เนเน่ รอยัล x Linkin Park คืนวันแห่งชัยชนะและการกู้คืนตัวตนใน ‘The Emptiness Machine’

เนเน่ รอยัล x Linkin Park คืนวันแห่งชัยชนะและการกู้คืนตัวตนใน ‘The Emptiness Machine’

จากเด็กสาวที่เคยเล่นกีตาร์เปิดหมวกข้างทาง สู่แชมป์ America’s Got Talent และการได้ยืนบนเวทีเดียวกับ Linkin Park ‘เนเน่ รอยัล’ เลือกเพลง ‘The Emptiness Machine’ มาถ่ายทอดเรื่องราวของการต่อสู้กับความคาดหวัง การกลับคืนสู่ตัวตน และการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในแบบของตัวเอง

KEY

POINTS

ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์บนเวที America’s Got Talent Season 21 จบลงด้วยน้ำตาแห่งความตื่นตันและความภาคภูมิใจ เมื่อ ‘เนเน่ รอยัล’ หรือ ‘รัตติกานต์ อำลอย’ สาวน้อยวัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต คว้าตำแหน่งแชมป์ไปครองพร้อมเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเด็กสาวที่เคยยืนเล่นดนตรีเปิดหมวกข้างทางในตลาดนัดนาคา การเดินทางของเธอมาถึงจุดสูงสุดบนเวทีระดับโลกที่รายล้อมด้วยเสียงปรบมือและสายตาของผู้ชมหลายล้านคน

ความสำเร็จครั้งนี้คือผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นที่สะสมมานับปี การเดินทางของเนเน่ทอดผ่านความกดดันและการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญในรอบไฟนอล เมื่อเธอได้ก้าวขึ้นไปจับกีตาร์ยืนเคียงข้างวงร็อกระดับตำนานอย่าง ‘Linkin Park’ การเลือกใช้บทเพลง ‘The Emptiness Machine’ ในการแสดงร่วมกัน เป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงสภาวะจิตใจ ตัวตน และบาดแผลของทั้งเด็กสาวและวงร็อกระดับโลกเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

เสียงสับคอร์ดกีตาร์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาผสมผสานกับเสียงร้องของเธอและ ‘Emily Armstrong’ ถ่ายทอดความรู้สึกตรงถึงหัวใจผู้ชม หลังจบโชว์ ‘Mike Shinoda’ เข้ามาแสดงความยินดีและเอ่ยปากชมในฝีมือดนตรีของเธอด้วยความจริงใจ ขณะที่ Emily Armstrong ก็ร่วมส่งต่อกำลังใจให้เนเน่ก้าวต่อไปบนเส้นทางสายนี้อย่างงดงาม

‘The Emptiness Machine’

บทเพลงว่าด้วยการตกเป็นทาสของความคาดหวัง

‘The Emptiness Machine’ ซิงเกิลเปิดตัวอัลบั้ม ‘From Zero’ ผลงานการเขียนร่วมกันของสมาชิก Linkin Park และ Emily Armstrong แฝงความหมายอันเจ็บปวดของการยอมสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับการยอมรับ ถ้อยคำในเนื้อเพลงที่ว่า 

“Gave up who I am for who you wanted me to be” (ยอมสูญเสียตัวตนเพื่อกลายเป็นคนที่คุณอยากให้เป็น) และ “Let you cut me open just to watch me bleed” (ยอมให้คุณกรีดเปิดหัวใจ เพียงเพื่อมองดูฉันเลือดไหล) สะท้อนสภาวะที่มนุษย์ยอมทุ่มเทใจให้กับระบบ โครงสร้าง หรือความสัมพันธ์ที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง จนกลายเป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งในเครื่องจักรอันว่างเปล่า

สำหรับ Linkin Park บทเพลงนี้คือการเผชิญหน้ากับความจริงและบาดแผลในอดีต การล่วงลับของ ‘Chester Bennington’ ในปี 2017 ทำให้วงต้องหยุดชะงักยาวนานถึง 7 ปี ท่ามกลางความคาดหวังมหาศาลจากแฟนเพลงทั่วโลก การกลับมาเริ่มต้นใหม่ในอัลบั้ม From Zero ซึ่งสื่อถึงชื่อเดิมของวงอย่าง Xero จึงเป็นดั่งการปลดล็อกพันธนาการจากอดีต พวกเขาเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างสรรค์เสียงดนตรีตามความรู้สึกที่แท้จริง โดยไม่ยอมให้ความกดดันของอุตสาหกรรมดนตรีมาหยุดยั้งการเติบโตครั้งใหม่

สำหรับ Emily Armstrong เพลงนี้คือการปลดปล่อยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาผ่านน้ำเสียงอันเข้มข้นและเปี่ยมด้วยอารมณ์ การก้าวเข้ามารับหน้าที่นักร้องนำคนใหม่ท่ามกลางสายตาจับจ้องและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เธอต้องแบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้ง การแผดเสียงในท่อนฮุกของเพลงนี้จึงเป็นพื้นที่ที่เธอได้ปลดปล่อยความอึดอัดจากการถูกคาดหวังให้เป็น ‘ตัวแทนของใครบางคน’ เธอไม่ได้ร้องเพื่อลบล้างภาพจำเก่า แต่ร้องเพื่อพิสูจน์คุณค่าและความซื่อตรงต่อเสียงดนตรีในแบบฉบับของเธอเอง

สำหรับ เนเน่ รอยัล (รัตติกานต์ อำลอย) บทเพลงนี้สื่อถึงสภาวะจิตใจของเด็กสาววัยรุ่นที่ต้องรับมือกับแสงไฟและความคาดหวังในโลกธุรกิจบันเทิง จากเด็กที่แกะคอร์ดกีตาร์ด้วยตัวเองผ่าน YouTube การต้องก้าวเข้าสู่ระบบการประกวดระดับโลกที่มีความกดดันสูง อาจทำให้หลายคนหลงทางได้ง่าย ทว่าเนเน่กลับใช้ความรักในเสียงดนตรีที่บริสุทธิ์และตัวตนอันถ่อมตน ยืนหยัดอยู่บนเวทีได้อย่างมั่นคง โดยไม่ยอมให้ระบบหรือความคาดหวังใด ๆ มาเปลี่ยนเนื้อแท้และความเป็นตัวเอง

ชัยชนะของเนเน่ รอยัล คือเรื่องราวการเดินทางอันงดงามของเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ความฝัน ความอดทน และกีตาร์คู่ใจนำทางจนไปถึงดวงดาว เสียงดนตรีที่ดังกังวานในวันนี้ได้เชื่อมโยงหัวใจของผู้คนต่างรุ่น ต่างภาษา และต่างที่มา ให้มาร่วมรับรู้ถึงความงดงามของการเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง 

ฉากจบของเวทีประกวดปีนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นอันสว่างไสวในฐานะศิลปินเต็มตัวของเธอ

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า