12 ม.ค. 2569 | 16:22 น.

KEY
POINTS
เพื่อความสุขของคนที่เรารัก บางครั้งเราก็เลือกโกหก
เพราะรู้ดีว่า หากพูดความจริงออกมา อะไรบางอย่างอาจพังลงมากกว่าที่คิด
ในสังคมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความเป็นหนึ่งเดียว ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงเลือกแสดงสิ่งที่ไม่ตรงกับความรู้สึกจริง เพื่อรักษาน้ำใจและความกลมกลืนของความสัมพันธ์
และนั่นเองที่ทำให้ ‘ธุรกิจครอบครัวให้เช่า’ กลายเป็นคำตอบของใครหลายคน
การให้ใครสักคนมารับบทเป็นพ่อ แม่ คู่รัก หรือสมาชิกในครอบครัว อาจไม่ใช่เรื่องจริง แต่ช่วยให้ชีวิตของใครบางคนเดินต่อไปได้ และทำให้คนที่เรารักสบายใจ
ความสัมพันธ์อันอบอุ่นปนขมนี้ถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์ฟีลกู้ดอย่าง Rental Family จาก Searchlight Pictures เรื่องราวของผู้คนที่เลือกสวมบทบาท ไม่ใช่เพื่อหลอกลวง หากแต่เพื่อรักษาหัวใจของใครบางคนเอาไว้
/ บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ Rental Family (2025) /
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผู้คนให้ความสำคัญอย่างมากกับ “ภาพลักษณ์” และการรักษาน้ำใจ การหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่อาจทำร้ายความรู้สึกผู้อื่นถูกมองว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะรักษาความกลมกลืนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของสังคมไว้
ในบริบทนี้ แนวคิดเรื่อง Tatemae (ทาเตะมาเอะ) และ Honne (ฮนเนะ) จึงกลายเป็นกรอบอธิบายวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน เพราะ Tatemae เปรียบเสมือนชีวิตหน้าฉากซึ่งหมายรวมทุกองค์ประกอบที่แสดงออกต่อสาธารณะ ขณะที่ Honne คือ ชีวิตหลังฉาก ซึ่งหมายถึง ความรู้สึกและความคิดที่ถูกเก็บไว้ภายในใจและไม่เคยเปล่งออกมาเลยสักครั้ง
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่คนญี่ปุ่นพูดออกมาในหลายครั้ง จึงอาจไม่ตรงกับสิ่งที่พวกเขาคิดหรือรู้สึกจริงทั้งหมด
สำหรับคนญี่ปุ่น การเลือกแสดงการกระทำหรือเปล่งวาจาออกไปไม่ตรงตามที่คิดไม่ได้ถูกมองว่าไม่จริงจัง แต่เป็นรูปแบบของการปรับตัว เพื่อให้ตนเองสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างกลมกลืน
อีกทั้งยังสะท้อนลักษณะสำคัญของสังคมญี่ปุ่นที่มักให้ความสำคัญกับ ‘ส่วนรวมก่อนส่วนตน’ สังคมจึงคาดหวังให้ปัจเจกบุคคลควบคุมอารมณ์ อดทนอดกลั้น และไม่แสดงความรู้สึกหรือความต้องการของตนเองออกมาโดยตรง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่เหมาะสมและปกป้องความสัมพันธ์ของทุกคนไว้ได้อย่างดีงาม
