17 ต.ค. 2569 | 14:07 น.

KEY
POINTS
“เมื่อราคาอาหารและพลังงานสูงขึ้น จงปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องราคา”
ประโยคสำคัญของ ‘คริสตาลินา จอร์จีวา’ (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จากงาน IMF–World Bank Annual Meetings ที่ประเทศไทย
เธอคือผู้นำหญิงที่เติบโตขึ้นมาในยุคสงคราม โดดเด่นในงานสายวิชาการ และสั่งสมประสบการณ์บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก จนกลายเป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
เพราะแนวคิดการทำงานของ ‘คริสตาลินา จอร์จีวา’ เชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจควรเดินหน้าไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน
คริสตาลินา อิวาโนวา จอร์จีวา เกิดวันที่ 13 สิงหาคม 1953 ที่กรุงโซเฟีย เมืองหลวงของบัลแกเรีย ในยุคที่ดินแดนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์
ท่ามกลางโลกที่ผันผวน ครอบครัวจอร์จีวายังคงใช้ชีวิตแสนธรรมดา พ่อแม่ก็ทำงาน หาเงินเลี้ยงลูก พ่อของเธอเป็นช่างก่อสร้างที่เก่งจนได้เลื่อนขึ้นเป็นวิศวกรโยธาผู้ควบคุมโครงการก่อสร้างถนนของรัฐ ส่วนคุณแม่เป็นช่างทอผ้า ตั้งใจทำงานจนได้เป็นผู้จัดการร้าน
แม้จะไม่ได้มีฐานะครอบครัวดีนัก แต่เธอก็มีความสุขกับชีวิตวัยเด็ก
“ฉันจำได้ว่าเวลาเดินกลับจากโรงเรียน เราอาศัยอยู่บนชั้นหนึ่ง หน้าต่างบ้านเปิดอยู่ และฉันจะได้ยินเสียงพ่อกับแม่ร้องเพลงด้วยกัน”
แล้วทุกปิดเทอม พ่อกับแม่จะส่งเธอกับน้องชายไปอยู่กับ ตายายที่เมือง Lyubimets ใกล้ชายแดนกรีซและตุรกี ที่นั่นเธอต้องตื่นแต่เช้ามาเก็บใบยาสูบ
มากกว่านั้น จอร์จีวายังเป็นลูกสาวคนโตที่ต้องดูแลน้องชาย ด้วยฐานะทางบ้าน เธอเลยเริ่มทำงานล้างผักตลาดขายอาหารตั้งแต่อายุ 15 ปี
“งานแรกที่ฉันได้รับมอบหมายคือการจัดการกะหล่ำปลี ฉันต้องทำความสะอาดมัน แล้วนำไปจัดเรียงบนแผงขายให้ดูน่าซื้อ”
ทว่าชีวิตแสนวุ่นวายก็สงบลงได้ เมื่อเธอได้เข้าไปอยู่ในโลกหนังสือ
เธอเป็นเด็กที่ชอบอ่านหนังสือและสนใจความคิดเชิงปรัชญา ช่วงปิดเทอมเธอใช้เวลาอ่านนวนิยายของนักเขียนนวนิยายชาวอเมริกัน John Steinbeck ไปจนถึงงานปรัชญาของ Immanuel Kant นักปรัชญาทรงอิทธิพลในยุโรป และ Baruch Spinoza นักปรัชญาเหตุผลนิยมที่ห้องสมุด
จอร์จีวาชอบแนวคิดของ Kant มาก (อาจเรียกว่าเนิร์ดก็ได้) ถึงขนาดชวนเพื่อนมาฟังการอธิบายแนวคิดของ Kant ในช่วงพักระหว่างคาบเรียนด้วย อาจเป็นเพราะเธอสนุกกับการอ่านและการถ่ายทอดความคิดให้คนอื่นฟัง
เดิมทีจอร์จีวาอยากเรียนวารสารศาสตร์ เธอสนใจการเล่าเรื่องและการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่การสอบเข้านิเทศศาสตร์ในยุคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากคะแนน มหาวิทยาลัยยังพิจารณาภูมิหลังของครอบครัวด้วย
เธอเลยเลือกสอบเข้าสาขาเศรษฐศาสตร์การเมืองและสังคมวิทยาเศรษฐกิจที่ Institute of Economics ในกรุงโซเฟีย ซึ่งปัจจุบันคือ University of National and World Economy ซึ่งเธอค้นพบว่าตัวเลขก็สามารถเล่าเรื่องได้เช่นกัน
“ฉันเริ่มเรียนสถิติ และค้นพบว่าตัวเลขก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้เช่นกัน สถิติช่วยให้เข้าใจว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สิ่งไหนมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นมากที่สุด แล้วสิ่งไหนมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย”
การเรียนเศรษฐศาสตร์ทำให้จอร์จีวาได้มองโลกผ่านมุมใหม่ เธอเริ่มเข้าใจว่าตัวเลขไม่ได้เป็นเพียงข้อมูล แต่ยังสะท้อนความเป็นไปของสังคมและชีวิตผู้คน ความเข้าใจนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ติดตัวเธอไปตลอดเส้นทางการทำงานด้านเศรษฐกิจ
