16 ก.ย. 2569 | 16:11 น.

KEY
POINTS
หากพูดถึงดิสนีย์ เชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึง มิกกี้เมาส์และผองเพื่อน เจ้าหญิงดิสนีย์ แอนิเมชัน ดนตรีและบทเพลงอันไพเราะ และแน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือ ‘สวนสนุกดิสนีย์แลนด์’ ดินแดนมหัศจรรย์ที่มอบรอยยิ้มแห่งความสุข และความทรงจำอันล้ำค่าให้ผู้คนมายาวนานกว่า 70 ปี
และมวลความสุขในวัยเด็กนี้ก็กลายมาเป็นแพสชันที่ยิ่งใหญ่ของ ‘สตีฟ ด็อบส์ (Steve Dobbs)’ อดีตวิศวกรการบินของบริษัทโบอิ้ง ที่ใช้ดิสนีย์แลนด์เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้าง ‘สวนสนุกด็อบส์แลนด์ (Dobbsland)’ ของตัวเอง เพื่อให้หลาน ๆ ได้สัมผัสกับเวทมนตร์แห่งความสุขที่ตัวเขาเคยได้รับในวัยเยาว์
สตีเฟน ด็อบส์เกิดปี 1947 เติบโตที่เมืองอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย พ่อของเขาเป็นอดีตนักบินนาวี (Navy Pilot) และเป็นนักประดิษฐ์ตัวยงในสายตาลูกชาย ซึ่ง DNA การเป็นนักคิดและนักประดิษฐ์ก็ถูกถ่ายทอดมาสู่สตีฟอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เขาหลงใหลในกลไกของเครื่องจักร เครื่องยนต์ รางรถ โดยเฉพาะพาหนะลอยฟ้าอย่าง 'เครื่องบิน'
วันหนึ่ง เขาก็ได้เข้าใกล้กับความมหัศจรรย์ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เมื่อสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกของโลกกำลังจะถือกำเนิดขึ้นในเมืองที่อาศัยอยู่ สตีฟเล่าว่า เขาและเพื่อน ๆ มักจะปั่นจักรยานเพื่อมาดูสวนสนุกที่กำลังก่อสร้าง
ในที่สุด สวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกของโลกภายใต้จินตนาการของวอลต์ ดิสนีย์ ก็เปิดให้บริการในปี 1955 พร้อมกับเปิดตัวเครื่องเล่นสุดอลังการถึง 20 ชนิด สำหรับสตีฟ ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 8 ขวบ คงไม่มีอะไรจะน่าตื่นเต้นไปกว่าการเข้าไปเล่นในสวนสนุกระดับโลกสักครั้ง
และเป็นความโชคดีของเขาที่เพื่อนรุ่นพี่ละแวกบ้านเดียวกันทำงานบริเวณประตูทางเข้าสวนสนุก บางครั้งในช่วงดึก รุ่นพี่คนนี้ก็จะแอบให้สตีฟเข้ามาเที่ยวเล่นข้างในฟรี ๆ
เมื่อหนุ่มน้อยก้าวเข้ามาในดิสนีย์แลนด์ เขาเดินชมเครื่องเล่นที่ออกแบบให้มีสีสันสวยงาม เห็นระบบของเครื่องเล่นที่มีกลไกซับซ้อนมากมาย ทั้งรถไฟดิสนีย์แลนด์ (Disneyland Railroad) เครื่องเล่นถ้วยน้ำชา (Mad Tea Party) ช้างบินดัมโบ้ (Dumbo the Flying Elephant) ม้าหมุนคิง อาเธอร์ (King Arthur Carrousel) รวมถึงขบวนรถไฟ และปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์ ทำให้เขารู้สึกทึ่งราวกับถูกมนต์แห่งโลกแฟนตาซีและวิศวกรรมสะกดไว้
“ตั้งแต่เด็ก ผมสนใจในเรื่องวิศวกรรมมาตลอด ผมชอบมองดูเครื่องบินที่บินอยู่บนฟ้า ชอบดูว่าสิ่งต่าง ๆ มันเคลื่อนไหวยังไง ทุกครั้งที่ผมได้ขึ้นเครื่องเล่นในสวนสนุก ผมจะคอยมองดูกลไก วงล้อ และรางรถว่าทุกอย่างมันทำงานร่วมกันได้ยังไง”
