ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์

ทิม สวีนีย์ ผู้ก่อตั้ง Epic Games และผู้สร้างเกม Fortnite นำกำไรมหาศาลจากธุรกิจไปใช้ในการซื้อที่ดินเพื่ออนุรักษ์ผืนป่า

KEY

POINTS

“หากคุณสามารถปกป้องผืนป่าไว้ได้ตลอดไป มันจะมีชีวิตยืนยาวกว่ามนุษย์คนหนึ่งเสมอ” 

คำพูดของ ‘ทิม สวีนีย์’ (Tim Sweeney) ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Epic Games และมีเกมดังอย่าง Fortnite เกมแนว Battle Royale ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก จนสามารถสร้างรายได้นับพันล้านดอลลาร์ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 แต่นอกเหนือจากบทบาทการเป็นเจ้าของบริษัทเกมแล้ว อีกด้านหนึ่งของชีวิตชายคนนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

สวีนีย์ถือว่าเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว เขายังโสด ไม่มีลูก และไม่เคยหลงใหลกับวิถีชีวิตหรูหราสไตล์ Silicon Valley เขาชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่มีเสื้อผ้าหรูหรา ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนเป็นกิจวัตร มีเครื่องดื่มประจำตัวคือไดเอตโค้ก กินไก่ทอดของร้าน Bojangles’ เป็นประจำ ส่วนเวลาว่างก็ปลีกตัวเข้าป่า 

แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย ในปี 2026 เขามีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นเจ้าของ Unreal Engine ซอฟต์แวร์สำคัญที่ถูกใช้ในการพัฒนาเกมระดับโลกจำนวนมาก แถมยังรักธรรมชาติจนสุดใจ ถึงขนาดนำเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ไปบริจาค เพื่อการอนุรักษ์ผืนป่าอีกด้วย

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์

สวีนีย์ซื้อที่ดินอย่างเงียบ ๆ มาตั้งแต่ปี 2008 ช่วงเวลาที่ราคาที่ดินค่อย ๆ ลดลง หลังจากผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ซึ่งทำให้โครงการบ้านจัดสรรและรีสอร์ตจำนวนมากถูกทิ้งร้าง และเขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสในการฟื้นฟูป่าหลุดลอยไป ภารกิจซื้อที่ดินปลูกป่าจึงเริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาเพิ่งซื้อที่ดิน 20,000 เอเคอร์ (ราว 50,585 ไร่) โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Epic Games มาตั้งแต่ปี 1991 แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีเจ้าอื่นที่มักจะไปตั้งถิ่นฐานกันอยู่ที่แคลิฟอร์เนียเสียมากกว่า

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์

แน่นอนว่าเขาผูกพันกับสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่แรก และเพื่อไม่ให้ภาพที่คุ้นชินจางหายไป สวีนีย์จึงไม่ลังเลที่จะทุ่มเงินมหาศาลอนุรักษ์ผืนป่าเอาไว้ โดยดำเนินการผ่านบริษัทชื่อ 130 of Chatham เข้าซื้อที่ดินและถือครองไว้เป็นเวลาหลายปี เพื่อให้องค์กรอนุรักษ์หรือหน่วยงานภาครัฐมีเวลาจัดเตรียมมาตรการคุ้มครองพื้นที่เหล่านั้น

ความตั้งใจของสวีนีย์เริ่มงอกเงยขึ้นอย่างช้า ๆ ภาพที่เขาอยากจะเห็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์เริ่มขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกวัน เขาไม่ได้หยุดแค่ที่ดินไม่กี่พันไร่ ยังขยายการซื้อที่ดินมากขึ้นไปอีก โดยมักเลือกพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกพัฒนาเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ

ตอนนี้เขาก็มีที่ดินอยู่ในมือไม่ต่ำกว่า 50,000 เอเคอร์ (ราว 126,464 ไร่) ก่อนจะตัดสินใจบริจาคพื้นที่กว่า 7,000 เอเคอร์ (ราว 17,710 ไร่) บริเวณเทือกเขาบลูริดจ์ (Blue Ridge Mountains) ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์มากกว่า 130 ชนิด หนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอปพาเลเชียนตอนใต้ ให้กับหน่วยงาน U.S. Fish and Wildlife Service และบริจาคอีก 7,500 เอเคอร์ (ราว 18,990 ไร่) ให้กับ Southern Appalachian Highlands Conservancy

