แบมแบม GOT7 : เจ้าชายวงการบันเทิงไทย หนุ่มที่ตามแม่ไปติ่ง แต่ได้เดบิวต์เป็นไอดอล

แบมแบม GOT7 : เจ้าชายวงการบันเทิงไทย หนุ่มที่ตามแม่ไปติ่ง แต่ได้เดบิวต์เป็นไอดอล

แบมแบม GOT7 ศิลปินเกาหลีสัญชาติไทยที่มีแฟนคลับทั่วโลก แต่ชีวิตในวงการเคป็อปมากกว่า 10 ปีไม่ง่ายอย่างที่คิด มีทั้งช่วงเวลาสุข ท้อ อยากยอมแพ้ และอยากออกจากวงการ แต่แบมแบมเลือกกลับมายืนบนเวทีในฐานะศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกครัั้ง

  • จุดเริ่มต้นความสนใจเรื่อง K-POP ของแบมแบมคือมีแม่เป็นติ่ง ‘เรน’ (Rain) ศิลปินเกาหลีระดับตำนาน
  • แบมแบมเคยปฏิเสธ ‘เจวายพี เอนเตอร์เทนเมนต์’ หลังออดิชันผ่านครั้งแรก เพราะกังวลเรื่องการเรียนและภาษา แต่สุดท้ายตอบตกลงมาเป็นเด็กฝึกที่เกาหลี เดบิวต์เป็นหนึ่งในสมาชิกวง GOT7
  • หลังจากยุติสัญญากับเจวายพี แบมแบมเซ็นสัญญากับค่ายใหม่และกำลังจะมีเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกเป็นของตัวเอง

10 กันยายน 2566 คือ บัตรกดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์แรกของแบมแบม GOT7

28 ตุลาคม 2566 คือ วันที่แบมแบมจะมาเปิดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกในประเทศไทยในฐานะศิลปินเดี่ยว

‘แบมแบม’ กันต์พิมุกต์ ภูวกุล คือ เด็กไทยคนที่สองที่เดบิวต์เป็นศิลปินตามหลัง นิชคุณ หรเวชกุล สมาชิกวง 2PM และเป็นสมาชิกคนไทยเพียงคนเดียวของ GOT7

บนเวที เขาเป็นศิลปินมากความสามารถ เสน่ห์แพรวพราว และยังสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟน ๆ  แต่พอลงมาจากเวที แบมแบมคือเด็กผู้ชายที่เดินหน้าความฝัน ไม่ยอมแพ้มาตลอด

อาจเป็นเพราะเป้าหมายในการเป็นศิลปินของเขา ไม่ใช่การเป็นศิลปินระดับโลก แต่เป็นศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น และหวังว่าโลกจะรักในเสียงเพลงและชอบในทุกสิ่งที่เขาทำ

ก่อนจะเป็นแบมแบม GOT7

การตามแม่ไปติ่งแล้วเห็น ‘เรน’ บนเวทีคอนเสิร์ตคือจุดเริ่มต้นแรกที่ทำให้แบมแบมสนใจ K-POP และเริ่มเรียนเต้นตั้งแต่เด็ก

เมื่อโอกาสมาถึง แบมแบมในวัย 9 ขวบ ลองเข้าไปออดิชันกับค่าย ‘เจวายพี เอนเตอร์เทนเมนต์’ (JYP Entertainment) ต้นสังกัดของศิลปิน K-POP แถวหน้าเกาหลี เช่น 2PM, Wonder Girls และ DAY 6 เป็นต้น ที่ตอนนั้นมาเปิดจุดออดิชันในประเทศไทย

แบมแบม GOT7 : เจ้าชายวงการบันเทิงไทย หนุ่มที่ตามแม่ไปติ่ง แต่ได้เดบิวต์เป็นไอดอล

แล้วแบมแบมก็สอบผ่าน แต่ก็ปฏิเสธไปจากความกังวลเรื่องการเรียนและภาษา เขาก็เลยกลับไปใช้ชีวิตในฐานะเด็กคนหนึ่งเหมือนเดิม แต่ระหว่างนั้น เขาก็ยังฝึกฝนและลงแข่งเต้นในบางเวที 

ผ่านไป 3 ปี โอกาสครั้งที่ 2 ของแบมแบมก็กลับมาอีกครั้ง ในการประกวด แอลจี เอนเตอร์เทนเนอร์ (LG Entertainer) ปรากฏว่ามีคนจากเจวายพี เอนเตอร์เทนเมนต์ ร่วมเป็นกรรมการและยังจำแบมแบมที่เคยออดิชันครั้งแรกได้