วันเวลาผ่านไป สตีฟ ด็อบส์โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา คือเป้าหมายในการเรียนคณะวิศวกรรม ซึ่งเขาเลือกเรียนวิศวกรรมการบินและอวกาศที่แคล โพลี โพมานา (Cal Poly Pomana)
ในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยสตีฟ ด็อบส์ได้พบกับจูน ทั้งสองคนคบหาดูใจและแต่งงานกันในปี 1971 และย้ายมาใช้ชีวิตในเมืองฟูลเลอร์ตันพวกเขามีลูกสาวด้วยกันสองคน คือ คอรีและ แมนดี้
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ สตีฟลังเลว่าจะไปทำงานเป็นจินตวิศวกร (Imagineering) ซึ่งเป็นทีมวิจัย ออกแบบ สร้างสรรค์ และพัฒนาเครื่องเล่นของบริษัท วอลต์ ดิสนีย์ หรือจะทำงานในแวดวงการบินและอวกาศ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เขาร่ำเรียนมา
และสุดท้าย เขาก็เลือกจะเป็นวิศวกรการบินของบริษัทโบอิ้ง (Boeing) เนื่องจากทางบริษัทพร้อมเขารับเข้าทำงานทันทีหลังปลดประจำการ
สตีฟ ด็อบส์เก็บเกี่ยวประสบการณ์และหล่อหลอมทักษะการเป็นวิศวกรอย่างเต็มตัว ร่วมออกแบบ ซ่อมบำรุง และพัฒนานวัตกรรมทางอากาศมากมาย ทั้งเครื่องบิน ยานอวกาศ จรวดนำส่ง และอุปกรณ์การบินอื่น ๆ เป็นเวลานานถึง 36 ปี ก่อนจะเกษียณในเวลาต่อมา แล้วเบนเข็มไปเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมที่แคล โพลี โพมานา
ถ้ามีวันหยุด เขาก็จะพาครอบครัวไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการพักผ่อนแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เขาได้กลับไปชื่นชมและลองเล่นเครื่องเล่นที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความหลงใหลที่มีต่อดิสนีย์แลนด์ยังคงแจ่มชัดในใจของสรีฟยังอยู่
จุดเริ่มต้นของสวนสนุกด็อบส์แลนด์เกิดขึ้นจากการที่สตีฟอยากให้หลาน ๆ มาเที่ยวเล่นที่บ้าน และได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน
ผลงานชิ้นแรกที่สตีฟสร้างขึ้นเป็นพร็อพเรือสมุทรจากหนังแฟรนไชส์เรื่อง Pirates of the Caribbean เขาสร้างเรือโจรสลัดขนาดสำหรับเด็กด้วยกระดาษลัง เอาปากกามาร์กเกอร์มาวาดตกแต่งลวดลาย ใช้เครื่องยิงปิงปองแทนปืนใหญ่ประจำเรือ แล้วให้เด็ก ๆ สวมบทบาทเป็นโจรสลัดที่กำลังเดินเรือท่ามกลางมหาสมุทร
8 ปีต่อมา สตีฟก็เริ่มมีไอเดียที่จะสร้างโลกแห่งจินตนาการขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยมีดิสนีย์แลนด์เป็นแรงบันดาลใจและใช้หลักวิศวกรรมที่เขามีมาสร้างเครื่องเล่น
อีกทั้งหลานทุกคนของเขาก็เป็นบิ๊กแฟนของดิสนีย์เหมือนกัน ดังนั้นสวนสนุกนี้อาจจะพอมัดใจได้ไม่มากก็น้อย
“หลาน ๆ ของผมชอบดิสนีย์แลนด์มาก แล้วผมก็อยากให้พวกแกรู้สึกอยากมาเที่ยวที่บ้านผม มาเล่นกับตา แต่การจะแข่งกับดิสนีย์แลนด์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ
