ถอดสมการแห่งโชค (Algebra of Luck) ผ่านมุมมองชีวิตของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’

ถอดสมการแห่งโชค (Algebra of Luck) ผ่านมุมมองชีวิตของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’

‘โชค’ อาจไม่ใช่เรื่องของการรอให้สิ่งดี ๆ เดินเข้ามาหาเราเสมอไป แต่คือการรู้จักมองเห็นจังหวะชีวิต เตรียมตัวให้พร้อม และที่สำคัญกว่านั้นคือการทำให้การมีอยู่ของเรา กลายเป็น ‘โชคดี’ ในชีวิตของใครบางคน ผ่านมุมมองชีวิตของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ และหนังสือ ‘Algebra of Luck: สมการแห่งโชค’

KEY

POINTS

มีงานเปิดตัวหนังสือไม่กี่งาน ที่ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อเป้าหมายทางการค้า หากแต่วางหัวใจของงานไว้เพียงประการเดียว คือการเชิญผู้คนอันเป็นที่รักและเคารพมารวมตัวกัน เพื่อฉลองให้กับความหมายของความสัมพันธ์และโชคชะตา

งานเปิดตัวหนังสือ ‘Algebra of Luck: สมการแห่งโชค’ ของ ‘พี่โจ้’ ธนา เธียรอัจฉริยะ คือหนึ่งในงานชนิดนั้น งานที่เรียบง่าย แต่อบอุ่นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ

โชคในยุค AI และหน้าที่ของ ‘ตำรวจจราจร’

จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ เกิดจากการที่พี่โจ้ได้รับเชิญไปพูดในงานประชุมใหญ่ที่เต็มไปด้วยหัวข้อเรื่องเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ด้วยความรู้สึกถ่อมตัวว่าคงวิ่งตามเรื่องเทคโนโลยีไม่ทัน พี่โจ้จึงลองตั้งคำถามในมุมกลับว่า อะไรคือสิ่งที่เทคโนโลยีไม่รู้ และไม่มีวันเข้าใจ

คำตอบที่ตกผลึกออกมา คือเรื่องของ ‘โชค’ และ ‘ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์’

เมื่อลองถอดรหัสคำว่าโชค พี่โจ้ได้มองเห็นโชคใน 3 มิติที่ซ้อนทับกันอย่างลึกซึ้ง

โชคที่เป็นจังหวะชีวิต คือโชคที่เราไม่ได้เป็นคนกำหนด เช่น การนึกย้อนว่าโชคดีแค่ไหนที่อากงเลือกมาตั้งรกรากที่เมืองไทยแทนที่จะเป็นที่อื่น หรือการตัดสินใจโทรกลับเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย จนนำไปสู่โอกาสในการทำงานที่ดีแทค พี่โจ้พูดถึงโชคในมิตินี้ไว้อว่า “จังหวะในชีวิตมันเป็นโชคที่ทำให้เรารู้สึก humble เตือนตัวเองว่าอย่าคิดว่าตัวเองเก่ง เพราะเราไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่าง”

โชคที่เราสร้างได้เอง คือโชคที่เกิดจากการเตรียมพร้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรอคอยวันที่โอกาสเดินทางมาบรรจบ

โชคจากระบบนิเวศแห่งการให้ คือโชคของการได้รายล้อมด้วยกัลยาณมิตร อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีผู้ใหญ่เมตตา เพื่อนฝูงคอยค้ำจุน และส่งเสริมกันและกัน

ในบรรยากาศของงานวันนั้น พี่โจ้เปิดเผยตัวตนอย่างเรียบง่ายว่า ไม่ได้มองตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง หรือเป็นสัญญาณไฟแดงที่สั่งให้ใครหยุด “ผมชอบมองตัวเองเป็นตำรวจจราจรมากกว่า อยู่ตรงสี่แยก ชอบเห็นคนคุยกัน แล้วบอกว่า เฮ้ย คนนี้มาคุยกับคนนี้หน่อยสิ เราไม่ได้เป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เป็นไฟแดง แค่คอยเชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน”

ถอดสมการแห่งโชค (Algebra of Luck) ผ่านมุมมองชีวิตของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’

เสียงที่เปลี่ยนชีวิตจากบทเพลง หนังสือ ถึงหอผู้ป่วย

ตลอดชีวิตของคนเรา อาจมีข้อความเพียงไม่กี่ข้อความที่ดังพอจะเปลี่ยนวิถีคิดไปตลอดกาล พี่โจ้ได้เล่าถึง 3 สิ่งเปลี่ยนชีวิตที่หล่อหลอมตัวตนอย่างลึกซึ้ง