ครั้งนี้ แบมแบมเลยตัดสินใจหยุดทุกอย่าง พักการเรียน เก็บกระเป๋าไปเกาหลี

พอไปถึงเกาหลี ชีวิตก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะการเป็นเด็กฝึกหัดเป็นเพียงบันไดขั้นแรกของการเป็นศิลปิน

แบมแบมเคยเล่าผ่านรายการตีสิบเดย์ว่า เขาฝึกตั้งแต่ 10.00 - 22.00 น. อีกทั้งตารางเรียนแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน สำหรับเขาชีวิตตอนนั้นอยู่บนความเสี่ยง ไม่รู้ว่าจะได้เดบิวต์เมื่อไหร่ และถ้าทำไม่ได้ อาจต้องถูกส่งกลับบ้าน

ช่วงเวลาเหล่านั้น แบมแบมก็ต้องสู้กับตัวเอง สู้กับความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม และท้อ แต่เพื่อความฝันเขาก็ยังต้องพยายามต่อไป

ผ่านไปอีก 3 ปี เขาได้เดบิวต์ในฐานะ ‘แบมแบม GOT7’ สมาชิกไทยเพียงคนเดียวและถูกวางเป็นแรปเปอร์ของวง

เหมือนทุกอย่างจะราบรื่น แต่แบมแบมเล่าช่วงเวลาก่อนเดบิวต์ว่า ตอนนั้นสัญญาของแบมแบมเหลือไม่ถึง 6 เดือน และเขาเป็นสมาชิกคนท้าย ๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม 

“ผมเป็นเด็กฝึกมาประมาณ 3 ปีครับ ผมคิดว่าปีสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกหัดนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด ตอนนั้นผมเหลือสัญญาอีกไม่ถึง 6 เดือน แต่ผมยังไม่มีวี่แววได้เดบิวต์เลยด้วยซ้ำ”

แบมแบมอธิบายว่า “เดิมทีมันไม่ใช่ GOT7 ตอนแรกมันเป็น GOT6 และผมก็ไม่ได้อยู่ในนั้น วงควรมีสมาชิก 6 คน”

“เด็กฝึกหัดของ YG และ JYP เคยออกรายการเซอร์ไววัลด้วยกัน เป็นรายการที่ชื่อว่า ‘WHO IS NEXT’ สมาชิกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บและเต้นไม่ได้ แล้วบริษัทบอกให้ผมทำแทน หลังจากที่เราแสดงเสร็จ CEO ยางฮยอนซอกบอกว่าแบมแบมสบตาเขา จากนั้น JYP ก็พูดว่า ‘เอาเขามาอยู่ใน GOT7 กันเถอะ’ นั่นคือเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้เดบิวต์”

แบมแบม GOT7 : เจ้าชายวงการบันเทิงไทย หนุ่มที่ตามแม่ไปติ่ง แต่ได้เดบิวต์เป็นไอดอล

เจ้าชายวงการบันเทิงไทยที่ไม่ทิ้งการเรียน

GOT7 ถือว่าเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จในบทบาทของศิลปิน K-POP บนเวทีโลก การันตีด้วยรางวัลมากมาย ทั้งรางวัลศิลปินแห่งปี (Artist of the Year) จากเวทีเพลงมากมาย เช่น MAMA, Asia Artis Awards (AAA) รวมถึงรางวัล Best Performer และยังมีรางวัลอัลบั้มแห่งปีด้วยตลอด 7 ปี

และสำหรับ GOT7 ประเทศไทยคือดินแดนเมียหลวง เพราะไม่ว่าจะมาประเทศไทยกี่ครั้ง มางานเดี่ยวหรืองานวง แฟน ๆ ก็มักจะให้กระแสตอบรับดีเสมอ ทั้งไปรอที่สนามบินหรือช่วยดันแฮชแท็กในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์เกือบทุกครั้งที่มาไทย

ช่วงหนึ่ง GOT7 จึงถูกทาบทามให้เป็นพรีเซนเตอร์หลายแบรนด์ รวมถึงยังมีไทยแลนด์ทัวร์ 4 ภาคชื่อ ‘Nestival’ ในปี 2018 ทำให้คนไทยเริ่มรู้จักทั้งวงไอดอลเกาหลีวงนี้และ ‘แบมแบม’

