07 มี.ค. 2569 | 12:05 น.

KEY
POINTS
มิลลี บ็อบบี บราวน์ คือ นักแสดงหญิงที่ถูกผู้คนทั่วโลกจับตาทุกความเคลื่อนไหว
แต่การเติบโตมาพร้อมกล้อง โซเชียลมีเดีย และแสงไฟ ทำให้เธอเริ่มกดดันตัวเอง และมีบาดแผลจากสายตาของผู้คน แม้จะเป็นเช่นนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็ยังผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ด้วยความรักจากคนใกล้ตัว
แม้จะรู้สึกหนักหนาจนอยากถอย แต่เพราะการแสดงคือพื้นที่ที่เธอใช้ปลดปล่อยความรู้สึก เธอจึงเลือกมองข้ามทุกอย่าง ยอมรับตัวเอง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น
นี่คือเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นท่ามกลางทั้งเสียงชื่นชมและคำตัดสิน และยังคงเลือกเป็นตัวเองต่อไป
มิลลิเป็นหญิงสาวชาวอังกฤษ สัญชาติสเปน แต่กลับต้องเดินทางย้ายที่อยู่บ่อย ๆ ด้วยธุรกิจของพ่อแม่ เธอใช้ชีวิต 4 ปีแรกที่สเปน ก่อนจะย้ายมาอยู่อังกฤษแล้วทำให้เธอค้นพบความฝันการเป็นนักแสดง
ตอนนั้นเธอเรียนคลาสการแสดง การร้องเพลงอยู่บ้าง เคยเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในการแสดง เพลง ‘Grown-Up Christmas List’ เวลาเพียงไม่กี่นาทีกลับทำให้เธอรู้ว่า การอยู่ต่อหน้าผู้คนทำให้เธอมีความสุขมากแค่ไหน
“ความฝันของฉันคือการได้เป็น Hannah Montana (ชื่อตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Hannah Montana) ฉันชอบเรื่อง Hairspray กับ Mamma Mia! มาก” มิลลิเคยให้สัมภาษณ์ไว้
หลังจากนั้นเธอก็ย้ายถิ่นอีกครั้ง เพราะพ่อแม่ของเธอกำลังจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา แต่เมื่อรู้ว่าลูกอยากเป็นนักแสดง ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่ลอสแองเจลิส และเริ่มให้มิลลีส่งคลิปไปออดิชัน
บทบาทแรกที่มิลลิได้รับ คือ อลิซตอนเด็กจากซีรีส์ที่หลายคนรอคอยอย่าง ‘Once Upon a Time in Wonderland’ ที่ดัดแปลงจาก Alice in Wonderland แล้วเธอก็มีผลงานต่อเนื่อง ทั้ง ‘NCIS’ ‘Modern Family’ ‘Grey’s Anatomy’ และ ‘Intruders’
เมื่อได้ลองแสดงแล้ว เธอก็ค้นพบอีกหนึ่งเสน่ห์ของการแสดง คือ การลองสวมบทบาทเป็นใครอีกคน ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองอยากเป็นใคร
“ฉันชอบการได้เป็นคนอื่น เพราะฉันมักจะมีปัญหากับการค้นหาตัวตนของตัวเอง และไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองเป็นใคร”
ถึงจะสนุกกับการแสดงมาก ๆ แต่ชีวิตมีขึ้นก็มีลง งานของมิลลีเริ่มหายไป ทำให้ครอบครัวตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่อังกฤษ และต้องเจอกับคำปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กระทั่งเธอลองส่งคลิปออดิชัน ‘Stranger Things’ ซีรีส์ระดับโลกจาก Netflix ที่เข้ามาเติมเชื้อไฟ และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ประตูแห่งโอกาสในชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนี้เปิดขึ้นอีกครั้ง
จริง ๆ แล้ว เหตุผลที่ทำให้ ‘มิลลี บ็อบบี บราวน์' เลือกส่งคลิปออดิชันมาให้พี่น้องดัฟเฟอร์ ผู้สร้าง Stranger Things มาจากพ่อแม่ขอให้ส่งมาทดสอบตัวเองอีกครั้ง หลังจากโดนผู้กำกับคนหนึ่งบอกว่า ไม่สามารถประสบความสำเร็จในวงการนี้ได้ เพราะเธอดูเป็นผู้ใหญ่เกินไป แม้จะอายุเพียง 10 ปี จนสร้างแผลใจให้กับมิลลี
