือและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและยังคงหล่อหลอมวิถีชีวิตในปัจจุบัน

แนวคิดด้านความยั่งยืนถูกนำมาบูรณาการตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการดำเนินงานของโรงแรม โดย 1 Hotel Tokyo ได้รับการรับรอง CASBEE S Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุดของญี่ปุ่น นำระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะและมีมาตรการอนุรักษ์น้ำอย่างเข้มข้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่จุดเติมน้ำแบบรีฟิลช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ทั่วทั้งโรงแรมมีการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล วัสดุจากแหล่งที่รับผิดชอบ และวัสดุท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และสถานที่ สอดคล้องกับความเชื่อของ 1 Hotels ที่ว่าการออกแบบอย่างใส่ใจและความสะดวกสบายที่มีความหมายสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

นอกเหนือจากภายในโรงแรมแล้ว ความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมยังขยายไปสู่ภายนอก ด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพักผ่าน Audi Electric Vehicle Experience บริการสุดพิเศษที่ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้า Audi Q6 e-tron เพื่อออกสำรวจเมืองโดยไม่ปล่อยมลพิษ

สัมผัสประสบการณ์ 1 Hotel Tokyo

1 Hotel Tokyo เปิดให้บริการแล้วในย่านอาซากุสะ เปรียบเสมือนโอเอซิสเหนือเส้นขอบฟ้าของมหานคร ที่ซึ่งธรรมชาติ งานฝีมือ และการดูแลสุขภาวะมาบรรจบกันอย่างลงตัว ตั้งแต่การว่ายน้ำยามเช้าท่ามกลางแสงแรกของวัน โปรแกรมสปาที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงการจิบ gin martini ยามค่ำคืนพร้อมวิวเมืองอันตระการตา ค้นพบกรุงโตเกียวผ่านมุมมองใหม่ได้ที่ 1hotels.com/Tokyo