‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูเทสต์ดีจากซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด’ และเขาก็เคยเป็นครูจริง ๆ ก่อนจะผันตัวเป็นนักแสดงที่ทำให้เราเห็นว่า ถ้าเราตั้งใจ ความฝันจะเป็นจริงได้ในสักวัน

KEY

POINTS

ทุกคนรู้ การเป็นนักแสดงไม่ง่าย มันต้องใช้ความพยายามและอาศัยจังหวะเวลา 

เช่นเดียวกับเส้นทางของ ‘เก่ง’ หฤษฎ์ บัวย้อย หรือ ‘จิ่งนะ’ ในวิมานหนาม หรือ ‘พ่อครูภรัณ’ ในเขมจิราต้องรอด ที่ชีวิตเขาเองก็ใช้ความพยายาม เริ่มต้นจากการเป็น ‘ครู’ ที่มองหาโอกาสในวงการบันเทิง ลองย้ายจากพะเยามาอยู่กรุงเทพฯ เพื่อทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จ

ความฝันนั้น คือ การเป็นนักแสดงและความหวังที่อยากให้ครอบครัวอยู่สบาย

จนวันนี้ เขาพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า เขาคือนักแสดงหน้าใหม่ที่ครบเครื่อง ทั้งการแสดงที่เข้าถึงบทบาท ร้องเพลงเก่ง และเริ่มเอนเตอร์เทนเก่งด้วยเหมือนกัน

ชีวิตเขามีเรื่องราวมากมายที่ต้องฝ่าฝัน แต่เพราะเขาเก่งสมชื่อ และทำให้เห็นว่า บางครั้งความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการลงมือทำในทุก ๆ วันด้วยใจที่รักจริง ๆ  เหมือนที่เก่งทำให้เราเห็นมาตลอดเส้นทางของเขา

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

คุณครูหล่อบอกต่อด้วย

ก่อนจะเป็นนักแสดงที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เต็มเวลาเหมือนทุกวันนี้ ย้อนกลับไป ‘เก่ง หฤษฎ์’ เป็นลูกชายคนเล็กที่อายุห่างจากพี่สาวมากถึง 13 ปี เป็นเด็กชาวไทลื๊อ เติบโตมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อำเภอภูซางจังหวัดพะเยา 

แรก ๆ เขาอยากเป็นนักฟุตบอล แต่คัดเลือกไม่ผ่าน ต่อมาฝันอยากเป็นครูพลศึกษา ก็ดันเกิดอุบัติเหตุจนเส้นเอ็นขาด สุดท้ายพอถึงช่วงม.6 ที่เขาต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง คำตอบของเขา คือ การเป็นครูสอนภาษาไทย

เหตุผลเพราะเขาเป็นเด็กอินโทรเวิร์ตที่ชอบแข่งขันวิชาภาษาไทย จับใจความหรือแต่งกลอน คือ สิ่งที่เขาถนัด

เขาจึงเลือกเรียนเลือกที่จะสอบเข้าคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กระทั่งเขาได้มีโอกาสไปฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียนชุมชนบ้านหนองเลา จังหวัดพะเยาอยู่ 1 ปี และนั่นคือครั้งแรกที่ชื่อของเขาได้รับการพูดถึงในฐานะ ‘ครูหล่อบอกต่อด้วย’

คลิปตอนนั้นอาจดูเป็นคลิปธรรมดา แต่ทำให้เห็นไลฟ์สไตล์ การเป็นครูสายชิลของนักเรียน และด้วยหน้าตาที่หล่อคมก็ทำให้มีคนเข้าดูคลิปนี้มากถึง 2 ล้านครั้ง

เก่งเคยให้สัมภาษณ์กับ The Momentum ว่า เขาต้องหาวิธีการสอนให้เด็ก ๆ ด้วยตัวเอง ในห้องเรียนอาจเป็นครูที่ดุ แต่นอกห้องเรียน เขาคือเพื่อนที่พร้อมจะเล่นสนุกไปกับนักเรียน

“เด็กๆ บอกครูเก่งดุมาก แต่ถ้าผมสอนเสร็จก็จะเปลี่ยนเป็นอีกแบบ เวลาเด็กๆ เตะฟุตบอล เราก็จะเตะด้วย” 

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ลืมเป้าหมายสำคัญในชีวิต คือ การทำให้ครอบครัวอยู่สบาย เพราะสำหรับเขา ครอบครัวคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ครูเก่ง กลายเป็น ‘เก่ง หฤษฎ์’ นักแสดงที่หลายคนชื่นชมและหลงรัก 

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

นักแสดงที่มีครอบครัวเป็นแรงผลักดัน

ตั้งแต่เด็ก เก่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่วิ่งเล่นในสวนยางของที่บ้าน จนเขาได้รู้ว่า บ้านที่เขาเติบโตมากำลังแบกหนี้สิ้นก้อนใหญ่ และเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาเลือกเข้ามาอยู่วงการบันเทิง