"ผมชอบที่จะนำงานวิศวกรรมแบบดิสนีย์แลนด์มาผสมผสานเข้ากับงานศิลปะและเรื่องราวในจินตนาการ"
คอรี ลินเดอร์ ลูกสาวคนโตของสตีฟเล่าว่า “พ่อไม่เคยคิดจะสร้างสวนสนุกเลย ตอนนั้นเขาพาลูก ๆ ของฉันไปเที่ยวที่บ้าน แล้วก็คิดขึ้นมาว่า ‘จะทำยังไงให้พวกเด็ก ๆ สนุก เพลิดเพลิน แล้วก็ได้ใช้จินตนาการ เขาเลยพาพวกแกเข้าสู่โลกแฟนตาซี สมมติตัวเองว่าเป็นโจรสลัดกัน มันเริ่มแบบบ้าน ๆ ง่าย ๆ เลย ฉันไม่คิดว่าเขาจะเคยฝันถึงการสร้างสวนสนุกหรอก เขาแค่ทำเพลินจนหยุดไม่ได้ พอมีหลานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มันก็กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ๆ”
เช่นเดียวกับจูน ภรรยาของสตีฟ หรือคุณยายของหลาน ๆ แม้บางครั้งเธอจะเข้าไม่ถึงงานอดิเรกของสามี แต่ในเมื่อเขามีความสุข เธอก็จะเป็นกำลังใจและคอยชื่นชมสิ่งที่เขารักอยู่ห่าง ๆ
“แม่คอยเป็นกำลังใจให้พ่ออยู่ตลอด บางครั้งแม่มองไปที่สวนหลังบ้านแล้วทำได้แค่ส่ายหัว แต่เธอแค่อยากเห็นเขามีความสุขและเพลิดเพลินกับชีวิตวัยเกษียณ ตอนนี้พ่อได้ทำตามสิ่งที่รักเต็มที่ แม่เองก็แฮปปี้มากที่เห็นเขาเป็นแบบนั้น” คอรีเล่า
นอกจากจินตนาการ ศิลปะ และวิศวกรรม สตีฟ ด็อบส์ยังนำวัสดุเหลือใช้ต่าง ๆ รวมถึงของเล่นบางชิ้นของภรรยามาประยุกต์และดัดแปลงใหม่จนกลายเป็นเครื่องเล่นจำลองที่มีสีสันสวยงาม
อย่างเช่น Tiny World เครื่องเล่นแรกของด็อบส์แลนด์ สตีฟได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องเล่นของดีสนีย์แลนด์ที่ชื่อว่า It's a Small World ที่ผู้เล่นจะต้องล่องเรือเข้าไปในปราสาทจิ๋ว แต่สตีฟเปลี่ยนให้เด็ก ๆ นั่งรถไฟโทมัสเข้าไปในอุโมงค์แทน
เขาใช้ถาดพิซซ่าทำเป็นหน้าปัดนาฬิกา และเอากระดาษลังมาประกอบเป็นอุโมงค์ให้เด็ก ๆ นั่งรถไฟเข้าไป
ภายในตัวปราสาทจะมีตุ๊กตามาดามอเล็กซานเดอร์ (Madame Alexander dolls) ที่ภรรยาของเขาเคยสะสมไว้จัดวางอยู่หลายสิบตัว ซึ่งสตีฟใส่มอเตอร์เข้าไปเพื่อให้ตุ๊กตาทั้งหมดนี้ขยับไปมาตามเสียงดนตรีเหมือนกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยตุ๊กตากับโมเดลจิ๋ว สร้างบรรยากาศด้วยแสงไฟระยิบระยับ และมีเพลงประกอบคลอเบา ๆ ระหว่างทาง
ต่อมาคือเครื่องเล่น Yellow Submarine ได้ไอเดียมาจากหนังเรื่อง Finding Nemo สตีฟสร้างเรือดำน้ำขึ้นมาจากถังขยะ และใช้ท่อพีวีซีกับผ้าใบกันน้ำผืนใหญ่สีน้ำเงินมาจำลองบรรยากาศให้เหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล นอกจากนี้เขายังใส่หุ่นปลา แมงกะพรุนปลอม ปะการัง และนักดำน้ำที่ติดมอเตอร์เข้าไปให้ดูเหมือนว่ากำลังผจญภัยอยู่ใต้ท้องทะเล