หลังเรียนจบ จอร์จีวาเลือกเรียนต่อปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์การเมืองและสังคมวิทยา แล้วเริ่มต้นทำงานเป็นอาจารย์และนักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์
ช่วงนั้น เธอศึกษาแนวคิดทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง และมีโอกาสอธิบายความรู้ให้กับนักศึกษา ซึ่งตรงกับช่วงที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจ จากระบบเศรษฐกิจที่รัฐเป็นผู้วางแผน ไปสู่ระบบเศรษฐกิจตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 1980
เหตุการณ์ที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำและกลายเป็นรากฐานแนวคิดทางการเงินของจอร์จีวา คือเหตุการณ์ ‘วิกฤตเงินเฟ้อขั้นรุนแรง’ ในบัลแกเรียช่วงกลางทศวรรษ 1990 ที่อัตราเงินเฟ้อในประเทศพุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 8,300 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้มูลค่าของเงินตราเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว
วิกฤตการณ์ครั้งนั้นทำให้เงินออมที่มารดาของเธอสะสมมาตลอดชีวิตต้องสลายหายไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน แล้วเธอเองก็ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากในฐานะแม่ของลูก 1 คน
“ในร้านค้าไม่มีสินค้าเลย ไม่มีเลย ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ไปต่อคิวซื้อนมให้ลูกสาว และในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เงินเฟ้อรุนแรงขึ้นมาก จนในที่สุดก็พุ่งสูงถึง 2,000% ต่อปี วิกฤตครั้งนั้นทำให้เงินออมของผู้คนหายไปหมด”
อีกทั้งจอร์จีวาก็เป็นหนึ่งในคนที่อธิบายเศรษฐศาสตร์ตลาดให้สังคมแนวคิดพื้นฐานอย่างอุปสงค์ อุปทาน และกลไกราคาด้วยการเขียนตำราเศรษฐศาสตร์จุลภาคขึ้นมา
ชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงการ โดยเฉพาะการตีพิมพ์จุลนิพนธ์เรื่อง "นโยบายการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา" (Environmental Protection Policy and Economic Growth in the USA) ในระดับปริญญาเอก ซึ่งถือว่าเป็นหัวข้อที่ก้าวล้ำและท้าทายอย่างมากสำหรับนักศึกษาในประเทศคอมมิวนิสต์ยุคนั้น
นอกจากนี้ เธอยังร่วมทำบทความงานสายวิชาการฉบับนี้กลายเป็นวิชาการกว่า 100 ชิ้น รวมถึงตำราเรียนด้านเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคที่ถูกนำไปใช้เป็นหลักสูตรมาตรฐานในแวดวงการศึกษาอย่างกว้างขวาง
ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ของจอร์จีวาขยายไปไกลขึ้น เมื่อเธอได้รับทุนการศึกษาจาก บริติชเคานซิล (British Council) เพื่อไปเป็นนักวิชาการรับเชิญ ที่ London School of Economics (LSE) ที่ประเทศอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม จอร์จีวาก็วางแผนการเงินไว้อย่างดี เธอเปิดบัญชีธนาคารครั้งแรกในวัย 34 ปี มุ่งหน้าสู่ลอนดอนด้วยเงินเก็บส่วนตัวเพียง 21 ปอนด์ เปิดบัญชีธนาคารครั้งแรกในวัย 34 ปี พร้อมกับเงินทุนการศึกษาที่ได้รับเพียงเดือนละ 361 ปอนด์
เธอประหยัดค่าใช้จ่ายสุด ๆ นอกเหนือจากค่าเช่าที่พักและค่าอาหารแล้ว เงินที่เหลือทุกเพนนีถูกนำไปใช้ซื้อตำราเศรษฐศาสตร์ตะวันตก โดยสิ่งแรกที่เธอตัดสินใจซื้อคือ "พจนานุกรมเศรษฐศาสตร์" ซึ่งเธอถือติดตัวเป็นสัญลักษณ์แห่งความรู้มาจนถึงทุกวันนี้
ขณะเดียวกันอังกฤษเป็นพื้นที่เรียนรู้และเปิดโลกเศรษฐศาสตร์ให้กับจอร์จีวา เพราะที่แห่งนี้ให้ความสำคัญกับระบบตลาดเสรี การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน และการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ
การสั่งสมประสบการณ์จากงานวิชาการนี่เอง ทำให้เส้นทางชีวิตต่อไปของจอร์จีวาก้าวข้ามห้องเรียนและแวดวงการศึกษา ไปสู่การทำงานในระดับนานาชาติผ่านบทบาทสำคัญในองค์กรเศรษฐกิจระดับโลก
ปี 1993 จอร์จีวาเริ่มต้นเส้นทางการทำงานสายบริการสาธารณะที่ธนาคารโลก ในตำแหน่ง ‘นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม’ โดยเธอสามารถผนวกทฤษฎีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเข้ากับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างดี ทำให้เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ในปี 1998
ด้วยวัยเพียง 40 ปี จอร์จีวาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อม และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
มาถึงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 จอร์จีวาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานและเลขานุการองค์กรของธนาคารโลก ประสานงานระหว่างคณะผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริหาร และกลุ่มประเทศสมาชิก ปฏิรูปธรรมาภิบาลของธนาคารโลก และกระบวนการเพิ่มทุนขององค์กร เพื่อให้ธนาคารโลกมีความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดียิ่งขึ้น
2 ปีผ่านไป เธอลาออกจากธนาคารโลกมานั่งตำแหน่งกรรมาธิการยุโรปด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการจัดการวิกฤต แล้วขยับมาเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านงบประมาณและทรัพยากรบุคคล โดยดูแลงบประมาณของสหภาพยุโรปประมาณ 161,000 ล้านยูโร และบุคลากรราว 33,000 คน รวมถึงรับผิดชอบการดำเนินงานของสหภาพยุโรปเพื่อตอบสนองต่อวิกฤตหนี้ในยูโรโซน และวิกฤตผู้ลี้ภัยในปี 2015
ก่อนกลับไปทำงานที่ธนาคารโลกอีกครั้งในตำแหน่ง Chief Executive Officer หรือ CEO และทำหน้าที่รักษาการประธานกลุ่มธนาคารโลกเป็นเวลาสองเดือนในปี 2019 ร่วมผลักดันการเพิ่มทุนให้ธนาคารโลกจำนวน 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมทรัพยากรสำหรับภารกิจขององค์กร
ประสบการณ์จากธนาคารโลกและคณะกรรมาธิการยุโรป ทำให้จอร์จีวาเรียนรู้การรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติ ก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและการเงินในระดับสากล
คริสตาลินา จอร์จีวาเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการจัดการ IMF โดยคณะกรรมการบริหารของ IMF (IMF Executive Board) ในปี 2019 ซึ่งตรงกับช่วงที่คนทั้งโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
อย่างที่ทุกคนรู้ โควิด 19 ผู้คนต้องอยู่กับบ้าน เศรษฐกิจในหลายประเทศหยุดชะงัก ถึงอย่างนั้น IMF ภายใต้การนำของจอร์จีวาสามารถผลักดันนโยบายและระดมความช่วยเหลือฉุกเฉินให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ
ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินให้กับ 60 ประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤต ผลักดันการจัดสรรเงินสำรองระหว่างประเทศกว่า 650,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยลดภาระหนี้ให้ประเทศยากจน และเสนอแผนลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติวิกฤตโรคระบาดเพื่อให้คนทุกประเทศได้รับวัคซีน
ทั้งหมดนี้ เพราะจอร์จีวาให้สำคัญกับชีวิตของ ‘คน’ พอและอาจมากกว่า ‘ดัชนีทางเศรษฐกิจ’
“การตัดสินใจทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค ล้วนส่งผลต่อชีวิตของผู้คน นโยบายจึงต้องให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะคนยากจนและกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด” จอร์จีวาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Leaders ในปีแรกของการรับตำแหน่ง
