รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

รัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ มีภารกิจในการพัฒนาพื้นที่ให้เช่าสำหรับภาคอุตสาหกรรมกว่า 2 ล้านตารางเมตรให้สำเร็จภายใน 7 ปี

KEY

POINTS

"อย่ามองแค่สิ่งที่เจอว่าเป็น ‘วิกฤต’ เราต้องหาจุดที่ทำให้บริษัทเดินต่อไปได้ เพราะสุดท้ายทุกปัญหามีทางออกเสมอ"

แนวคิดของ ‘รัชนี มหัตเดชกุล’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในเขตปลอดอากร (Free Zone) ของประเทศไทยมากว่า 15 ปี ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มมั่นคงเคหะการฯ โครงการเริ่มจากอาคารเพียง 4,310 ตารางเมตร พื้นที่ที่หลายคนอาจมองข้าม บริษัทได้ประเมินศักยภาพของทำเลและตัดสินใจลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ปั้นสเกลจากหลักพันสู่หลักแสน จนกลายเป็น Bangkok Free Trade Zone 1 (BFTZ 1) บนถนนบางนา-ตราด กม.23 จุดยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน

บริษัทตั้งเป้าหมายทำภารกิจปั้นอาณาจักรพื้นที่ให้เช่ากว่า 2 ล้านตารางเมตรให้สำเร็จภายใน 7 ปี รวมถึงปั้นธุรกิจใหม่นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง 

ยกระดับพื้นที่ให้เป็นมากกว่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า สู่การเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในทุกตารางนิ้ว

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

4,310 ตร.ม. 

จุดเริ่มต้นรากฐานอันมั่นคงของ PD

รัชนีเรียนจบ จาก Santa Clara University ไม่ได้เริ่มจากสายอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่เมื่อได้รับโอกาสจาก 'คุณวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์' ซีอีโอแห่งมั่นคงเคหะการฯ ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการลงมือทำ จนได้รับความไว้วางใจให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำ คอยดูแลเหล่าพาร์ทเนอร์ และทีมงานพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์มานับแต่นั้น

"ความสำเร็จของ PD  สร้างมาจากการที่เราไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และเปิดใจที่จะรับการพัฒนาหรือว่ากลยุทธ์ใหม่ ๆ เข้ามา ซึ่ง PD เกิดจากการที่ผู้บริหาร (คุณวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์) ​มีความสนใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม แม้ว่า background เราไม่ได้มีอะไรมากนักนอกจากเป็นนักลงทุนทางการเงินเท่านั้นเอง แล้วเราก็เริ่มจากการที่เช่าพื้นที่เล็ก ๆ 4,310 ตารางเมตรมาก่อน หลังจากนั้นก็ทำพื้นที่ให้มันใหญ่ขึ้น

"พอพื้นที่ใหญ่ขึ้น เราก็ต้องการคนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาทำ แต่สิ่งเดียวที่อยู่กับโปรเจกต์มาตลอดก็คือเรื่องของ 'เขตปลอดอากร' (Free Zone) ซึ่งเรายอมรับว่าเป็นคอนเซปต์ใหม่ ไม่เคยมีใครทำเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อน เราก็เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่งคิดว่าทางที่เราเดินมามันใช่ และเป็นจุดขายของเราจริง ๆ  หลังจากนั้นก็เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของพื้นที่มากขึ้น ก็เลยกลายเป็นที่มาที่ไปว่า PD เราโตแบบคนที่มี positioning ไม่เหมือนคนอื่น และยึดตรงนั้นไว้ในการขยับขยายตัวเองต่อไป"

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ มุ่งพัฒนาเขตปลอดอากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมโฟกัสการพัฒนาโครงการบนพื้นที่สีม่วง (Purple Zone) ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมและคลังสินค้าตามผังเมือง เมื่อมีฐานพื้นที่รองรับชัดเจน จึงเริ่มต่อยอดสู่การขยายไปยังทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรม

และคงไม่มีโครงการไหนที่จะบอกเล่าถึงดีเอ็นเอของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ได้ดีเท่า BFTZ 1 ตรงถนนบางนา-ตราด กม.23 อีกแล้ว เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน ภาพจำในอดีตของสมุทรปราการเป็นเพียงทุ่งโล่ง ถนนหนทางก็ทุรกันดาร 