“ครอบครัวคือแรงผลักดันให้ผมอยากเข้ามากรุงเทพฯ ตามหาความสำเร็จ ตามหาความฝัน”

ถึงจะเพิ่งเข้ามากรุงเทพฯ และเลือกเดินสายการแสดงไม่นาน แต่ก็ต้องบอกว่า นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลของการมองหาโอกาสและความพยายามตลอดเวลาหลายปีของเก่ง หฤษฎ์

เขาเลือกเรียนครูก็จริง แต่ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย เขาเดินสายประกวดมากมาย เริ่มจากการประกวดเดือนคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเดือนมหาวิทยาลัยพะเยา ต่อด้วยการคว้า รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวด Mister Chinese Chiangmai รวมถึงรางวัลชนะเลิศ เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ปี 2565 และ รางวัล Mister Yeepeng Popular Vote ในปี 2566 

ในที่สุด ความพยายามของเขาก็เป็นผล ช่วงใกล้เรียนจบ DoMunDi ติดต่อมาสนใจอยากให้เขาเป็นนักแสดงในค่าย พร้อม ๆ กับทีมงานเรื่อง ‘วิมานหนาม’ ติดต่อเข้ามาให้เขาไปแคสต์เป็น ‘จิ่งนะ’ 

เขาจึงต้องเลือกระหว่างการเป็นครูที่เขาเรียนมา และอาชีพนักแสดงที่อาจไม่แน่นอน แต่ก็มีรายได้มากพอที่จะช่วยเหลือครอบครัวได้

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

เก่งบอกในบทสัมภาษณ์ของ The Cloud ว่า เขาตัดสินใจอยู่ 2 เดือน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเป็นนักแสดงรุ่นที่ 3 ของค่าย DoMunDi และตัดสินใจเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ 

แล้วหนึ่งในกิจกรรมของค่าย คือ การให้นักแสดงมาอยู่บ้านหลังเดียวกัน พัฒนาทักษะการเป็นศิลปิน รวมถึงหาพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกันได้อย่างสบายใจ ทั้งในและนอกจอ เพื่อเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องใหม่ของค่าย นั่นคือ ‘เขมจิราต้องรอด’

ซึ่ง ‘เก่ง’ ก็เป็นนักแสดงที่ผลงานเข้าตากรรมการ ได้รับเลือกเป็นนักแสดงนำ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเขาในฐานะนักแสดง

ปลดล็อกใจเพื่อเติบโต

ด้วยความเก่งตามชื่อและความสามารถ ทำให้ตอนนี้เก่งปลดหนี้ให้ที่บ้านได้สำเร็จ มันคือความหวังและเป้าหมายของนักแสดงคนนี้มาตลอด ทำให้เขาได้สัมผัสถึงความอิสระและความสุขที่เฝ้าตามหา 

“วันนี้ใช้หนี้ให้ที่บ้านหมดแล้ว มันโล่งมาก เก่งรู้สึกว่ามันเป็นกรอบที่ติดมานานมาก ซึ่งเก่งไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา เป็นกรอบว่า เราเป็นหนี้ เราต้องอยู่ในกฎ ทำเพื่อครอบครัวให้ได้มากที่สุด” เก่งพูดในรายการแฉ

ถึงแม้ชีวิตในวงการบันเทิงจะไม่ง่าย แต่ก็เป็นเพราะครอบครัวอีกครั้งที่เป็นแรงผลักดันทำให้เขาได้มายืนอยู่ตรงนี้ ถูกโอบล้อมด้วยความรักจากแฟนคลับ และเติบโตบนเส้นทางชีวิตที่เขาเลือกเอง

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ “ครอบครัวขับเคลื่อนเพื่อไม่ให้ผมล้ม เพราะการที่ผมต้องมาเป็นเสาหลักครอบครัว เราจะพลาดไม่ได้ ผมจะเป็นคนคิดในแง่ลบ เพื่อตั้งรับกับปัญหา ผมจะรอบคอบของการใช้ชีวิต ทำยังไงก็ได้ให้กระทบครอบครัวน้อยที่สุด มันคือกรงที่ขังผม จนมันเริ่มปลดล็อค”

“คำว่า negative มันใช้กับชีวิตผมตอนนี้ไม่ได้ ถ้าเราติดกับคำว่า negative ผมเลยลดลงมา แล้วใจเย็นขึ้น ”

เพราะเมื่อได้ปลดล็อกกรงขังในใจลง เก่งได้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้มีไว้เพื่อติดอยู่กับความกดดันหรือหนี้สิน แต่เป็นการกลับมาเข้าใจตัวเองและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด 

