‘มินฮีจิน’ ผู้บริหารหญิงค่าย ‘ADOR’ ที่ดัน ‘NewJeans’ เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่สู่แถวหน้าวงการ K-pop

‘มินฮีจิน’ ผู้บริหารหญิงค่าย ‘ADOR’  ที่ดัน ‘NewJeans’ เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่สู่แถวหน้าวงการ  K-pop

มินฮีจิน ประธานค่าย ‘ADOR‘ ต้นสังกัดของ ‘นิวจีนส์’ (NewJeans) เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการ K-pop ด้วยการเป็นผู้บริหารหญิงที่ชอบเล่าเรื่องและพาสมาชิกนิวจีนส์ทั้ง 5 คนสู่ตลาดโลก

  • NewJeans คือ ศิลปินเพียงวงเดียวของค่าย 'ADOR' ที่บริหารโดยมินฮีจิน
  • หลังลาออกจาก SM Entertainment 'มินฮีจิน' เริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยการดูแลภาพลักษณ์ค่ายเพลงให้กับ HYBE Music ต้นสังกัดของศิลปินเกาหลีระดับโลกอย่าง BTS
  • เพราะสำหรับเธอแล้ว เป้าหมายในการทำงาน คือ การสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการฉีกกฎการทำงานแบบเดิมทิ้งไป

ตอนนี้หากจะพูดถึงวงไอดอลในช่วงปีที่ผ่านมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘นิวจีนส์ (NewJeans)’ คือ เกิร์ลกรุ๊ปที่หลาย ๆ คนนึกถึงและชื่นชอบ

เพราะเดบิวต์ได้เพียง 134 วันก็เดินสายรับรางวัลศิลปินหน้าใหม่จากเวทีใหญ่ของเกาหลี และยังทำให้เพลง Hype Boy ติดหู ติดชาร์ตทั่วโลก

และคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่พา 5 สาวนิวส์จีนมาไกลถึงทุกวันนี้ คือ ผู้บริหารหญิง ‘มินฮีจิน’ อดีต Visual Director จาก SM Entertainment มานานกว่า 15 ปี ก่อนจะเปิดค่ายเพลงอิสระของตัวเอง ‘ADOR’ ที่โยนวิธีโปรโมตเพลงแบบเดิม ๆ ทิ้งไป แต่สร้างมาตรฐานใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง

อดีตพนักงาน SM คนเปลี่ยนเกมวงการ K-pop

ก่อนจะเข้ามานั่งแท่นประธานค่าย ADOR ต้นสังกัดของศิลปินเกาหลีน้องใหม่อย่างนิวจีนส์ (NewJeans) มินฮีจินเคยเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ตัวท็อปให้กับค่าย SM Entertainment ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ต้นสังกัดของศิลปินแถวหน้าของวงการเคป๊อป เช่น เกิร์ลส์ เจเนอเรชัน (Girl’s Generation), ซูเปอร์ จูเนียร์ (Super Junior), เรด เวลเวต (Red Velvet), เอ็นซีที (NCT) รวมถึงเอสปา (aespa)

เพราะผลงานที่เข้าตาแฟนคลับและผู้บริหารของค่าย เธอจึงขยับจากกราฟิกดีไซเนอร์ขึ้นมาเป็น Visual Director รวมถึงการดูแล Visual Branding ให้กับ Girl’s Generation, Shinee, EXO, f(x) และ Red Velvet 

เธอคือคนที่ออกไอเดียให้สาว ๆ Girl’s Generation แต่งกางเกงสีสันจนเป็นภาพจำทั่วโลกในเพลง Gee เป็นคนคิดเทปสีชมพูในอัลบั้ม Pink Tape ของ f(x) บอกให้ EXO แต่งชุดนักเรียนในเพลง Growl เพลงเดบิวต์ของพวกเขา

สำหรับมินฮีจินแล้ว การทำหน้าที่เป็น Visual Director ไม่ใช่แค่การดูแลงานดีไซน์ แต่เธอจำเป็นต้องเล่าเรื่องเพลงผ่านอัลบั้มให้เป็นเรื่องเดียวกัน ดูแลตั้งแต่กระบวนการคิด การผลิต และเผยแพร่ จนเว็บไซต์สำนักข่าว The Korea Herald บอกว่า ผู้หญิงคนนี้คือคนเปลี่ยนเกมที่เปลี่ยนการเล่าเรื่องธรรมดาเป็นการใช้ภาพสื่อความหมายผ่านเรื่องเล่าในฉบับของตัวเอง