แต่ในปัจจุบัน ถูกแทนที่ด้วยอาคารคลังสินค้าและโรงงานทันสมัยของโครงการ BFTZ 1 ซึ่งกลายเป็นเขตปลอดอากรขนาดใหญ่และใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ได้เข้ามาเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเงียบเหงาให้คึกคักด้วยแรงงานกว่า 5,000 ชีวิต รวมถึงยังมีบริษัทชั้นนำหลากสัญชาติกว่าร้อยแห่งต่างย้ายฐานมาอยู่ร่วมชายคาพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ 

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

“ในตัวของ Bangkok Free Trade Zone แต่เดิมมี บริษัท ชัยนันท์-บางพลี พาร์คแลนด์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการและได้ปล่อยเช่าอาคาร 4,310 ตารางเมตร เราเข้าไปซื้อแล้วก็เอามาปล่อยเช่าต่อ จากนั้นก็ได้ศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาอยู่ราวหนึ่งปี และมีพื้นที่อีกราว 700 ไร่เข้ามา พอเรามั่นใจก็ทำพื้นที่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า Bangkok Free Trade Zone”

ซึ่งที่ดินแปลงนั้นมีจุดน่าสนใจซ่อนอยู่ เพราะเจ้าของเดิมได้ผ่านขั้นตอนสำคัญทั้งการประกาศเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรม เขตโลจิสติกส์ และการยื่นขอสถานะเขตปลอดอากร ไว้แล้ว

“เขามีของดีหมดเลย วิธีคิดถูกต้องทุกอย่าง เรียกได้ว่ามาก่อนกาลเลยก็ว่าได้ เดิมทีเราเคยบอกว่า เราจะสร้างล้ำเป็นสต็อกไป 10,000-20,000 ตารางเมตร แต่ตอนหลังตลาดโต เราก็เริ่มจาก 50,000 ไปถึง 100,000 ตารางเมตร เป็นช่วงเวลาที่ความมั่นใจเรากลับเข้ามา เราสามารถเติมเต็มพื้นที่นั้นได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเราสร้าง 50,000 ตารางเมตรล้ำไป เงินเราไปจมขนาดนั้นน่ะ ตายแน่นอน แต่หลัง ๆ เราเริ่มไม่กลัวแล้ว คิดว่ายังไงเราก็สามารถ Deliver ได้

"พอเรามุ่งไปยังเป้าหมาย เราไม่ได้เปลี่ยน เรายังคงโฟกัสอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้จัดตั้งเขตปลอดอากรใหญ่ที่สุดในเมืองไทย 

"ส่วน Key Success ของเรา ก็มาจากพัฒนาการของประเทศไทยเอง จากเดิมที่เราอาจจะมองว่าการใช้การผลิตนั้น ก็อยู่แค่ภายในประเทศนั่นแหละ ผลิตรองเท้า ผลิตเสื้อผ้า ซึ่งเป็น Basic Industrial แต่พอถึงจุดหนึ่งเริ่มมีเรื่องของรถยนต์เข้ามา จนมีคนวิเคราะห์บอกว่าเราเป็น Detroit แห่งเอเชีย ก็เลยกลายเป็นว่าจริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ของธุรกิจ หรือตัวอุตสาหกรรมนั้นมีมากกว่าที่คิด เรียกว่าเป็นการ Learning by doing ก็ได้ โชคดีที่เรามาถูกทาง ไม่ได้มองว่าการเปลี่ยนแปลงจะเป็นอุปสรรคทำให้เราหยุดทำ จากนั้นพัฒนาการของ Demand ก็ค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นมา พอเรามั่นใจว่านี่คือเป้าหมายหลัก เราก็เข้าไปพัฒนาในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นเวลาเจอปัญหาหรือเจอเคสอะไรที่ยาก ๆ  จึงไม่ได้รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เจอเลย"

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

 

ใช้ ‘ความนิ่ง’ เข้าสยบ เพื่อหาทางออก

ตลอดเส้นทางการดำเนินโครงการ บริษัทเผชิญวิกฤตการณ์มาแล้วทั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 54, โควิด-19, สงครามการค้า มาจนถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่หัวใจสำคัญคือการไม่ตื่นตระหนกและมองหาโอกาสที่ซ่อนอยู่เสมอ และได้สะท้อนถึงสองบททดสอบ ที่มักพบเจอมาตลอดชีวิตการทำงาน นั่นคือ