เซ็นยก ‘จิ่งนะ’ ให้ฉันเถอะนะ

หลังจากช่วงเวลาแรก ๆ ของชีวิตในวงการผ่านไป เก่ง หฤษฎ์ ก็กลายเป็นนักแสดงที่หลายคนจับตามอง เมื่อ ‘วิมานหนาม’ ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความรักของชาย 2 คนแต่กลับถูกกีดกันด้วยกฎหมายสมรสเท่าเทียมเข้าโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ตอนนั้น ทุกคนต่างตามหาว่าใครคือจิ่งนะ เพราะตลอดการโปรโมตภาพยนตร์ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อตัวละครนี้ แต่กลับเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง จึงเป็นเหตุผลให้ชื่อ เก่ง หฤษฎ์ ผู้รับบท ‘จิ่งนะ’ เป็นที่พูดถึง

อาจเป็นเพราะเก่งเข้าถึงบทบาท ทั้งท่าทาง สายตา และเคมีสุดลงตัวของเขากับเจฟ ซาเตอร์ที่รับบทเป็น ‘ทองคำ’ ก็ทำให้ผู้ชมเชื่ออย่างสุดใจว่า เชื่อว่า เก่งคือจิ่งนะ คนที่พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก 

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

เขาสามารถทำให้คำว่า เซ็นยก ‘จิ่งนะ’ ให้ฉันเถอะนะ ที่ทองคำพูดกับแม่แสงเป็นคนพูดไวรัลมาจนถึงตอนนี้ แม้ภาพยนตร์จะลาจากโรงภาพยนตร์ไปแล้ว 

เพราะใคร ๆ ก็คงอยากจะมีจิ่งนะเป็นของตัวเอง 

“ตัวละคร ‘จิ่งนะ’ มันมีความซื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเทา ๆ อยู่ในตัว บทบาทนี้ทำให้ผมได้เห็นมุมมองของการที่เราจะรักใครสักคนโดยที่ไม่ได้คิดถึงตัวของตัวเองเลย มันเป็นความรักจริง ๆ” เก่งให้สัมภาษณ์กับ legendth

การได้มายืนอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย สำหรับเก่งมันเกินฝัน และขอบคุณจิ่งนะ ที่ทำให้หลายคนรู้จักตัวเขา นักแสดงที่ชื่อว่า ‘เก่ง’ หฤษฎ์ บัวย้อย

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ “ผมยังจำความรู้สึกแรกของผมได้อยู่เลย มันเหมือนฝันจริง ๆ หลังจากที่ผมเเคสบท ‘จิ่งนะ’ ผ่าน ใจผมสั่นเหมือนกับมันจะหลุดออกมา ทันทีที่ผมได้เห็นรายชื่อนักแสดงแต่ละท่าน แล้วมีชื่อ ‘เก่ง หฤษฎ์ บัวย้อย’ ขึ้นมา ความรู้สึกนั้นก็กลับมาอีกครั้ง ผมไม่กล้าคิดเลยว่าผมจะมาเป็นนักแสดงได้ รู้สึกว่ามันไกลตัวผมมาก ๆ แต่วันนี้ผมทำได้แล้ว

“เก่งไปเจอประโยคหนึ่งมา เขาเขียนว่า ”ทุกคนรู้จักจิ่งนะผ่านเก่ง เเล้วก็รู้จักเก่งผ่านจิ่งนะ” เลยรู้สึกว่าจิ่งนะอยู่ในตัวเก่งตลอด ไม่ได้หายไปไหนหรอก  

“เเต่จะขอบคุณเขาที่ครั้งหนึ่งเข้าเคยมาในชีวิตเรา เเล้วทำให้เราเป็นที่รู้จักเยอะขนาดนี้ครับ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตของเขาด้วย ในมุมมองที่เราไม่เคยเห็นในชีวิตเรามาก่อนในเรื่องของการเห็นเเสงสว่าง หรือการเห็นความหวังอะไรหลาย ๆ อย่าง การที่เขาเป็นนักสู้ด้วย ก็ขอบคุณเขาด้วยครับ”

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

พ่อครูที่กุมหัวใจสาววาย

ผลงานชิ้นแรกผ่านไป ปี 2025 เก่งก็กลับมารันวงการอีกครั้ง ในบทบาทของ ‘พ่อครูภรัณ’ จาก ‘เขมจิราต้องรอด’ ซีรีส์ใหม่แกะกล่องจากค่ายดูมันดิที่รีเมกจากนิยายชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องราวของเขมจิรา (รับบทโดย น้ำปิง นภัสกร)  ชายหนุ่มที่เกิดมาพร้อมคำสาป จนต้องพึ่ง ‘ภรัณ’ พ่อครูที่เก่งเรื่องไสยศาสตร์และปัดเป่าความชั่วร้าย แต่ก็รู้ลึก ๆ ว่าเขมจิราคือคนรักของเขาในอดีต