เสียงเพลง ‘อื่น ๆ มากมาย’ โดย ‘พี่จิก’ ประภาส ชลศรานนท์ ท่อนเนื้อร้องที่ปักลึกลงในใจตั้งแต่วัย 16 ปีว่า “อาจจะจริงเราเห็นอยู่ เผื่อใจไว้ที่ยังไม่เห็น” ประโยคนี้เปลี่ยนวิธีมองโลกของเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปสิ้นเชิง พี่โจ้เล่าถึงเพลงนี้ด้วยรอยยิ้ม “มันทำให้เรารู้ว่า โลกนี้มีหลายมุมมาก คนเรามองมุมไหนก็ได้ แล้วเราอย่าเพิ่งไปตัดสินใคร” เสียงเพลงนี้เองที่ทำให้ตลอดชีวิตการทำงาน พี่โจ้เลือกที่จะมองหาและดึงส่วนที่ดีที่สุดในตัวผู้คนออกมาเสมอ

ตัวหนังสือของ ‘พี่ตุ้ม’ หนุ่มเมืองจันท์ โดยข้อความจากหนังสือของพี่ตุ้มที่เล่าถึงประเภทของปัญหา ขมวดจบด้วยประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังว่า “แก้ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหา” พี่โจ้หวนนึกถึงตอนที่ได้อ่านข้อความนี้ว่า “ตอนนั้นทำงานหนักและเครียดมาก พอได้ยินสองประโยคนี้ก็ตรัสรู้เลยว่า ปัญหามันมีสองแบบ แก้ได้กับแก้ไม่ได้ ถ้าแก้ไม่ได้อย่าไปคิดมัน เพราะมันไม่ใช่ปัญหา... ประโยคนี้ทำให้ตัวเบาลงไปเกินครึ่ง” 

คำถามแห่งชีวิตจาก ‘หมอแนต’ แพทย์หญิงนิษฐา เอื้ออารีมิตร ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชบำบัดวิกฤต และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลคูน เมื่อมีโอกาสสัมภาษณ์หมอแนตเกี่ยวกับผู้ป่วยระยะท้าย พี่โจ้ได้เอ่ยถามว่า ทำอย่างไรคนเราถึงจะตายดี 

หมอแนตให้คำตอบที่ชวนคิดว่า คนที่ใกล้เสียชีวิตแล้วตายดี ส่วนใหญ่คือคนที่ยิ้มได้ มีความสุข และคนที่ตายดีส่วนใหญ่ คือคนที่ ‘อยู่ดี’ มาก่อน 

เมื่อพี่โจ้ถามต่อว่า แล้วอยู่ดีหมายถึงอะไร หมอแนตได้ให้คำตอบที่เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งกลายมาระบุไว้ในบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ 

“อยู่ดี คือการอยู่แล้ว ‘เป็น’ โชคดีของคนอื่น” 

พี่โจ้ตกผลึกประโยคนี้ไว้อย่างน่าฟังว่า “เรามักจะคิดว่าใครเป็นโชคดีของเราบ้าง แต่แทนที่เราจะเฝ้ารออยากโชคดี เราควรจะเปลี่ยนมุมมองมาถามตัวเองว่า เราจะอยู่ยังไงให้ ‘เป็น’ โชคดีของคนอื่นรอบตัว”

ถอดสมการแห่งโชค (Algebra of Luck) ผ่านมุมมองชีวิตของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’

แด่... ผู้เป็นโชคดีของฉัน

ความคิดของหมอแนตได้พลิกสมการชีวิตจากการเป็นผู้รอคอยโชคดี ไปสู่การเป็นผู้ส่งมอบโชคดี

ความละเมียดละไมนี้ถูกสลักไว้ตั้งแต่หน้าแรกของหนังสือ ด้วยข้อความสั้น ๆ ที่เปิดพื้นที่ว่างไว้ว่า 

“แด่... ผู้เป็นโชคดีของฉัน”

พี่โจ้พูดถึงกิมมิคเล็ก ๆ แต่เปี่ยมความหมายนี้ว่า “หน้าแรกของหนังสือคือธีมของวันนี้เลย ตั้งใจทำไว้เพื่อให้คนที่ซื้อ เอาไปเขียนชื่อใครบางคนแล้วส่งต่อ เป็นคำขอบคุณสำหรับทุกจังหวะชีวิตที่ได้เคยเกื้อกูลกันมา”

ความตั้งใจที่จะเป็นโชคดีของคนอื่น ยังถูกนำมาปฏิบัติจริงในงาน ผ่านการมอบรายได้จากการจำหน่ายหนังสือ 1,000 เล่ม ให้แก่ ‘มูลนิธิอิสรชน’ ซึ่งทำงานช่วยเหลือคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะ ให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงโชคดีและความห่วงใยจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

สมการชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุด

ในโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างรีบเร่ง ไขว่คว้า และแข่งขันเพื่อสะสมความสำเร็จและโชคลาภให้ตนเอง บทเรียนจากหนังสือเล่มนี้ได้ชวนเราหยุดคิดและมองย้อนกลับมาข้างใน 

ชีวิตที่เปี่ยมความหมาย ซึ่งอาจวัดกันในวันที่เราเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต แล้วสามารถยิ้มให้กับตัวเองได้อย่างภาคภูมิว่า

“การมีอยู่ของเรา ได้เคยเป็น ‘โชคดี’ ในชีวิตของใครบางคนแล้ว”

 

เรื่อง: พาฝัน ศรีเริงหล้า