11 มี.ค. 2569 | 11:34 น.

“ผมเองก็เป็นคนประเภทที่ว่าถ้ามองเห็นแสงอยู่ปลายทางว่ามันไปได้อีก ผมก็แค่อยากรู้ว่ามันไปได้แค่ไหน”
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ ‘โอม’ ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผู้ก่อตั้งและบริหารค่าย Gene Lab เลือกเป็นนักดนตรี ควบคู่ไปกับงานสายวิชาการ รวมถึงการเป็นผู้บริหารค่าย
ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เขายึดถือมาตลอด คือ ความเชื่อ เพราะถ้าเขาสามารถทำให้ทุกคนเชื่อในสิ่งที่เขารักและทุ่มสุดตัวได้ ลำแสงแห่งความสำเร็จก็จะค่อย ๆ สว่างขึ้น
“ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่มึงตายไปกับความจริงได้เลย ถ้าไม่มีใครเชื่อ”
และเมื่อเขาเข้ามาทำงานสายนักดนตรีเขาก็พบว่า ความจริงหรือความเชื่อมักมี 2 ด้านเสมอ ขณะที่เราคิดว่าตัวเองดัง ก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่รู้จักเรา เพราะความเชื่อและโลกของทุก ๆ คนแตกต่างกัน
“มันนำไปสู่ไอเดียว่า ความจริงมันมีอยู่ 2 ชุด ชุดที่ 1 คือความจริงที่ผมอาจจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดเท่านี้ ผมอาจจะเป็นคนที่มีค่าตัวเท่านี้ มีงานจ้างมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง แต่มันก็มีความเชื่ออีกชุดหนึ่งว่าคนเหล่านั้นไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริง ซึ่งนั่นก็คือความจริงว่ามีคนไม่เชื่อเช่นเดียวกัน”
เขาจึงค่อย ๆ ค้นพบว่า การยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างไม่ได้แปลว่า เขาจะประสบความสำเร็จ แต่แสงสว่างเหล่านั้นจะช่วยตรวจสอบตัวคุณเอง
“ผมแค่อยากบอกว่า ความเชื่อโดยปราศจากความจริงนั้นไม่ยั่งยืน เมื่อถูกตรวจสอบก็จะถูกทำลายไป”
และเพื่อให้ลำแสงเหล่านั้นเกิดขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ปิดทองหลังพระ แต่ต้องเป็นคนที่สื่อสารและบอกทุกอย่าง ให้คนรอบตัว ‘เชื่อ’ ในตัวคุณ
“แสงและความมืดของผมคือการตรวจสอบ การยืนอยู่ท่ามกลางแสงหมายความว่าความจริงเหล่านั้นต้องเป็นที่ประจักษ์ พิสูจน์ได้ ตอบได้ สื่อสารได้ชัดเจน ไม่มีความจำเป็นต้องหลบซ่อนอยู่ในที่มืดอีกต่อไป เพียงเพราะว่าความเชื่อบางอย่างที่บอกว่าการปิดทองหลังพระนั้นดี”
“ผมอยากจะแค่บอกว่าสิ่งที่ทุกคนทำ อยากให้เห็นคุณค่าของการสื่อสารและการสร้างความเชื่อร่วมกัน สังคมหมุนไปด้วยความเชื่อ การตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างหมดแรงเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเราละเลยที่จะสื่อสาร สร้างความเข้าใจ เคารพความแตกต่างซึ่งกันและกัน และความเห็นอกเห็นใจ เราคงสื่อสารเรื่องของเราออกไปให้คนอื่นไม่ได้
“การเริ่มรับฟังคนอื่นเป็นเรื่องที่ดี เมื่อเราเริ่มฟังเขาก็คงจะฟังเราเช่นเดียวกัน”
ก่อนที่โอมจะทิ้งท้ายสั้น ๆ นิยามถึงแสงสว่างในมุมมองของเขาว่า “ความเชื่อท่ามกลางแสงสว่างคือความเชื่อที่ปราศจากการปิดบังและไม่ต้องกลัวการตรวจสอบใด ๆ ”