read
culture
11 มี.ค. 2562 | 13:49 น.
แมค อายเรส กับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย โชว์นีโอ-โซล ผิวขาว ที่ไม่มี encore ปรบมือให้ตายเขาก็ไม่ออกมาเด้อ
Play
Loading...
จบลงไปแล้วสำหรับการมาเยือนประเทศไทยครั้งแรกของนักร้องโปรดิวเซอร์ชั้นยอดจากนิวยอร์ก “แมค อายเรส” กับงาน #JAMNIGHTLive! with Mac Ayres เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา
งานนี้มีวงเปิดก็คือ “Supergoods” วงอาร์แอนด์บีโซล รุ่นใหม่ไฟแรงผลผลิตจากรั้วคณะดุริยางค์ศาสตร์ ม.ศิลปากร ดนตรีของพวกเขามีส่วนผสมของดนตรีโซลที่หลากหลาย หลังจากที่ได้ชมการการแสดงของพวกเขาในงานนี้คงบอกได้แค่ว่า วันไหนที่คุณอยากรู้สึกสนุกหน่อยดนตรีของพวกเขาก็มีทั้งความฟังก์กี้ชวนให้เต้นจากมือกีตาร์ทั้งสองที่ผลัดกันสร้างสีสัน และวันไหนที่คุณรู้สึกอยากหนืด ๆ หนึบหนับ ๆ หน่อย แน่นอนดนตรีในแบบนีโอโซลที่มีกรู๊ฟเบสและกลองที่ไปด้วยกันได้ดีและเสียงโรดส์อันเป็นเสน่ห์ของดนตรีแนวนี้ ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีมาก ๆ ที่สำคัญดนตรีที่ว่ามานี้มันไปลงตัวกับเสียงร้องจากนักร้องนำที่คุณฟังแล้วอาจจะต้องร้อง WOW ! หน่อย ๆ งานนี้พวกเขาโชว์ไปทั้งหมดสี่เพลงเริ่มที่ “Come Rain or Come Shine”, “Bye Bye”, “Blue Dreams “ และเพลงใหม่ล่าสุดที่หนึ่งในสมาชิกก็บอกผมมาว่า “ยังไม่มีชื่อเลยครับ” ใครที่ชอบดนตรีแบบนี้ก็ไปตำกันได้ที่เฟสบุ๊คเพจของพวกเขา “Supergoods”
กลับมาที่เจ้าของงาน อายเรส กลายเป็นที่รู้จักครั้งแรกจากเพลง “Easy” ซิงเกิลเปิดตัวสไตล์นีโอ โซลที่มีทั้งเมโลดี้ที่ติดหูและซาวน์ดนตรีที่มาพร้อมความเรียบง่าย อันเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของชายคนนี้ ปัจจุบัน อายเรส มีสตูดิโออัลบั้มออกมาแล้วสองชุด ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม Drive Slow และล่าสุดกับ Something to Feel ซึ่งในโชว์ครั้งนี้เขาก็หยิบเพลงจากอัลบั้มเหล่านี้มาถ่ายทอดให้กับแฟนเพลงชาวไทยได้ฟังกันสด ๆ อีกด้วย
อายเรส เปิดโชว์ของเขาให้ครั้งนี้ด้วยเพลง “Under” ผลงานจาก EP อัลบั้ม Drive Slow ก่อนจะต่อเนื่องด้วยเพลงสุดกรู๊ฟอย่าง “Calvin’s Joint” จะว่าไปสุ้มเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ อายเรส เกิดมาจากองค์ประกอบหลายด้าน และแน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดคือแรงบันดาลใจที่เขาได้รับจากการฟังผลงานในอดีตของ สตีวี วันเดอร์ หรือ มาร์วิน เกย์ สองตำนานแห่งวงการเพลงโซล
ทั้งคู่อาจจะเป็นคำตอบสำหรับเรื่องของฮาร์โมนีและทำนองทั้งหลายที่เกิดขึ้นในหัวของเขา แต่สิ่งที่เขาได้รับจาก เจ ดิลลา หรือ ดิ’ แองเจโล ก็เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้เขาค้นพบ “ดนตรีของตัวเอง” อายเรส เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่สุดเป็นเรื่องของการหาเสียงของตัวเองให้เจอ