‘บริการเช่าคน’ จึงเกิดขึ้นและได้รับความนิยมมาต่อเนื่องหลายปี ไม่ใช่เพราะผู้คนต้องการโกหก แต่เพราะพวกเขาไม่อยากทำร้ายหัวใจของคนที่ตัวเองรัก เมื่อพบว่าความเป็นจริงนั้นไม่งดงามอย่างที่พวกเขาคาดหวังไว้
HIKARI ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Rental Family เล่าว่า การที่ชีวิตคนญี่ปุ่นต้องอยู่กับทาเตะมาเอะและฮนเนะอยู่ตลอดเวลา ทำให้หลายคนเป็นซึมเศร้า เพราะไม่สามารถระบายอารมณ์อันหนักอึ้งในใจออกมาได้
“เราไม่ควรแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกจริงออกมาในที่สาธารณะ เพื่อรักษาความกลมกลืนของสังคม ดังนั้นผู้คนจึงทำหน้าที่ของตัวเองไป ยิ้ม และแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี พวกจึงตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า เพราะกลัวถูกสังคมตัดสิน”
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ‘ธุรกิจเช่าครอบครัว’ ในญี่ปุ่นได้รับความนิยม เพราะแง่หนึ่งมันคือเกราะป้องกันความเหงาในวันที่ประเทศมีผู้สูงอายุมากกว่าคนหนุ่มสาว
ขณะเดียวกัน มันยังช่วยประคองความสัมพันธ์ ให้ครอบครัวยังรักกัน สามีภรรยายังอยู่ด้วยกัน และเพื่อนยังมีพื้นที่ให้หัวเราะร่วมกัน ผ่านบทบาทของใครบางคน
มันอาจเป็นศิลปะเพื่อความอยู่รอดในสังคมแบบญี่ปุ่น
สำหรับธุรกิจเช่าครอบครัวเริ่มปรากฏตัวขึ้นช่วง ทศวรรษ 1990 เริ่มจากการหาตัวแทนไปงานแต่งงานและงานศพ แต่ปัจจุบันมีธุรกิจเช่า ‘คน’ มากกว่า 300 บริษัท บางเอเจนซีมีนักแสดงในสังกัดหลายร้อยคน สามารถสร้างประวัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ
เหมือนกับที่ฟิลลิปได้เป็นทั้ง ‘สามี’ ‘พ่อ’ ‘นักข่าว’ และ ‘เพื่อน’ ในเวลาเดียวกัน เขาเองก็มีหลายบทบาทและมีบทละครที่ต้องท่องใหม่อยู่ทุกวัน
เอาเข้าจริง คนนอกแบบเขาก็ตั้งคำถามและไม่อินกับการต้องมาแสดงเป็นสามีปลอม ๆ หรือพ่อปลอม ๆ แต่เขากลับมีความสุขทุกครั้ง เมื่อการแสดงของเขาสามารถปลดชีวิตของใครบางคนให้เป็นอิสระ
“พวกเราต้องการแค่ใครสักคนที่มองตาเราและเห็นว่าเรามีตัวตน” ไอโกะ เพื่อนร่วมงานบอกกับฟิลลิปแบบนั้น”
เมื่อความจริงอาจทำร้ายคนที่เรารัก คำลวงจึงกลายเป็นภาษาของความปรารถนาดี และในโลกที่การเป็นตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย การได้ถูกมองเห็น แม้จะอยู่ในฐานะบทบาทสมมติ ก็อาจเป็นการปลอบโยนที่จริงใจที่สุดเท่าที่สังคมแบบนี้จะมอบให้ได้
ถึงตอนแรกฟิลลิปจะเข้ามาเป็นนักแสดงหลอก ๆ ด้วยความไม่เต็มใจ แต่พอได้ไปพูดคุย ไปใช้ชีวิต ไปรับฟังคนตรงหน้า บทบาทเหล่านั้นกลับทำให้เขารู้สึกถึงความจริงที่ซ่อนอยู่
คนที่ทำให้เราน้ำตาไหลตั้งแต่ไม่กี่นาทีตั้งแต่เปิดเรื่อง คือ บทบาทที่ฟิลลิปต้องไปเป็นพ่อของ ‘มิอา’ พ่อที่ลูกสาวรอคอยมาตลอด ตามคำขอของแม่เพื่อให้ลูกสาวได้เข้าโรงเรียนที่ดี