หนึ่ง — ในอดีตสมุทรปราการไม่ได้อยู่ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ที่ส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่อยุธยา หรือนิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก 

สอง — แรงปะทะจากวิกฤตที่ไม่ได้นัดหมาย ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ถาโถมเข้ามาสั่นคลอนความเชื่อมั่น

“เราต้องยอมรับว่าปัญหามีอยู่ 2 ส่วน สมัยก่อนเวลาพูดถึงเขตอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ที่ต่างชาติสนใจ เขามักจะนึกถึงอยุธยาเป็นหลัก สมุทรปราการมักถูกมองเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมในประเทศ จนกระทั่งเกิดน้ำท่วมปี 54 วิกฤตของฟากหนึ่งกลายเป็นโอกาสของสมุทรปราการ ทำให้ Demand เริ่มหลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ของเรามากขึ้น

“คล้ายกับแนวคิดเรื่อง Geo-politics (ภูมิรัฐศาสตร์) ในตอนนี้ ที่คนเริ่มมองว่าต้องย้ายฐานจากจีนมาเมืองไทย เหมือนตอนน้ำท่วมที่คนเริ่มคิดว่าควรมีคลังสินค้าสำรองไว้อีกที่เพื่อกระจายความเสี่ยง หลังจากนั้นคนก็เริ่มมองมาทางฝั่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ต้องถือว่าเราโชคดีที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ อย่างช่วงโควิด-19 ที่ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่โรงงานต่าง ๆ ถ้าไม่ได้ถูกสั่งหยุดเขาก็รันงานต่อโดยใช้มาตรการดูแลเรื่องสุขอนามัย เพราะในความเป็นจริงผู้คนยังต้องกินต้องใช้ ต้องมีการบริโภค เป็นไปไม่ได้ที่โรงงานจะหยุดเดินเครื่องจักร จะต้องมีฟันเฟืองบางตัวที่เดินได้เสมอ ใครที่มีโรงงานอยู่เขาก็ต้องรักษาฐานการผลิตไว้ เพื่อให้มีรายได้ไปจ่ายพนักงาน จ่ายธนาคาร สุดท้ายพอเขาดิ้นรนต่อสู้จนชนะ เขาสามารถสร้างรายได้ต่อได้ สะท้อนให้เห็นเลยว่าเมืองไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งขนาดไหน

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

“อย่างเรื่องภาษีนักลงทุนก็มีความกังวลใจ แต่ปรากฏว่าเราโชคดีที่ภาษีเราต่ำกว่าจีน (ยิ้ม) คนก็วิ่งจากจีนมาหาเรา สอดคล้องกับสิ่งที่เรามีพอดี เพราะฉะนั้นใจเย็น ๆ ก่อน อย่าเพิ่งตกใจ รอให้ทุกอย่างคลายแล้วทางออกจะปรากฏขึ้นมาเอง อย่างเหตุการณ์ใน Middle East (ตะวันออกกลาง) ตอนนี้อาจจะมีผลกระทบบ้าง เช่น ผู้เช่าบางรายอาจจะชะลอการเดินทางมาดูพื้นที่เพราะสนามบินเสี่ยงอันตราย เขาอาจจะ Wait and See ดูสถานการณ์ก่อนสักวันสองวัน

“แต่เรายังเชื่อว่ามันจะเป็นเหมือนเคสของจีน พอมีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เขาก็จะมองหาที่ที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งเมืองไทยมี Hospitality ที่คนยอมรับ การมาอยู่ที่นี่เขาอาจรู้สึกว่าชีวิตปลอดภัยขึ้น และยังสามารถ Generate รายได้ต่อไปได้ เพียงแต่ตอนนี้อาจเร็วไปที่จะสรุป เพราะจีนเขามีเวลาเตรียมตัวเป็นปี ๆ แต่ทาง Middle East คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด และไม่มีใครคิดว่าผลกระทบจะเป็นวงกว้างขนาดนี้”

บททดสอบการเป็น ‘ผู้นำ’

"เรามาจากสายการเงิน บัญชีล้วน ๆ แล้วการที่จะเดินมายืนอยู่บนท่ามกลางทีมงานที่เต็มไปด้วยวิศวกร เซลล์ และพนักงานช่าง พื้นฐานแต่ละคนไม่ได้เท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นเวลาที่เราตัดสินปัญหา จะไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยสมการเดียวได้"