ด็อบส์แลนด์ไม่ได้มีแค่เครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องเล่นที่ตอบโจทย์ความสนุกให้เด็กโตและผู้ใหญ่ได้ นั่นคือ Starfighters Academy ซึ่งมีต้นแบบมาจากหนังระดับตำนานอย่าง Star Wars โดยจะแบ่งการผจญภัยออกเป็นสองด่าน ในด่านแรก ผู้เล่นจะต้องนั่งบนชิงช้าในยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน และต้องใช้ดาบไลท์เซเบอร์ฟาดไปที่เหล่าศัตรู ส่วนด่านที่สอง ผู้เล่นจะต้องใช้ปืนเลเซอร์ยิงถล่มยานอวกาศฝ่ายตรงข้าม เมื่อยิงโดนเซนเซอร์รับแสง ทั้งห้องก็จะสว่างไสวไปด้วยแสงสีนีออน
“This is my Imagineering,”
(นี่แหละ จินตวิศวกรรมของผม)
ความพิเศษของด็อบส์แลนด์อีกหนึ่งข้อ คือการเป็นพื้นที่เรียนรู้ของเด็ก ๆ ด้วยความที่หลานทุกคนเรียนแบบโฮมสคูล สตีฟและลูกสาวจึงใช้โอกาสนี้ทำสมุดบันทึกการเรียนรู้ให้หลานแต่ละคนจดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ เป็นการส่งเสริมทั้งจินตนาการ วิชาการ และพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็ก ๆ ได้อย่างแยบยล
“ผมหวังว่าจะจุดประกายให้เด็ก ๆ สนใจเรื่องคณิตศาสตร์ วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ เพราะการออกแบบและสร้างเครื่องเล่นขึ้นมาสักชิ้น ต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมเยอะมาก
“ผมสอนให้พวกเขารู้จักวิธีใช้สว่านไฟฟ้า เลื่อย และเครื่องมือช่างอื่น ๆ จนตอนนี้พวกเขาก็เลยมีประสบการณ์จากการลงมือทำจริง นี่เป็นสื่อการสอนที่ให้ผลลัพธ์เป็นความสนุกสนานในตอนท้าย”
นี่ยังเป็นเพียงเครื่องเล่นส่วนหนึ่งของด็อบส์แลนด์เท่านั้น เพราะสตีฟตั้งใจจะสร้างต่อไปเรื่อย ๆ แม้จะต้องลงทุนลงแรง หรือเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เขากลับรู้สึกสนุกและเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งการจินตนาการอยู่ตลอดเวลา ตราบใดที่เขายังได้เห็นรอยยิ้มของหลานๆ และได้ทำในสิ่งที่รักไปด้วยกัน
นอกจากด็อบส์แลนด์จะเป็นสวนสนุกที่มอบความสุขและรอยยิ้มให้คนในครอบครัวแล้ว สตีฟยังใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เขาสร้างมาในการเรียนการสอนลูกศิษย์ของเขาที่คณะ และบางครั้ง ถ้านักศึกษาคนไหนสนใจจะทำโปรเจกต์จบในหัวข้อเกี่ยวกับเครื่องเล่นในสวนสนุก สตีฟก็ยินดีจะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้
ครั้งหนึ่ง สตีฟเคยเปรยกับเพื่อนอาจารย์ว่า เขาอยากจะสร้างรถไฟเหาะไว้ในสวนหลังบ้านที่เล่นได้ทั้งผู้ใหญ่ และเด็กเล็ก แต่แน่นอนว่า ถ้าจะให้เขาสร้างรถไฟเหาะด้วยตัวคนเดียวในวัยที่จะแตะเลขเจ็ดก็คงจะท้าทายเกินไปสำหรับเขา กระทั่งเขาได้รู้จักนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่อยากจะทำสิ่งนี้เป็นโปรเจกต์จบของพวกเขาพอดี
นี่จึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ Madderhorn Roller Coaster เป็นเครื่องเล่นที่โดดเด่นและภาคภูมิใจที่สุดในด็อบส์แลนด์ ซึ่งมีนักศึกษาคณะวิศวกรรมชั้นปีสุดท้ายที่สนใจเข้าร่วมทั้งหมด 9 คน โดยมีสตีฟเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะคอยแนะนำและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