“สัญญากับหนูนะว่าพ่อจะไม่หายไปไหนอีก” ลูกบอกกับพ่อ
เขากลายเป็นพ่อที่ดีในสายตาของลูกสาว ความผูกพันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เราเชื่อว่า ฟิลลิปเชื่อว่า ความรู้สึกที่เขารักเด็กผู้หญิงคนนี้คือเรื่องจริง ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ทิ้งโอกาสการเป็นนักแสดงแล้วเลือกมาอยู่กับมิอา
ฟิลลิปเป็นคนเดียวที่รู้ว่า มิอาเก่งศิลปะ จริงใจ และมีความสดใสซ่อนอยู่ในตัว ในวันสอบเข้า คณะกรรมการของโรงเรียนถามว่า "คุณคาดหวังอะไรในตัวลูกบ้าง"
ฝั่งแม่ตอบว่า ไม่คาดหวัง พร้อมที่จะปล่อยให้โรงเรียนช่วยบ่มเพาะความรู้ต่าง ๆ ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ฟิลลิปกลับตอบว่าคาดหวัง เพราะเขาอยากให้ลูกสาวของเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองได้ในอนาคต
“ช่วยเหลือเขาด้วยนะครับ ให้เขาได้เติบโต และเลิกกลัวนู่นกลัวนี่”
การเป็นพ่อหลอก ๆ ของฟิลลิป เราเชื่อว่ามันไม่ใช่คำโกหก แต่เป็นความรู้สึกที่ฟิลลิปมีให้ ‘มิอา’ จริง ๆ และเขาก็อยากให้เธอสนุกกับวัยของตัวเอง และเห็นว่า ทุกการกระทำมิอาจะมีพ่อมองอยู่ข้างหลังเสมอ
สำหรับนักแสดงในธุรกิจเช่าครอบครัว เมื่อการแสดงเหล่านั้นจบลง ความสัมพันธ์ที่เขาเขียนขึ้นก็จะจบลง
บทบาทการเป็นพ่อของมิอาต้องจบลงเพราะแม่เห็นว่า ลูกสาวเริ่มสนิทกับฟิลลิปมากเกินไป กลายเป็นว่า ฟิลลิปต้องผิดสัญญากับลูกว่าจะไม่หายไป
ฟิลลิปเศร้าอยู่เป็นวัน ๆ จนต้องกลับเข้าไปหาชินจิ เจ้าของบริการครอบครัวให้เช่า ก่อนจะได้รับคำตอบกลับมาว่า “ทุกความสัมพันธ์ต้องจบลง”
หลังจากเรื่องราวทั้งหมดคลี่คลาย ฟิลลิปกลับไปเจอมิอาอีกครั้ง วันนั้นเธอเข้าโรงเรียนสำเร็จ และ ‘โตแล้ว’
“ทำไมผู้ใหญ่ชอบโกหก” มิอาถามฟิลลิป
ถึงจะเป็นคนต่างชาติที่เพิ่งย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นได้ 7 ปี แต่ฟิลลิปก็ตอบมิอาว่า “เพราะมันง่ายกว่าพูดความจริง บางครั้งพวกเขาโกหกเพื่อปกป้องคนที่รัก”
คำพูดนั้นพาเรื่องราววนกลับไปยังจุดเริ่มต้นว่า ในโลกที่ผู้คนใช้ชีวิตระหว่างสิ่งที่แสดงออก กับสิ่งที่เก็บงำไว้ในใจ เราจะเลือกพูดความจริงหรือโกหก
มากกว่านั้น Rental Family ยังชวนให้คิดต่อว่า หากเรากล้าพาชีวิตหลังฉากออกมายืนหน้าฉากบ้าง ความสัมพันธ์จะเปราะบางลงหรือพังทลายลงได้หรือไม่
หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่ผู้คนต้องการ ไม่ใช่ตัวตนที่สมบูรณ์แบบ แต่คือความรู้สึกจริงที่ไม่ต้องหลบซ่อนหรือต้องสวมบทเป็นใคร
อ้างอิง
The Real Inspiration Behind Rental Family and the Actors Who Play Roles in People’s Lives / TIME
Japan’s Rent-a-Family Industry / The New Yorker
How to Hire Fake Friends and Family / The Atlantic
ภาพ : Searchlight Pictures