บททดสอบแรกที่เจอ คือ ความท้าทายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นภายในองค์กร โดยเฉพาะในทีมขายที่เผชิญข้อร้องเรียนจากลูกค้าเกี่ยวกับคุณภาพ การบริการ ผู้บริหารเลือกใช้แนวทางเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยลงไปวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการอย่างใกล้ชิด แทนการสั่งการจากส่วนกลาง

"เรารับมือด้วยการให้มุ่งไปที่การซ่อมก่อน ซ่อมเต็มที่เลย แล้วห้ามเกิดเคสแบบนี้ขึ้นอีก เรายอมเสียค่าซ่อมที่เกินกว่าลิมิตของเรา แต่ขอแค่ 1 ปีนี้เท่านั้นนะ แล้วเขาก็ทำแบบนั้นจริง ๆ พอเขาซ่อมจบ ลูกค้าประทับใจก็เริ่มชมกลับมา เซลล์ก็มีกำลังใจ แล้วเขาก็จะมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าฉันถูกต้อง สินค้าฉันดี เพราะเราจะไม่ทำให้เซลล์รู้สึกว่าเขากำลังขายของแพง ถ้าเมื่อไรที่เซลล์รู้สึกว่าเขาขายของแพง ทุกอย่างมันก็จบ แต่ถ้าทีมมั่นใจใน After service มั่นใจใน Product พอ Mindset เปลี่ยน การ Respond ก็จะเปลี่ยนไปด้วย"

บททดสอบต่อมา คือ การถูก Challenge จากทุกทิศทาง ทั้งฝ่ายก่อสร้างและฝ่ายช่างที่เฝ้ามองว่า ‘นักบัญชี’ จะบริหารอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างไร 

“ตอนนั้นเราสร้างแค่ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งน้อยมาก (หัวเราะ) เพราะพยายามทำให้ข้อมูลทุกอย่างนิ่งที่สุด ปีนั้นตลาดก็ชะลอไปหมด เราถึงกับไปถามคุณวรสิทธิ์ว่าควรปรับอะไรไหม เขาตอบสั้น ๆ ว่า ‘ผมไม่มี’ คำตอบนั้นกลายเป็นแรงผลักว่าเขาเชื่อใจเรา และเราจะทำให้เขาผิดหวังไม่ได้

“ปีต่อมา เราขยับมาสร้าง 100,000 ตารางเมตร ตอนนั้นทีมเซลส์ยังถามเลยว่าพี่จะขายได้เหรอ เราก็บอกไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้ว่าถ้าอยากมีรายได้ เราต้องสร้าง”

จากการบริหารเชิงรุกและการตัดสินใจที่เหมาะสม ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมงานและสร้างความเชื่อมั่นในองค์กรเมื่อทุกอย่างถูกที่ถูกทาง สุดท้ายก็ขับเคลื่อนให้การทำงานสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ 

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

2 ล้านตารางเมตร

เป้าหมายที่มี ‘คน’ เป็นศูนย์กลาง

2 ล้านตารางเมตร คือหมุดหมายที่รัชนีวางไว้ร่วมกับทีมว่าจะต้องไปให้ถึงภายใน 7 ปี จากปัจจุบันที่มีพื้นที่เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร จากทั้งหมด 10 โครงการ ใน 3 ทำเล และเธอเชื่อว่าความสำเร็จนี้เป็นไปได้ เพราะมีคนในทีมเป็นกำลังสำคัญ 

"นโยบายเขียนใหม่ได้ แต่ ‘คน’ สำคัญที่สุด เพราะถ้าคนไม่ Perform บริษัทไม่รอดแน่ และถ้าเมื่อไรที่เขารันฟันเฟืองได้เอง บัญชีไปทำเรื่อง BOI ได้ มองปัญหาแล้วไม่กลัวพร้อมจะวิ่งชน เราก็สบายแล้ว" 

ส่วนกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการมีอัตราการเช่าสูง และได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง รัชนีเผยว่าหัวใจ คือแนวคิด ‘More Than Just Space… มากกว่าพื้นที่’ ที่เปลี่ยนอาคารอิฐปูนให้กลายเป็นโซลูชันทางธุรกิจ