“ตอนอายุสิบหกเวลาที่หยิบกีตาร์ขึ้นมา ผมเคยอยากเป็นจอห์น เมเยอร์ ซึ่งหลังจากนั้นต่อมาผมก็เริ่มเล่นเบสและหันมาสนใจการทำเพลง ต่อมาผมตัดสินใจเข้าไปเรียนที่เบิร์กลี แต่สุดท้ายผมก็ตระหนักว่า ผมไม่อยากเดินไปในทางนั้นแม้มันจะเป็นการเรียนที่เป็นระบบ ผมไม่ต้องการได้ยินใครคุยกันถึงเรื่องอื่นเลย ผมแค่ต้องการหาตัวตนของตัวเองให้เจอ”
อายเรส ต่อเนื่องโชว์ของเขาด้วยสองเพลงจากอัลบั้มใหม่ไม่ว่าจะเป็น “Roses” และ “Get to You Again” ซึ่งถือเป็นเพลงที่มีความหมายกับนักร้องหนุ่มคนนี้มากทีเดียว
“เพลงนี้มีฟอร์มที่ง่ายที่สุดแล้ว มันเกี่ยวกับการได้เจอกับคนที่เคยหายไปจากชีวิตคุณ และตอนนี้คุณได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง เพลงนี้ค่อนข้างสำคัญกับผมมากเพราะมันเหมือนเขียนมาจากตัวตนของผมเอง”
ช่วงกลางถึงท้ายโชว์ นักร้องวัยยี่สิบเอ็ดปีทยอยขนเพลงสุดโยกจากทั้งสองอัลบั้มมาเล่นเรื่อย ๆ เช่น “Waiting”, “I’ve Always Been”, “She Won’t Stay Long“ และสองเพลงสุดฮิตอย่าง “Slow Down” และ “Easy” ก่อนที่ อายเรส จะปิดคอนเสิร์ตของเขาในครั้งนี้ด้วยเพลง “Since You Been Gone I’ve Been Lonely“ และ “Stay“
ภาพรวมของโชว์ในช่วงแรกเสียงเบสอาจจะบวมและลั่น ๆ นิด ๆ แต่พอเข้าช่วงเพลงที่สามสี่ก็จะกลับมาดีขึ้น ซึ่งถ้าให้พูดถึงการแสดงสดของเขา ก็คงต้องบอกว่าแอบน่าผิดหวังทีเดียว เพราะทั้งหลายทั้งปวงการแสดงสดมันคือเรื่องของการสร้างความประทับใจ และการมีส่วนร่วมกับคนดู โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์ที่นักร้องปล่อยออกมา แม้งานนี้เสียงร้องของ อายเรส จะดีจนสะกดใครหลายคนได้ แต่ถ้าพูดถึงมาตราฐานที่เขาเคยทำไว้ มันยังเป็นเรื่องที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยทำไว้ในเพลง เรื่องนี้อาจจะเป็นเพราะ อายเรส เป็นคนที่ทำเพลงเองในทุกขั้นตอน เวลาที่อยู่ในห้องบันทึกเสียงเขาสามารถควบคุมทุกย่างไว้ได้ แต่การแสดงสด อายเรส ไม่สามารถเป็นทุกอย่างได้ ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่เขาไม่สามารถควบคุมได้เลย
อายเรส ไม่ได้เกิดมาเป็นแอฟริกัน อเมริกัน แต่ดนตรีที่เขาสื่อสารออกมาแน่นอนมันมีรากเง้าของมันมาจากดนตรีของคนผิวสี นักดนตรีที่เขาเลือกมาทัวร์ด้วยก็มีแต่นักดนตรีผิวขาวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น แซค เบโร่ (แซกโซโฟน) คริส แอนเดอสัน (กลอง) จอร์แดน โรเบิร์ตสัน (คีย์บอร์ด) และ ดีแคน เมียส์ (เบส) ซึ่งนี่อาจจะเป็นการออกแบบโชว์ของ อายเรส ที่ต้องการความธรรมชาติของนักดนตรีเหล่านี้ในการแสดงสด