ปี 2026 อยู่ในวาระที่ 2 ที่จอร์จีวารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการจัดการ IMF ตลอดการเป็นผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก เธอเป็นคนที่สมานโลกการเงินเข้ากับชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ดี
ในปี 2022 เธอสร้างเครื่องมือเงินกู้ระยะยาวเพื่อรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ แล้วปี 2023 ก็ผลักดันความร่วมมือแก้ปัญหาหนี้ประเทศกำลังพัฒนา สร้างเวทีร่วมแก้ปัญหาหนี้ประเทศต่าง ๆ รวมถึงขยายขีดความสามารถในการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ประเทศยากจน
ถือได้ว่า เธอเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก ที่ไม่เพียงมองความมั่งคั่งของประเทศ แต่ต้องการทำให้ทุกประเทศเดินฝ่าวิกฤตเดินไปด้วย โดยไม่ต้องมีประเทศใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
12-16 ตุลาคม 2026 คริสตาลินา จอร์จีวา ได้เดินทางมาร่วมงาน IMF–World Bank Annual Meetings ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ระหว่างการประชุม จอร์จีวา กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยืดหยุ่นยากขึ้น เพราะเงินสำรองด้านพลังงานและพื้นที่ทางการคลังของหลายประเทศกำลังลดลง ขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
เธอเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเพิ่มรายได้ของรัฐ ปรับการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ และปรับปรุงการบริหารการเงินภาครัฐ เพื่อช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถร่วมมือกันได้
“ถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มรายได้ของรัฐ ปรับการใช้จ่ายให้เหมาะสม และปรับปรุงการบริหารการเงินภาครัฐ เมื่อราคาอาหารและพลังงานสูงขึ้น จงปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องราคา”
อีกแง่หนึ่ง เศรษฐกิจโลกกำลังถูกดึงไปคนละทิศทาง ทั้งผลกระทบด้านลบจากอุปทานพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง และแรงส่งด้านบวกจากการลงทุนใน AI
“ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่แถวหน้าในการได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่เริ่มคิดล่วงหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นการลงทุน AI”
กระแสการลงทุนใน AI กำลังทำให้ภาคธุรกิจ ตลาดแรงงาน และชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป การเตรียมความพร้อมให้ประชาชนสามารถปรับตัวและเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ จึงเป็นอีกโจทย์สำคัญของการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไป
เส้นทางและแนวคิดการทำงานของจอร์จีวา ยิ่งย้ำภาพเศรษฐกิจโลกว่า การจะพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ก็คือ การเติบโตของเศรษฐกิจที่เดินหน้าไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน
ภาพ: Nation Photo, กรมประชาสัมพันธ์
อ้างอิง
Kristalina Georgieva: the IMF boss tackling Covid, the climate crisis and, now, war / The Guardian
Kristalina Georgieva / Britannica Money
Kristalina Georgieva / World Bank
IMF head Kristalina Georgieva on the issues facing the global economy / CBS News
A Life in Pursuit of Service / IMF
Ensuring Global Economic Stability / LEADERS
IMF Managing Director’s Briefing on the Global Policy Agenda Press Briefing / IMF