“ฉันรู้มาตลอดว่าฉันดูโตเกินวัย อย่างที่ฉันเคยพูดก่อนหน้านี้ว่า ฉันมักจะรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครดูเป็นผู้ใหญ่เท่าฉัน การได้ยินแบบนั้นมันเลยยิ่งยาก เพราะฉันคิดว่าการเป็นผู้ใหญ่กว่าวัยเป็นเรื่องที่ดี แต่พอมีคนบอกว่ามันไม่ใช่ และบอกว่าฉันจะไม่มีทางไปได้ไกลในวงการนี้ มันทำให้ฉันเจ็บปวดมาก
“พ่อแม่ของฉันเลยบอกว่า ลองออดิชันส่งเทปอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย แล้วลูกค่อยออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ก็ได้ ฉันก็เลยบอกว่า โอเค งั้นจะลองทำอันนี้ดู เพราะมันดูน่าสนใจดี”
สามเดือนต่อมา มิลลีได้คำตอบรับให้เข้ามารับบทเด็กหญิงพลังจิตที่ถูกเลี้ยงดูในห้องทดลองลับ ก่อนจะหนีออกมาเป็นส่วนหนึ่งของเด็ก ๆ ในเมือง ‘Hawkins’ เจอเพื่อนนักแสดงที่กลายมาเป็นครอบครัวและทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง
แล้วการอยู่ในบทบาทของ ‘อีเลเวน’ ทำให้เธอเรียนรู้อีกว่า การแสดงเป็นพลังที่ส่งต่อจากหน้าจอถึงใจผู้ชมและทำให้เชื่อว่า เธอตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกมาเป็นนักแสดง
“ในตอนแรกมันก็แค่สนุก แต่หลังจากนั้นฉันก็เริ่มคิดว่า การแสดงทำให้ฉันรู้สึกมีพลัง รู้สึกว่าฉันสามารถสร้างผลกระทบ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้”
ความรู้สึกนี้ทำให้เธอเลือกเปิดบริษัท ‘PCMA Productions’ บริษัทผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ รวมถึงยังได้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง เช่น Godzilla: King of the Monsters (2019) Godzilla vs. Kong (2021) Enola Holmes (2020) Enola Holmes 2 (2022) และ Damsel (2024)
ถึงอย่างนั้น ทุกคนรู้ว่า การอยู่ในวงการไม่ใช่เรื่องง่าย มิลลีเองก็ต้องต่อสู้กับตัวเอง สู้กับความคิดคนอื่น เพื่อเป็นนักแสดงที่ทุกคนภูมิใจและดีพอสำหรับผู้ชม
มิลลีแทบจะเติบโตอยู่ในวงการบันเทิง และประสบความสำเร็จสูงสุดหลังจากซีรีส์เรื่อง Stranger Things ในวัยเพียง 11-12 ปี และความนิยมทำให้เธอไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้
ยังไม่นับรวมการถูกผู้ใหญ่วิจารณ์ว่า เธอใบหน้าไม่เหมือนเดิม กลายเป็นแผลใจที่ทำให้เธอต้องไปเข้าการรักษาเพื่อรับมือกับการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ ต้องมีคนดูแลแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้ เพื่อกลับมาดูแลใจให้แข็งแรงก่อน
“ฉันเริ่มทำงานในวงการตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เติบโตต่อหน้าสายตาของคนทั้งโลก แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้คนดูเหมือนจะเติบโตไปพร้อมกับฉันไม่ได้ พวกเขาทำเหมือนว่าฉันควรถูกหยุดเวลา ต้องหน้าตาเหมือนตอนใน Stranger Things ซีซัน 1 และเพราะตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ฉันจึงกลายเป็นเป้าหมาย”
เธอค่อย ๆ เรียนรู้และมองหาวิธีการรับมือในฉบับของตัวเอง ปี 2018 มิลลีได้รับแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟ (UNICEF Goodwill Ambassador) ด้วยอายุเพียง 14 ปี ทำให้เธอเป็นทูตฯ อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของยูนิเซฟ ผลักดันเรื่องสิทธิเด็ก และสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่เด็กทั่วโลกเคยเจอ