ประสบการณ์การทำงานที่พิสูจน์ฝีมือพร้อมการันตีความสามารถจากรางวัล Best Visual and Art Director จาก Mnet Asian Music Awards (MAMA) ในปี 2016 ทำให้ปีถัดมา เธอก็ขยับเป็นผู้บริหาร SM Entertainment แต่ด้วยภาระงานที่มากมายตรงหน้าก็ทำให้สุดท้ายเธอเลือกจะย้ายเข้าไปเป็น Chief Brand Officer (CBO) ให้กับ HYBE Music ที่ดูแลศิลปินระดับโลกอย่าง BTS

เธออธิบายเหตุผลที่ออกจากบ้านหลังเก่าไว้ในรายการ You Quiz on the Block ดำเนินรายการโดยพิธีกรวาไรตี้อย่างยูแจซอกว่า เธอเหนื่อยเกินกว่าจะเดินหน้าต่อในฐานะผู้บริหารของ SM Entertainment ต่อไป

“ฉันทำงานที่นี่มา 15 ปี และกำลังจะออกจากบริษัทในปีหน้า ตอนนั้นฉันเหนื่อยมาก มีงานเยอะมาก ต้องทำอัลบั้ม 4 - 5 อัลบั้มต่อเดือน ฉันมอบวัย 20 และ 30 ปีของฉันไปกับการทำงาน มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับฉัน”

 

ผู้บริหารหญิงที่รวยระดับท็อปของเกาหลี

ปี 2021 ข้อมูลจากระบบกำกับดูแลด้านการเงินของเกาหลีออกรายงานสรุปรายได้ของเหล่าผู้บริหารของเกาหลีใต้ ปรากฏว่า มินฮีจินเป็นผู้บริหารหญิงคนเดียวที่ได้รับรายได้มากกว่า 500 ล้านวอนในค่าย Big 4 ประกอบด้วย YG Entertainment, SM Entertainment, JYP Entertainment และ Big Hit Music (HYBE Music ในปัจจุบัน)

โดยมีการระบุรายได้ของมินฮีจินไว้ว่า เธอได้รับค่าจ้าง 376 ล้านวอน และได้รับโบนัสประมาณ 150 ล้านวอนจากการบริหารงานปี 2019 ที่เธอมีส่วนร่วมในการปรับปรุงภาพลักษณ์ของ Big Hit Entertainment และวางองค์ประกอบสำนักงานใหม่อีกด้วย และยังมีรายรับอื่น ๆ จำนวน 1 ล้านวอน

เธอเคยพูดถึงเรื่ององค์ประกอบของสำนักงานไว้ว่า “ฉันคิดว่าพื้นที่ที่ฉันออกแบบจะช่วยสร้างทัศนคติ คุณค่า และวัฒนธรรมร่วมกัน ฉันเชื่อว่าฉันสามารถที่จะพัฒนาและสร้างคุณค่าขององค์กรต่อไปได้ในไม่ช้า”

 

เส้นทางใหม่ท่ามกลางข้อกล่าวหามากมาย

ถึงแม้ว่าดูภายนอก มินฮีจินจะเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยพรมแดงที่สวยงาม แต่หลังจากปล่อยข่าวว่า เธอขึ้นแท่นผู้บริหารก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสมาชิกของนิวจีนส์ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้เยาว์ 

เพราะอายุเฉลี่ยของสมาชิกนิวจีนส์ทั้ง 5 คนอยู่ที่ 16 ปี และน้องเล็กของวงก็อายุเพียง 14 ปีเท่านั้น แต่ในเพลง ‘Attention’ สมาชิกบางคนใส่เพียงเกาะอกที่ดูเซ็กซี่เกินไป รวมถึงยังมีข้อถกเถียงเรื่องความหมายของเพลง ‘Cookie’ ที่ตีความได้สองแบบ ทั้ง Cookie ที่เป็นขนม ขณะเดียวกันก็เป็นสแลงที่หมายถึงช่องคลอดผู้หญิง

ทั้งยังมีการขุดไปถึงผลงานที่ผ่านมาที่มักจะสร้างภาพลักษณ์ที่โตเกินวัยให้กับศิลปินในค่าย ยกตัวอย่างเช่น การให้เยริที่เดบิวต์ตอนอายุ 14 ปีใส่ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่ หรือการไม่บอกแทมินที่เดบิวต์ตอนอายุ 15 ปีว่าจะมีฉากถอดเสื้อ เป็นต้น