แน่นอนดนตรีนีโอ โซล ของสุภาพบุรุษเหล่านี้ จะออกมาไม่เหมือนกับซาวน์แบบคนผิวสี นั่นทำให้นีโอ โซล ในบริบทนี้จะค่อนข้างออกมาเรียบร้อยและมีซาวน์ที่สะอาดกว่า นีโอ โซล ทั่ว ๆ ไป ซึ่งสำหรับใครที่ต้องการซาวน์กลองแน่น ๆ รัว ๆ แบบพวกสายกอสเปล ไลน์กีตาร์เลื้อย ๆ หรือไลน์เบส lay back เยอะ ๆ อาจจะไม่ค่อยฟินเท่าไหร่นัก มากสุดที่ได้จากงานนี้คือการโซโล่แซก เพราะ ๆ หวาน ๆ เปียโนโซโล่หน่วง ๆ ไลน์เบสโซโล่ที่มาพร้อมกับเอฟเฟ็กเท่ ๆ และการซอยไฮแฮทในแบบ broken time (การเลือกใช้จังหวะที่สร้างมิติย่อยและเร่ง บนจังหวะความเร็วเดิมของวง) หน่อย ๆ
แน่นอนเรื่องของ duration ของโชว์ที่ค่อนข้างน้อยมาก กลายเป็นประเด็นที่หลายคนแอบตั้งคำถาม อายเรส ขึ้นแสดงเวลา 22.11 และลง 23.07 ซึ่งแน่นอนในตอนนั้นแฟนเพลงหลายคนก็รอและคิดว่าต้องมี encore แน่ ๆ แฟนเพลงทั้งโห่ร้อง ทั้งปรบมือเพื่อให้พวกเขากลับขึ้นมาเล่น แต่ผ่านไปกว่าห้านาทีก็ไร้ซึ่งวี่แววใด ๆ จนสุดท้ายผู้จัดก็ได้ทำการเปิดเพลง “Slide” ของแคลวิน แฮร์ริส เป็นอันรู้กันว่าถึงเวลา “กลับบ้านกันได้แล้วพวกเมิง” การจะเปิดไฟหรือเปิดเพลงหลังโชว์จบเป็นสัญลักษณ์ที่บอกอะไรได้หลายอย่าง โชว์ที่ดีควรจะมี set list ที่ชัดเจนก่อนโชว์ เพื่อทุกฝ่ายจะได้รู้ว่ามี encore ไหมหรือไม่มี รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างเรื่องไฟแบบนี้ก็ค่อนข้างสำคัญมาก การที่แฟนเพลงต้องยืนรอเกือบสิบนาทีเป็นเรื่องที่อาจจะไม่น่าประทับใจมากเท่าไหร่นัก แม้เรื่องของ encore จะเป็นสิทธิ์ของตัวศิลปิน 100% ที่จะมีหรือไม่มีก็ได้
แต่ถ้าจะบอกว่า Have You Heard? เป็นผู้จัดที่มาแรงที่สุดเจ้าหนึ่งก็คงไม่ผิด เพราะศิลปินที่พวกเขาพามาบ้านเราแต่ละคน จัดได้ว่าดีมากเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้มีทั้ง Anderson Paak, Honne, The Internet และล่าสุดที่กำลังจะมาเยือนก็คือ Thundercat เรียกได้ว่าทุกเบอร์ที่ว่ามานี้ ปกติจะเป็นศิลปินที่ยากมากที่คนไทยจะได้ดู พวกเขาอาจจะไม่ได้ mass มาก แต่แน่นอนเรื่องของคุณภาพไม่ต้องพูดถึงดีมาก ๆ ทีเดียว ซึ่งน่าสนใจว่าหลังจาก Thundercat มา Have You Heard? จะพาใครมาให้เราดูกันอีกคงต้องลุ้นกันต่อไป
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
THE PEOPLE 8TH ANNIVERSARY OPEN HOUSE ENDLESS POSSIBILITIES ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด
16 ต.ค. 2569
TMAN ผนึก AIS เปิดตัวแคมเปญรับไฮซีซัน ส่งมอบผลิตภัณฑ์ Propoliz ผ่านซิม
16 ต.ค. 2569
วัน แบงค็อก ชวนฉลองเทศกาล “ONE OKTOBERFEST” 28 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้
15 ต.ค. 2569
3
แท็กที่เกี่ยวข้อง
คอนเสิร์ต
นีโอ โซล
แมค อายเรส