“เขาช่วยให้พวกเราสามารถซื้อพื้นที่หลายแห่งได้ ทั้งที่ในระยะสั้นเราไม่มีงบประมาณมากพอ ซึ่งโดยปกติผู้ขายส่วนใหญ่ต้องการเงินทันที”

จอร์จ นอร์ริส (George Norris) จาก North Carolina Parks Division ให้สัมภาษณ์กับ The News & Observer 

“นี่คือของขวัญอันน่าทึ่ง ของขวัญชิ้นนี้จะทำให้ภูมิทัศน์ภูเขา ยังคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปได้อีกนานเท่านาน”

คาร์ล ซิลเวอร์สไตน์ (Carl Silverstein) จากองค์กรอนุรักษ์กล่าวไว้ในวันที่มีการประกาศโอนที่ดิน 

แน่นอนว่าพื้นที่เหล่านี้ไม่ได้ถูกซื้อมาเพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด การลงทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวมตั้งแต่หลักสิบล้านไปจนถึงหลักร้อยล้านดอลลาร์ และค่อย ๆ สะสมมาเป็นเวลาหลายปี โดยแทบไม่ได้รับความสนใจจากสาธารณะมากนัก

ทั้งหมดที่เขาทำลงไปมีความตั้งใจเพียงอย่างเดียว คือ การปกป้องธรรมชาติ

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์

ในปี 2021 กลยุทธ์ของเขาเริ่มเปลี่ยนไป โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ News & Observer ว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ราคาที่ดินเริ่มสูงเกินกว่าจะซื้อสะสมต่อไปได้เหมือนเดิม

สวีนีย์จึงหันมาโฟกัสกับการเปลี่ยนพื้นที่ 50,000 เอเคอร์ที่เขาถือครองอยู่ ให้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ถาวรแทน

“ความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดของผมในการซื้อที่ดินเพื่อการอนุรักษ์ เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ และราคาที่ดินยังสมเหตุสมผล แต่ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น ราคาที่ดินแพงขึ้น และจุดสนใจของผมก็เปลี่ยนมาเป็นการทำให้พื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่ที่ผมซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2009 กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ถาวร”

แม้ในภาพรวมสิ่งที่เขาทำจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย แต่มีบางคนก็ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เขาทำลงไปเป็นการวางแผนทางการเงินก็เท่านั้น เพราะนี่เป็นเพียงเศษเงินของเขาในการกว้านซื้อที่ดินตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทิม สวีนีย์ : ผู้ก่อตั้ง Epic Games เปลี่ยนกำไรจาก Fortnite เป็นผืนป่า เพื่อมรดกที่ยืนยาวกว่าชีวิตมนุษย์

แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเขาจะทำเพื่อวางแผนการเงิน หรือมีความตั้งใจบริสุทธิ์ในการอนุรักษ์ป่า ยังไงคนที่อยู่รุ่นหลังก็ย่อมได้ประโยชน์อยู่วันยันค่ำ เพราะนี่คือผืนป่าที่จะอยู่เคียงข้างชาวบ้านไปตลอดกาล ที่ดินตรงนี้จะไม่ถูกถาง ไม่ถูกทำลาย และแน่นอนว่าจะไม่มีวันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์โดยเด็ดขาด

และผืนดินเหล่านี้จะอยู่ยั้งยืนยงกว่าช่วงชีวิตของสวีนีย์ 

ยืนยาวกว่า Epic Games และอาจยืนยาวกว่า Fortnite ด้วยซ้ำ

เหมือนกับที่สวีนีย์กล่าวเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า

“หากคุณสามารถปกป้องผืนป่าไว้ได้ตลอดไป มันจะมีชีวิตยืนยาวกว่ามนุษย์คนหนึ่งเสมอ” 

 

เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง

 

อ้างอิง

Epic CEO and billionaire Tim Sweeney has been using some of his cash to buy up 50,000 acres of forest so it can't be flattened.​ 

Fortnite's owner is using his fortune to buy up American forests so no one else can touch them. 

https://x.com/aakashgupta/status/2033024682908094953

People Are Discovering Unexpected Thing Fortnite Owner Spent Millions On. 

The Epic CEO has secretly bought forests the size of Essen, uses your V-Bucks for a good cause.​ 

The life and rise of Tim Sweeney, the billionaire CEO behind 'Fortnite' who's now taking on Apple in a lawsuit that could have huge implications for the whole industry.