แบมแบม GOT7 : เจ้าชายวงการบันเทิงไทย หนุ่มที่ตามแม่ไปติ่ง แต่ได้เดบิวต์เป็นไอดอล ไม่กี่ปีต่อมา แบมแบมก็กลายเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ไทยหลายแบรนด์ และมักจะเห็นแบมแบมผ่านป้ายโฆษณาตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ทั้งยังร่วมงานศิลปินไทย อย่าง กอล์ฟ Fucking Hero และยังเคยร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยด้วย จึงไม่แปลกที่สมาชิกวงและแฟนคลับจะมอบฉายา ‘เจ้าชายวงการบันเทิงไทย’ ให้เขา

ขณะเดียวกัน ถึงแม้ว่าแบมแบมจะต้องทำงานหนัก เล่นคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ และโปรโมตเพลงบ่อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ศิลปินไทยคนนี้ให้ความสำคัญพอ ๆ กับงาน คือ การเรียน แบมแบมเลือกเรียนการศึกษานอกระบบจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

แบมแบมเคยให้สัมภาษณ์กับ GQ Thailand ปี 2020 ว่า การเรียนเป็นสิ่งที่เขาอยากทำให้สำเร็จ ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง แต่เรียนเพื่อกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบให้ดี และไม่ทำให้คนอื่นผิดหวังที่เลือกเขาเป็นแรงบันดาลใจ

“ผมคิดว่าถ้าเราคือแรงบันดาลใจของคนอื่น แต่เรียนไม่จบ ก็ดูไม่ดี เหมือนไม่สนับสนุนให้คนเรียนหนังสือ ไม่เรียนก็ประสบความสำเร็จได้ ผมก็เลยถามคุณแม่ว่าเรียน กศน. ได้ไหม ก็มีเรียนแต่ว่าต้องสอบ ผมไปสอบมา 3 รอบแล้ว ม.4 ถึง ม.6 สอบทุกปี ปีละ 2 ครั้ง แล้วก็ไปร่วมงานกีฬาสีรอบหนึ่ง คือตอนนั้นเป็น GOT7 แล้วนะ แต่อยากโชว์ให้คนเห็นว่า ถึงจะเต้น ไม่ชอบเรียน แต่ก็ทิ้งการเรียนไม่ได้ และยังต้องมีไว้

“เด็กทุกคนเป็นต้นไม้ที่ไม่เหมือนกัน แต่โรงเรียนพยายามทำให้เด็กโตในดินที่เหมือนกัน ถ้าเด็กคนนี้เป็นต้นข้าวเราก็ต้องปลูกด้วยดินเหนียว แต่ดันไปปลูกในดินทราย มันก็ไม่ได้ โรงเรียนสอนให้เด็กทุกคนเหมือนกันตลอด แต่เขาเป็นต้นไม้ที่ต่างกัน ต้องโตในที่ที่ต่างกัน ผมคิดว่าการเรียนอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง แต่เราต้องหาอะไรที่ชอบและเหมาะกับเราจริง ๆ”

 

บ้าน แมว 4 ตัว และชอบเล่าเรื่องผี

แบมแบมไม่มีบ้านในเมืองไทย การกลับมาเยือนบ้านเกิดแต่ละครั้ง เขาเลือกที่จะนอนโรงแรม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะห้องของเขาในบ้านได้ถูกส่งต่อให้กับหลานไปแล้ว

แต่เขามีบ้านในเกาหลี บ้านที่ช่วงแรก แบมแบมไม่เคยบอกใครและต้อนรับเฉพาะคนสนิทเท่านั้น และที่สำคัญเขาทำความสะอาดบ้านเองทุกอย่าง ตั้งแต่ล้างจานไปจนถึงการดูดฝุ่นในห้อง

ผ่านไปไม่กี่ปี เขาก็เปิดรายการ ‘บ้านแบม’ (뱀집) ชวนเพื่อน ๆ ในวงการเข้ามาปาร์ตี้ โปรโมตผลงาน และกินเบียร์ที่แบมทำเอง ชื่อ ‘B BEER’

นอกจากเฟอร์นิเจอร์สุดเรียบง่าย และเทคโนโลยีสุดไฮเทคแล้ว ในบ้านของแบมแบมยังมีพุดดิ้ง, ลาเต้, คัพเค้ก และคิง แมวทั้ง 4 ตัว เพื่อนคลายเหงาของศิลปินสัญชาติไทยคนนี้

เขาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอวันที่ 27 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาว่า การมีแมว 4 ตัวช่วยคลายเหงาและสร้างระเบียบให้ตัวเอง

“ตอนแรกผมอยู่กับสมาชิก GOT7 7 คน เสร็จแล้วก็แยกออกมาอยู่เดี่ยวทีละคน ๆ ตอนผมออกมาอยู่เดี่ยวในประมาณปีหนึ่ง มีคนบอกว่าเลี้ยงแมวตัวหนึ่งอยู่ พอดีเขาต้องไปต่างประเทศ อยากเลี้ยงต่อไหม ผมก็เลยก็ได้ อยู่คนเดียวด้วย อยากเพิ่มความรับผิดชอบให้ตัวเองหน่อย.. ผมก็เลยตกหลุมรักเสน่ห์ของน้องแมวเข้าไป… มันน่ารักดี 

“...แล้วมันทำให้แพตเทิร์นการใช้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปเลย … ไม่มีเขาก็ตัวติดเตียงตลอดเวลา ต้องมาให้อาหาร เช็ดขี้ตา”

แบมแบม GOT7 : เจ้าชายวงการบันเทิงไทย หนุ่มที่ตามแม่ไปติ่ง แต่ได้เดบิวต์เป็นไอดอล รวมถึงแบมแบมยังชอบเล่าเรื่องผี ย้อนกลับไปในรายการ Hard Carry 2.0 ที่ออกอากาศทางช่อง MNET เกาหลีใต้ ระหว่างการพักผ่อนหลังเสร็จกิจกรรม สมาชิกทั้ง 7 คน อยู่ดี ๆ แบมแบมก็เล่าเรื่องน่ากลัวขึ้นมา

แบมแบมเล่าเรื่องของนักศึกษาสองคนที่ถูกผีอำระหว่างไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งคล้ายเป็นเรื่องเดียวกับเรื่อง ‘ห้องสนิม’ จากรายการ ‘เดอะโกสต์ เรดิโอ’ 

แล้วแบมแบมก็เคยบอกผ่านรายการ The Driver ว่า เขาเป็นคนกลัวผี แต่ก็ยังเป็นคนชอบฟังเรื่องผีก่อนนอน

“ผมเป็นคนกลัวผี… ผมไม่เคยเจอ แต่ผมชอบฟังเรื่องผีมาก ๆ ผมจะฟังไปแล้วผมก็หลับ เวลาอยู่เกาหลีจะฟัง The Ghost Radio แต่เวลาอยู่ไทยจะฟังเกาหลี เพราะว่ามันคงมากันไม่ถึง”

การกลับมาไทยครั้งล่าสุด แบมแบมก็ไปเล่าเรื่องผีต่างชาติในรายการ ‘เดอะโกสต์ เรดิโอ’ หลังจากติดตามมานาน

หนึ่งในเรื่องที่แฟนคลับสนใจ คือ ประสบการณ์โดนผีอำครั้งแรกระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เขารู้สึกเหมือนมีคนมานั่งทับ และยังคิดว่าเป็นแจ็คสันรูมเมทในตอนนั้น แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เขาเลยท่องนโม 3 จบก่อนสะดุ้งตื่น และรู้ตอนหลังว่า สถานที่ตั้งของโรงแรมนี้เคยมีประวัติฆาตกรรม คนฆ่าตัวตาย เล่นยาแล้วตายในห้องจนเป็นข่าวดัง

ก่อนจะทิ้งท้ายในรายการว่า “ผมก็ตลกตัวเองที่มาโปรโมตคอนเสิร์ตในรายการผี ผมว่ามันขลังดีนะครับ”

 

แบมแบมในฐานะศิลปินเดี่ยวและเวิลด์ทัวร์ครั้งแรก

ปี 2021 GOT7 ประกาศยุติสัญญากับต้นสังกัดเจวายพี เอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ละคนแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง รวมถึง ‘แบมแบม’ ที่ย้ายไปเซ็นสัญญาใหม่กับ ‘ออบิส คอมปานี’ (ABYSS Company)  ลุยงานในเกาหลี

รายการ ‘ถ้าพี่รัก หนูจะรับป้ะ’ ของช่องยูทูบ GoyNattyDream แบมแบมเล่าว่า ช่วงรอยต่อในการเซ็นสัญญาค่ายใหม่ เขาเคยกังวลถึงจุดปัจจุบันที่เขายืนอยู่และคิดอยากหันหลังให้วงการ 