เขมจิราต้องรอดถือว่าเป็นซีรีส์ที่หลายคนรอคอย แล้วแฟนคลับก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะออนแอร์เพียงตอนแรกก็กวาดเรตติ้งอันดับ 1 ด้วยการมีผู้ชมมากกว่า 1.1 ล้านคน ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ทั้งในไทยและระดับโกลบอลด้วยยอดทวีตสูงถึง 2.5 ล้านครั้ง

พ่อครูภรัณที่เก่งตีความ คือพ่อครูที่แต่งตัวดี มี taste ใส่แว่นกันแดด ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เคร่งครัดในกฎ พูดจาโผงผาง และสู้กับผีเก่งไม่เป็นรองใคร ทำให้ตอนนี้พ่อครูกลายเป็นตัวละครที่กุมหัวใจสาววายไปเรียบร้อยแล้ว 

‘เก่ง หฤษฎ์’ พ่อครูที่เคยเป็นครูและทำแฟน ๆ ใจสั่นทั่วประเทศ

“เรื่องที่ทั้งหนัก ทั้งกดดัน พอเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เริ่มถูกหล่อหลอม บ๊อง ๆ บ้าง รู้สึกว่าจอยกับคนได้ง่าย พอเป็นพ่อครูมันต้องรักษาคาแรกเตอร์ มีความนิ่ง มีความโตจะได้เป็นคนน่าเคารพ เป็นผู้นำคนในหมู่บ้านได้”

กระแสของซีรีส์เรื่องนี้แรงมาก ๆ จนเก่งบอกว่านี่คือสิ่งที่เกินฝันอีกครั้ง ทีมงานทุกคนใส่เต็มที่ และอยากให้มันเป็น masterpiece 

“งานนี้เหมือนเป็นงานศิลป์ มันมีความง่ายและความยากต่างกัน ก็รู้สึกตื่นเต้น และอยากให้มันเป็น masterpiece”

และนี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชื่อของ เก่ง หฤษฎ์ ถูกปักไว้กลางใจแฟน ๆ ได้อยู่หมัด เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงที่มากความสามารถ แต่ยังเป็นลูกชายที่รักครอบครัว ครูผู้มอบแรงบันดาลใจ และผู้ชายธรรมดาที่วิ่งตามฝันด้วยแรงทั้งหมดที่มี 

แม้จะเจอบททดสอบมากมาย แต่เก่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าชีวิตจะเริ่มต้นจากจุดไหน ถ้าไม่หยุดวิ่งตามความฝัน ไม่เคยลืมความตั้งใจของตัวเอง ความสำเร็จก็จะมาถึงในสักวันหนึ่ง

 

ภาพ : อินสตาแกรม harit_keng

 

อ้างอิง

“เก่ง หฤษฎ์” เก่งแต้ ๆ จนคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “Best New Puppy of the Ghost (บ้อกแบ้กคนใหม่ขวัญใจผีสาว)” ปิ๊กบ้านไปเลยเจ้า~~ / atime

เส้นทางของ “เก่ง หฤษฎ์ ” ที่เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ สู่การเป็นนักแสดงดาวรุ่ง / #Legend Thailand

ครูหล่อต้องบอกต่อ! เปิดวาร์ป "เก่ง หฤษฎ์" ครูฝึกสอนแห่งโรงเรียนชุมชนบ้านหนองเลา จังหวัดพะเยา ดีกรีนายแบบ แถมการันตีด้วยตำแหน่งดาวม.พะเยาอีกด้วยนะ / Sanook News

เขมจิราต้องรอด EP.1 ที่มียอดรับชมสดบนทีวีกว่า 1.1 ล้านคน / ช่อง one 31

“ครอบครัวต้องอยู่สบาย” คือเหตุผลที่ เก่ง หฤษฎ์ ผันตัวจากคุณครูมาสู่นักแสดง / The Momentum

ลอตเตอรี่ชีวิตของ เก่ง หฤษฎ์ กับบทบาทจิ่งนะที่เปลี่ยนเด็กชายขอบเป็นนักแสดงร้อยล้าน / The Cloud

ความรู้สึกในเรื่องวิมานหนาม / harit_keng

แฉ [2/4] 10 ก.ย. 67 “เก่ง หฤษฎ์” ชีวิตเปลี่ยน เกือบกลับไปเป็นครูถาวร | GMM25 / GMM25Thailand

เก่งน้ำปิง โชคดีที่ได้วิ่งตามฝันพร้อมกับใครสักคน ‪@MandeeWork‬ | 20 ยังจอย EP33 / The Matter

DMD Friendship The Reality EP.1 / Mandee Channel

ทำความรู้จัก เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย คุณครูหล่อดีกรีเทพบุตรยี่เป็ง / แพรว