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

“หลักใหญ่ของการทําธุรกิจพื้นที่ให้เช่า คือ ความยืดหยุ่น (Flexibility) พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ สร้างอาคารให้พร้อมรองรับทุกธุรกิจ ลูกค้าจะปรับลด หรือเพิ่มพื้นที่ เราก็พร้อมจัดหาให้ตามการเติบโต หรือแม้ในยามวิกฤตที่ลูกค้าต้องการลดพื้นที่เราก็ทำได้ ความยืดหยุ่นตรงนี้ทําให้ลูกค้าตัดสินใจอยู่กับเราได้ง่ายและยาวนาน” 

ความใส่ใจนี้สะท้อนผ่านการดีไซน์อาคาร Ready Built ที่หลากหลาย ทั้งแบบมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อความเป็นส่วนตัว หรือการกั้นแบ่งยูนิตที่พร้อมขยับขยายได้ในอนาคต เสริมด้วยบริการ One Stop Service ที่เป็นเสมือนเพื่อนคู่คิด ตั้งแต่การให้คำแนะนำเลือกพื้นที่ การประสานงานขอใบอนุญาต ไปจนถึงการมีสำนักงานศุลกากรให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงภายในโครงการ 

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นที่ BFTZ 1 ไม่ใช่เพียงตัวเลขผลกำไร แต่คือการเห็นพื้นที่แห่งนี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรอบข้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

"จำได้เลยวันแรกที่เซเว่นอีเลฟเว่นมาเปิดใน BFTZ 1 เขาบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เจริญแล้ว (ยิ้ม) พนักงานหลายคนมีบ้าน มีครอบครัวที่มั่นคง และลูกหลานได้เติบโตอย่างมีคุณภาพจากการสร้างงานในพื้นที่แห่งนี้”

รัชนี มหัตเดชกุล แห่ง Prospect Development กับภารกิจปั้นพื้นที่เช่า 2 ล้าน ตร.ม. ให้เป็น ‘บ้าน’ ของธุรกิจ และดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ส่วนในมิติของสิ่งแวดล้อม บริษัทใช้หลัก Win-Win Situation ไม่เพียงแค่ทำตามกฎหมาย แต่ทำ ‘เกิน’ กว่านั้นเพื่อให้โรงงานกับชุมชนอยู่ร่วมกันได้ 

"เราเชิญชาวบ้านเข้ามาดูระบบบำบัดน้ำเสีย สร้างความเข้าใจผ่านหลักวิทยาศาสตร์ว่าน้ำที่ผ่านเราออกไปจะสะอาดขึ้นได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว โรงงานกับชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเราดูแลดีมากพอ และไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำเท่านั้น เรื่องเสียงเองก็เป็นปัญหา ถ้ามีปัญหาเรื่องเสียงก็เป็นไปได้ที่ผู้ประกอบการเราอาจจะทำล่วงเวลามากไป เราก็ต้องเตือนแล้วบอกเขาไปว่าทำเกินเวลาไม่ได้ แต่เราทำงานอยู่ภายใต้เดซิเบลที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ก็ต้องค่อย ๆ เจรจากับชุมชนต่อไป

"อีกอย่างก็คือ เราสร้างความใกล้ชิดกับชุมชนด้วยการเข้าไปช่วยเหลือชุมชนผ่านวัด โรงเรียน คนในชุมชนก็จะเริ่มคุ้นกับแบรนด์เราแล้ว เพราะเราเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนอยู่เรื่อย ๆ สุดท้ายถ้ามีปัญหา แทนที่เขาจะมาประท้วง เขาเลือกเดินเข้ามาคุยกับเราก่อน เพราะการที่เราเข้าไปในพื้นที่ คือการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่งว่าเรา open นะ ให้คุณเข้ามาพูดคุยกับเราได้ ยิ่งถ้าคนในชุมชนกลับมาทำงานในโครงการเราได้ อันนั้นยิ่ง The best เลยว่าทุกคนไม่ได้เสียประโยชน์ จากการที่มีโครงการเข้ามาอยู่ในพื้นที่”

สุดท้ายแล้ว สำหรับรัชนี นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการขยายอาณาจักรธุรกิจเท่านั้น หากแต่คือโอกาสในการเตรียม ‘ระบบ’ และ ‘คน’ ให้พร้อม เพื่อส่งต่อคุณค่าที่ยั่งยืนให้ทั้งลูกค้า ชุมชน และโลกใบนี้ไปพร้อมกัน