หนึ่งในเรื่องที่เธอให้ความสำคัญ คือ เรื่องการถูกกลั่นแกล้ง
วันรับตำแหน่งใน World Children’s Day ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนิวยอร์ก มิลลีบอกว่า แม้เธอจะเคยผ่านช่วงชีวิตที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ที่ผ่านมาได้เพราะมีคนรอบตัวที่เข้าใจและให้กำลังใจเสมอ
“ฉันไม่เคยมองสิ่งไหนเป็นของตาย แต่ก็รู้ดีว่าความรู้สึกเปราะบางเป็นอย่างไร ตอนอยู่ที่โรงเรียน ฉันเคยถูกนักเรียนกลุ่มหนึ่งกลั่นแกล้ง จำได้ว่าตัวเองรู้สึกหมดหนทาง โรงเรียนเคยเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่หลังจากนั้น ฉันกลัวที่จะไปโรงเรียนไม่รู้ว่าจะเชื่อใจหรือพึ่งใครได้”
“ฉันก็เคยถูกกลั่นแกล้งและคุกคามทางออนไลน์เหมือนกัน มันน่ากลัว ตอนมองไปที่โทรศัพท์ของตัวเองแล้วเห็นว่ามีข้อความจากคนแปลกหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความเกลียดชัง และคำขู่ ฉันโชคดี เพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัว ทำให้ฉันสามารถก้าวผ่านความรู้สึกด้านลบเหล่านั้นและทวงพลังของตัวเองกลับคืนมาได้”
ถึงปี 2026 มิลลีจะอายุ 22 ปี แต่เธอเลือกแต่งงานตอนอายุ 20 ปีกับ Jake Bongiovi คู่ชีวิตที่ทำให้มิลลีกล้าเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น
“ฉันถามเขาว่าทำไมคุณถึงรักฉัน เขาก็บอกสิ่งที่ฉันเคยเกลียดตัวเองหลายอย่าง ฉันถามว่า คุณเห็นสิ่งดีในสิ่งพวกนั้นเหรอ เขาตอบว่าแน่นอน ตอนเจอเจค ฉันได้เป็นตัวเองเต็มที่ ฉันรักเขาเพราะเขาทำให้ฉันรักตัวเองและเติบโตเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง”
แม้ความรักของเธอกับเจคจะดูเหมือนเทพนิยายสำหรับหลายคน แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ไม่น้อยที่ตั้งคำถามกับการแต่งงานในวัยเพียงยี่สิบปี อย่างไรก็ตาม มิลลียังคงยืนยันว่า สำหรับเธอแล้ว ความรักครั้งนี้คือการตัดสินใจที่ทำให้เธอเติบโตมากที่สุดในชีวิต
“เราคบกันมาสี่ปีแล้ว ตอนที่เราย้ายมาอยู่ด้วยกัน มีสุนัขด้วยกัน และช่วยกันดูแลสัตว์เลี้ยง เราเริ่มใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน ตอนนั้นคิดว่า ‘ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมองคุณเป็นอย่างอื่นได้อีก’ ฉันไม่อยากอยู่กับใครคนอื่นแล้ว ฉันไม่อยากเดต ไม่อยากไปเจอใครใหม่ ฉันต้องการแค่เขา”
ชีวิตในวงการบันเทิงที่ถูกจับตามองตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย มิลลีผ่านทั้งคำวิจารณ์ ความกดดัน และถูกตัดสิน การมีใครสักคนอยู่เคียงข้างจะทำให้มิลลีสามารถปลอบโยนหัวใจที่อ่อนล้าให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
ปี 2019 มิลลีเปิดแบรนด์ Florence by Mills ธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่เธออยู่ในวงการมาตั้งแต่เด็กและอยากพัฒนาสินค้าสำหรับคนอายุน้อย เช่น สกินแคร์ เครื่องสำอาง น้ำหอม เครื่องประทินผิวต่าง ๆ