“ตอนที่ผมจบสัญญากับเจวายพี ผมตัดสินใจจะออกวงการบันเทิงไปเลย เพราะเจเนอเรชันใหม่ ๆ ก็ออกมาเยอะแล้ว มันไม่มีที่ที่เราจะยืนได้ แฟนคลับผมก็เริ่มย้ายแล้ว แต่ก็มีแฟนคลับใหม่ ๆ เข้ามา มันก็หมุนแบบนี้เรื่อย ๆ รุ่นน้องก็เยอะ เราจะ 30 แล้ว ตอนนั้นก็ไม่มีจุดยืนก็เลิกดีกว่า”

ขณะที่บทสัมภาษณ์แบมแบมในเว็บไซต์ GQ Thailand ระบุว่า ตอนนั้นมีหลากหลายค่ายมาทาบทาม แต่ออบิสคือค่ายเดียวที่จะเปิดโอกาสให้แบมแบมลองทำในสิ่งที่เขาอยากทำจริงๆ ค่ายใหม่

“ABYSS Company เป็นค่ายเดียวที่บอกว่าผมยังแสดงความสามารถออกมาไม่หมดร้อยเปอร์เซ็นต์ อยากจะลองให้ผมทำในสิ่งที่อยากทำ ซึ่งผมไม่ได้ทำตลอด 7 ปีตั้งแต่เดบิวต์มา”  

หลังจากนั้น แบมแบมก็ทำงานในฐานะ ‘แบมแบม’ ด้วยบทบาทของศิลปิน  นักร้อง และพิธีกรได้อย่างดีในเกาหลีใต้ และยังได้รับเสียงตอบรับจากแฟน ๆ อย่างล้นหลามเช่นเดียวกับ 9 ปีที่ผ่านมาในวงการบันเทิง

จนมาถึงคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ครั้งแรก BamBam THE 1st WORLD TOUR [AREA 52] ที่จะเริ่มจัดรอบแรกในกรุงโซลวันที่ 16 กันยายน 2566

แล้วจะมาเปิดการแสดงในประเทศไทยในวันที่ 28 ตุลาคม 2566 นี้ ในงานแถลงข่าว แบมแบมบอกว่า เขาตื่นเต้นและเตรียมพร้อมตัวเองเพื่อโชว์ที่ดีที่สุด

“ตื่นเต้น และคิดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีแน่นอน สำหรับประเทศไทย ผมเตรียมตัวแบบจริงจังมาก มันจะเป็นโชว์ที่มากกว่าโชว์ เป็นคอนเสิร์ตที่มากกว่าคอนเสิร์ต เพราะฉะนั้น อยากเห็นอะไร ผมจะโชว์ทุกอย่างให้ชมกันในคอนเสิร์ตนี้  หวังว่าทุกคนจะมาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปด้วยกันนะครับ”

เพราะความฝันของแบมแบมไม่ใช่การเป็นนักร้องที่ดังที่สุด แต่อยากเป็นนักร้องที่สร้างแรงบันดาลใจและเติบโตไปพร้อมกันเหมือนกับที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ GQ Thailand เมื่อ 3 ปีก่อนถึงความเป็นศิลปินของเขาไว้ว่า

“ผมอยากให้เพลงที่ออกไปเป็นเพลงที่คนทั้งโลกเขาชอบกัน อยากเป็นนักร้องที่ให้แรงบันดาลใจกับทุกคนบนโลกได้… ผมไม่ได้อยากดังจนเวอร์ แต่อย่างน้อยอยากให้คนทั้งโลกรักเพลง และชอบการเต้นของผม ชอบแบมแบมตัวจริง ที่ไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นอยากให้เป็น ผมอยากเป็นตัวของผมเอง ถ้าทุกคนรับในตัวตนที่ผมเป็นได้ แค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ได้หวังอะไรมาก”


เรื่อง : ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์

ภาพ : อินสตราแกรม Bambam1A, แฟ้มภาพ Getty Images
 

อ้างอิง :

nolae

GQ thailand

komchadluek

the1

got7 fandom

Hard Carry 2

รายการ The Driver

Psick Univ

ตีสิบเดย์

กรรมกรข่าวคุยนอกจอ

รายการ ถ้าหนูรัก พี่จะรับป้ะ