รวมถึงยังมีคนมองเห็นรูปภาพเปลือยของเด็กหญิงในห้องของเธอจนมีคนกล่าวหาว่าเธอมีรสนิยม ‘คลั่งเด็ก’ แต่เธอก็ออกมาปฏิเสธข่าวว่า รูปศิลปะนั้นเป็นของขวัญ และตั้งทีมกฎหมายเพื่อตอบโต้คนที่เข้ามาแสดงความเห็นที่กล่าวหาเธอ

 

ADOR ค่ายน้องใหม่ โดยมินฮีจินที่พา NewJeans เหยียบอันดับชาร์ต Billboard

จริง ๆ แล้ว ADOR ก่อตั้งในปี 2021 ย่อมาจาก All Doors in One Room 

ในฐานะประธานบริษัท มินฮีจินบอกถึงเป้าหมายในการตั้งบริษัทครั้งนี้ว่า เธออยากให้ ADOR เป็นค่ายเพลงอิสระที่แสดงความสามารถและไม่กลัวต่อความท้าทายใหม่ๆ 

เมื่อเดือนที่แล้ว มินฮีจินให้สัมภาษณ์พิเศษกับ The Standard Pop ว่า ความแตกต่างยังคงเป็นจุดขายในอุตสาหกรรมเพลงระดับโลก

“เราไม่ได้จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้แตกต่าง แต่เราคิดว่าในตลาดเมนสตรีมหลายจุดที่ฉันสามารถพัฒนาหรือว่าทำให้มันดีขึ้นได้ และในอนาคตเราพยายามหาความท้าทายและสร้างบรรทัดฐานใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณจะไม่ได้เห็นแค่ภายในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่คุณจะได้เห็นบนเวทีโลกด้วย”

ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่และต้องการพลิกโฉมวงการเพลงระดับโลก มินฮีจินจึงตั้งใจทำทุกเพลงของ NewJeans ด้วยความตั้งใจและยังคงโดนใจเหล่า Bunnies (ชื่อแฟนคลับของ NewJeans) เหมือนเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

อย่างเช่น เพลงเดบิวต์ของสาว ๆ นิวจีนส์ที่เธอล้มล้างการโปรโมตเพลงแบบเดิม ๆ แต่สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการปล่อยเอ็มวี Attention ก่อนเปิดตัวเมมเบอร์ แล้วปล่อยเพลง Hype Boy ในวันต่อมาที่เธอสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอไว้จำนวน 4 เวอร์ชัน ส่งผลให้เพลงติดชาร์ตทุกเพลง ยอดขายอัลบั้มก็ถล่มทลาย และยังทำให้สมาชิกนิวจีนส์เดินสายรับรางวัลศิลปินหน้าใหม่จากหลาย ๆ เวทีอีกด้วย รวมถึงรับเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ให้กับหลายแบรนด์ เช่น แมคโดนัลด์ (McDonald), ลีไวส์ (Levi’s) และแบรนด์ชอปออนไลน์ของเกาหลีอย่างมูชินซา (Musinsa) รวมถึงยังเป็นพรีเซนเตอร์ของไนกี้ (Nike) 

และอัลบั้มล่าสุดนิวจีนส์ก็ได้รับความนิยมจนเป็นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ในสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ด้วยยอด 126,500 ก๊อบปี้ ในช่วงสัปดาห์แรกที่ปล่อยออกมาก็ตาม รองจากรุ่นพี่ BLACKPINK ในอัลบั้ม Born Pink ปี 2022 และเพิ่งขึ้นคอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Lollapalooza ที่เมืองชิคาโกในวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

ความสำเร็จของนิวจีนส์ถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในบทบาท CEO ค่ายเพลงน้องใหม่ของมินฮีจินที่บอกเราว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงก็เกิดได้จากการคิดนอกกรอบด้วยการโยนทิ้งขนบแบบเดิม ๆ ทิ้งไป

 

เรื่อง : ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์

ภาพ : มินฮีจินจาก Instagram และ NewJeans จาก Twitter Newjeans_ADOR

 

อ้างอิง

techm.kr

wowkorea

thestandard (1)

thestandard (2)

salehere

workpointtoday