“ฉันนั่งเก้าอี้แต่งหน้ามาตั้งแต่อายุประมาณ 10–11 ปี รู้จักผลิตภัณฑ์หลายประเภทมาก เคยแต่งเอฟเฟกต์พิเศษ มีเลือดปลอม เห็นรองพื้นหลายแบบ เลยอยากเข้ามาในวงการเครื่องสำอางและสกินแคร์ เพราะฉันรู้สึกว่ายังมีช่องว่างในตลาดสำหรับคนอายุน้อย”
ถึงจะถูกตั้งคำถามเรื่องคุณภาพสินค้าหรือถูกอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นโยนผลิตภัณฑ์ของ Florence by Mills ทิ้ง แต่มิลลียังเชื่อว่า การแต่งหน้าจะช่วยนิยามความสวยงามที่สร้างมาตรฐานขึ้นมาเอง ระหว่างที่เธอต้องโกนผมเพื่อรับบทอีเลเวนใน Stranger Things
“การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่ฉันใช้เพื่อแสดงความเป็นผู้หญิงของตัวเอง การแต่งหน้าไม่ได้กำหนดว่าฉันเป็นใครแต่เป็นสิ่งที่ฉันอยากทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แม้จะรู้ว่าฉันอาจทำได้ไม่ดี มันอาจออกมาไม่สวย แต่ฉันก็ทำอยู่ดี เพราะฉันอยากรู้สึกดีกับตัวเอง”
รวมถึงยังสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปบริจาคให้กับเด็ก ๆ ที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งผ่านองค์กร Olivia Hope Foundation องค์กรของเพื่อนสนิทมิลลีที่จากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
นอกจากนี้ Florence by Mills ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่มิลลีจะได้ปลดปล่อยผ่านบล็อกที่เธอเขียนเพื่อสื่อสารกับแฟน ๆ โดยเฉพาะช่วงที่เธอพักจากการเล่นโซเชียล มิลลีก็เข้ามาเขียนบล็อกเพื่อบอกเล่าความรู้สึกในใจ ปิดคอมเมนต์ และเรียนรู้ที่จะเข้าใจโลกใบนี้ว่า ทำไมการเป็นตัวเองมันถึงยากขนาดนี้
“มันยากมากที่จะถูกเกลียด ในเมื่อคุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร เหมือนวันนี้ฉันจะลองเป็นแบบนี้ดู แล้วพวกเขาก็บอกว่า ไม่ ฉันเกลียดแบบนั้น แล้วบอกตัวเองใหม่ว่า วันนี้ฉันจะลองเป็นแบบนี้ จากนั้นคุณก็เริ่มปิดตัวเอง เพราะเริ่มคิดว่า ฉันควรจะเป็นใคร พวกเขาต้องการให้ฉันเป็นแบบไหน”
วันนี้เธอก็ยังคงเดินหน้าเป็นตัวเอง เพราะเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงที่เติบโตเป็นผู้หญิงก็เท่านั้นเอง
“ฉันจะไม่ขอโทษที่ฉันเติบโตขึ้น และไม่ด้อยค่าตัวเองเพื่อทำให้คนที่รับไม่ได้ตอนเห็นเด็กผู้หญิงเติบโตเป็นผู้หญิง ฉันไม่ได้รู้สึกอับอายกับหน้าตา การแต่งตัว หรือวิธีที่ฉันนำเสนอตัวเอง”
เรื่องราวทั้งหมดบอกเราแล้วว่า เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เก่ง และสู้กลับทุกคำพูดของคนอื่นที่ไม่ได้รู้จักตัวตนของเธออย่างแท้จริง
ภาพ : อินสตาแกรม milliebobbybrown
อ้างอิง
Millie Bobby Brown’s Year of Healing / allure
Millie Bobby Brown on Stranger Things, Marriage, and Life on the Farm / IMG LICENSING
Millie Bobby Brown Calls Out ‘Bullying’ Over Her Appearance in Passionate Video / Newsweek
Millie Bobby Brown says “soul destroying” bullies forced her to move schools / NME
Millie Bobby Brown Is Starting Her Own Vegan Beauty Brand / NYLON
Millie Bobby Brown: "Shaving My Head Was the Most Empowering Decision I've Ever Made" / Pop Sugar
Mills Musings / Florence By Mills
Millie Bobby Brown 'disgusted' by beauty standards: Don't tell me how to be a girl / India Today