สตีฟเล่าว่า นักศึกษาทุกคนจะต้องออกแบบและคำนวณรูปทรงของรถไฟ โครงสร้างของราง ความแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ และที่นั่งของผู้เล่นที่จะต้องรับน้ำหนักของเด็กและผู้ใหญ่ได้
แต่โจทย์ที่สำคัญที่สุดคือ ‘ระบบความปลอดภัย’ ซึ่งสตีฟจะช่วยตรวจสอบการคำนวณต่าง ๆ รวมถึงทดสอบตัวรถไฟเพื่อให้โครงสร้างและระบบของเครื่องเล่นปลอดภัยที่สุด
“ผมบอกพวกเขาว่า ต้องทำให้มันปลอดภัยนะ เพราะหลาน ๆ ของผมจะเป็นคนขึ้นไปเล่น”
หลังจากใช้เวลาสร้างที่มหาวิทยาลัยนานถึง 3 เดือน นักศึกษาก็ได้ช่วยกันถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อขนย้ายมาติดตั้งที่บ้านครอบครัวด็อบส์ และเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น สตีฟได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาทดสอบเครื่องเล่นที่บ้านของเขา ซึ่งรถไฟเหาะนี้ได้รับการรับรองว่าสามารถรองรับผู้เล่นที่มีน้ำหนักได้ถึง 185 ปอนด์ (ประมาณ 84 กิโลกรัม) วิ่งได้ทั้งเดินหน้าและถอยหลัง และทำความเร็วสูงสุด 12 ไมล์ต่อชั่วโมง
สตีฟเผยความรู้สึกว่า “มันเป็นมากกว่าการทำโปรเจกต์ให้เสร็จแล้วก็จบไป เพราะโปรเจกต์นี้ยังคงอยู่และใช้งานต่อไปได้ในระยะยาว”
ไม่น่าเชื่อว่า จุดเริ่มต้นจากความรู้สึกคิดถึงของคุณตามีต่อหลาน จากพร็อพธีมโจรสลัดที่เล่นกันเองในรั้วบ้าน จะพัฒนาเป็นสวนสนุกที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่อบอุ่นหัวใจ
และความอบอุ่นนี้ไม่ได้มีแค่ภายในครอบครัวเท่านั้น หากถึงวันเกิดของหลาน ๆ หรืองานเทศกาลประจำปี ครอบครัวด็อบส์ก็จะเชิญเพื่อนของหลานที่โรงเรียน เพื่อนบ้าน และคนรู้จักมาร่วมฉลอง และเล่นเครื่องเล่นอย่างสนุกครื้นเครง
เพราะวันข้างหน้า หลานของเขาก็จะโตเป็นวัยรุ่น ความชอบความสนใจก็จะเปลี่ยนไปตามวัย ดังนั้นเขาจึงอยากให้ทุกช่วงเวลานี้สร้างความทรงจำกับหลานให้ได้มากที่สุด
เรื่องราวของคุณตาสตีฟ ด็อบส์พิสูจน์ให้เราเห็นว่า แม้ร่างกายจะก้าวเข้าสู่วัยชรา แต่หัวใจความเป็นเด็กของเขาไม่เคยหายไปไหน เขายังคงเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ความสนุกสนาน และความมหัศจรรย์ที่ไม่สิ้นสุด สวนสนุกด็อบส์แลนด์ที่สร้างขึ้นจากความรักและความผูกพันแห่งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัย ได้หันกลับมาดูแลและเติมไฟให้ ‘เด็กน้อย’ ที่ซ่อนอยู่ในตัวเองอีกครั้ง
อ้างอิง
My dad built a Disneyland-inspired theme park in his backyard, just for his grandkids
Welcome to Dobbsland: A Disney-like theme park in a Fullerton backyard
Grandpa Builds Disneyland-Inspired Backyard Theme Park for His Grandkids
Your own private Disneyland? One man made it happen
This awesome grandpa built a backyard "Disneyland" for his grandkids
CPP professor creates mini theme park from home