read
social
26 ธ.ค. 2562 | 17:47 น.
'กอร์ดอน ฮาร์ทแมน' พ่อผู้ขายทุกอย่างเพื่อสร้างสวนสนุกให้ลูกสาวที่เป็นเด็กพิเศษได้ยิ้มอีกครั้ง
Play
Loading...
การเป็นเด็กพิเศษที่มีร่างกายใหญ่โตเกินอายุ และท่าทางการเคลื่อนไหวที่ผิดจากเด็กวัยเดียวกัน ทำให้เด็ก ๆ พากันวิ่งหนี มอร์แกน ฮาร์ทแมน (Morgan Hartman) ขณะที่เธอเดินเข้าไปเล่นด้วย ซึ่งเด็กหญิงมอร์แกนในวัย 12 ขวบ อาจยังไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงหวาดกลัวเธอ ส่วนพ่อของเธอคือ กอร์ดอน ฮาร์ทแมน (Gordon Hartman) กลับไม่เข้าใจยิ่งกว่าว่าทำไมเด็กพิเศษและเด็กทั่วไปถึงมีความสุขร่วมกันไม่ได้ เพราะเด็ก ๆ ทุกคนต่างก็ชอบสวนสนุกเหมือนกันไม่ใช่หรือ
ในวันที่กอร์ดอนกับครอบครัวตัดสินใจหันหลังเดินออกมาจากสวนน้ำแห่งนั้น เป็นวันที่ความเป็นพ่อคนของเขาได้มาถึงบททดสอบครั้งสำคัญ เพราะสายตาของมอร์แกนยังไม่อยากละทิ้งความสนุกที่อยู่ตรงหน้า แต่ต้องจำยอมเดินจากไป ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวมีกำลังทรัพย์พอที่จะจับจ่ายได้อย่างเหลือเฟือนั้น ช่างสะเทือนใจสำหรับพ่อคนหนึ่งที่อยากเห็นลูกสาวตัวเองมีความสุขที่สุดเท่าที่จะหาให้ได้
"ผมเลยมีความคิดว่าทำไมเราถึงไม่สร้างสวนสนุกที่ไม่เพียงแค่เด็กพิเศษเท่านั้น แต่สำหรับเด็กทุกคนในโลกได้สามารถเข้ามาหาความสุขได้อย่างเท่าเทียม”
กอร์ดอน ฮาร์ทแมน เป็นชาวซานอันโตนิโอ โดยกำเนิด เขาเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง คาวบอยหนุ่มคนนี้เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่มีอายุได้เพียง 15 ปี จากการเป็นเด็กรับจ้างจัดแต่งสวนหน้าบ้าน จนเมื่ออายุย่าง 19 ปี ปีกก็กล้าแข็งพอที่จะเริ่มต้นธุรกิจรับสร้างบ้านของตัวเอง
กิจการของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วภายในสี่ปี จากธุรกิจรับสร้างบ้าน เขาคิดการใหญ่ผันตัวเองเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ซึ่งรางวัลที่ได้รับตลอดอาชีพการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คือการมีชื่อเข้าเป็นสมาชิกหอเกียรติยศของซานอันโตนิโอ และหอเกียรติยศของเท็กซัส เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี
ในปี 2005 หลังเหตุการณ์ฝังใจที่สวนน้ำแห่งนั้นได้ไม่นาน กอร์ดอนตัดสินใจวางแผนทยอยขายกิจการ และนำเงินมาก่อตั้งมูลนิธิครอบครัวกอร์ดอน ฮาร์ทแมน ซึ่งเขาร่วมกับภรรยาคือ เม็กกี้ ฮาร์ทแมน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน ปี 2005 โดยความฝันอันสูงสุดของมูลนิธินี้คือการได้ช่วยเหลือเด็กพิเศษ รวมไปถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
แน่นอนว่าหนึ่งในนิยามความสุขของมอร์แกน ในสายตาของคนเป็นพ่อนั่นก็คือการได้เล่นในสวนสนุกได้อย่างเต็มที่
เขาเลยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน ทั้งแพทย์ นักจิตวิทยา ผู้ปกครอง ไปจนถึงวิศวกร และนักออกแบบ เพื่อสร้างสวนสนุกที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องเล่นมากมายอย่างที่สวนสนุกควรจะมี เพิ่มเติมคือเป็นสวนสนุกที่ออกแบบมาเพื่อที่ทุกคนจะสามารถเล่นได้อย่างไม่ต้องกังวล
กอร์ดอนใช้เงินกว่า 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเวทมนตร์ในการเปลี่ยนเหมืองร้างให้กลายเป็นสวนสนุกขนาดย่อม บนพื้นที่กว่า 25 เอเคอร์ หรือราว 63 ไร่ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นและเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย ที่ไม่ว่าจะมีสภาพร่างกายแบบไหนก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย
ในเดือนเมษายน ปี 2010 สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ (Morgan’s Wonderland) สวนสนุกไม่หวังผลกำไรแห่งแรกสำหรับผู้ต้องการความช่วยเหลือแบบพิเศษก็เปิดอย่างเป็นทางการ ให้ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้เต็มรูปแบบ
สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ ที่กอร์ดอนใช้เวลาวางแผนออกแบบอยู่นานหลายปีนี้ แก้ปัญหาสำคัญสำหรับเด็กพิเศษเวลาที่ไปเที่ยวสวนสนุกทั่วไป ทั้งเรื่องความแออัดของฝูงชนจำนวนมาก เสียงดังอึกทึก และแสงสีวูบวาบไปมา ซึ่งเป็นสิ่งเร้าที่มีผลไปกระตุ้นให้เด็กพิเศษตื่นตระหนกได้
ต่อจากนั้นในปี 2017 สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ ได้เปิดตัวสวนน้ำบนพื้นที่ขนาด 3 เอเคอร์ หรือเกือบ 8 ไร่ ซึ่งเป็นสวนน้ำจากแรงบันดาลใจของมอร์แกนที่ทุกคนสามารถเข้าได้
สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์นี้ มีทั้งระบบทางลาดที่ออกแบบเอื้อให้รถเข็นสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ในสวนสนุกไม่เว้นแม้แต่ในน้ำ มีช่องพิเศษสำหรับนำรถเข็นขึ้นไปเล่นบนม้าหมุนได้อย่างราบรื่น มีการออกแบบรถเข็นอัตโนมัติที่ใช้พลังงานจากแรงดันลมแทนแบตเตอรี่ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถใช้ลุยเปียกปอนในสวนน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับกระแสไฟฟ้ารั่ว แถมในสวนน้ำจะมีโซนน้ำอุ่นเผื่อเด็กเล็กที่เกรงว่าจะไม่สบายหากแช่น้ำเย็นนาน ๆ และผู้ที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อเวลาสัมผัสความเย็น ทั้งหมดนี้ออกแบบโดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง
นอกจากมอร์แกนที่เป็นเด็กพิเศษ มีความผิดปกติทางด้านร่างกายและการรับรู้แล้ว เด็กพิเศษหลายคนต่างชื่นชอบดินแดนมหัศจรรย์นี้มาก ขนาดที่สมัครเป็นเจ้าหน้าที่ในสวนสนุกแห่งนี้คอยดูแลผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ที่เป็นเด็กพิเศษเช่นกันให้ได้รับความสุขไม่ต่างกัน การที่เด็กพิเศษสามารถทำงานที่นี่ได้นั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่เด็กพิเศษรู้สึกอุ่นใจเวลาที่อยู่ในสวนสนุกแห่งนี้ ที่ไม่มีใครมองพวกเขาว่าเป็นตัวประหลาด ไม่มองด้วยสายตาแปลก ๆ และหวาดกลัว
กอร์ดอนมีประสบการณ์ตรงเลยรู้ว่าครอบครัวที่มีเด็กพิเศษหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น มีความต้องการเป็นพิเศษทั้งทางด้านค่าใช้จ่าย และการจัดการด้านอารมณ์ เขาเลยให้เด็กพิเศษทุกคนสามารถเข้าใช้งานในสวนสนุกแห่งนี้ได้ฟรี!!
หลังเปิดทำการได้ไม่นาน ชื่อเสียงของสวนสนุกแห่งนี้ดึงดูดคนที่มีความคิดดี ๆ ร่วมกันมากมายให้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเช่น กลุ่มโตโยต้า ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งระดับโลก ที่ขอเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ รวมทั้ง มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ที่ช่วยออกแบบรถเข็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
สวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ยังได้ห้าดาวเต็มจาก
TripAdvisor
และได้คะแนนเป็นอันดับต้น ๆ ของสวนสนุกในสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันมีผู้มาเที่ยวสวนสนุกมอร์แกนแดนมหัศจรรย์ปีละกว่า 1.4 ล้านคนจาก 50 รัฐ และ 73 ประเทศทั่วโลก มากกว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนนั้นเป็นคนธรรมดา แต่พวกเขาก็มีความสุขไปกับเด็กพิเศษและผู้ที่มีความต้องการพิเศษได้อย่างปกติ
ในปี 2017 สมาคมสวนน้ำโลก ได้ให้รางวัล Leading Edge Award 2017 และในปี 2018 นิตยสาร TIME ได้จัดให้สวนน้ำแห่งนี้เป็นอีกแห่งที่น่าไปเยือน นอกจากนี้มอร์แกนแดนมหัศจรรย์ยังได้รางวัลมากมายอีกนับไม่ถ้วน
ตั้งแต่ปี 2005 กอร์ดอน ฮาร์ทแมน และมูลนิธิของเขาได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กพิเศษไปแล้วมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,500 ล้านบาท เพราะเขาเชื่อว่าถ้าหากเราทุกคนร่วมมือกัน เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งสำหรับเขามีความหวังว่าจะให้ลูกสาวสุดที่รักได้เล่นสนุกเหมือนอย่างคนอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ตั้งใจให้ที่นี่เป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาเรียนรู้กันและกัน และเข้าใจว่าความแตกต่างทางสภาพร่างกาย ไม่สามารถกีดกันความเป็นเพื่อนของพวกเขาได้ ทุกคนสามารถเป็นเพื่อนและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ยิ่งถ้าหากตระหนักถึงความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ของทุกคน
ด้วยความเป็นพ่อ ทำให้ กอร์ดอน ฮาร์ทแมน อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวของเขามีความสุข ซึ่งโชคดีที่เขารู้ว่าการทำให้คนรอบข้างมีความสุข ยิ่งทำให้ความสุขถูกส่งกลับมาแบบไม่รู้จบ
“การคืนสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมเป็นอะไรที่มากกว่าแค่โยนเงินลงไปเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงการที่คุณต้องทุ่มเทร่างกาย และสละเวลาเพื่อคนอื่น ๆ ด้วย เหมือนตอนที่ผมเริ่มมีความคิดจะทำสวนสนุกสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ จากการที่มีลูกสาวเป็นเด็กพิเศษ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของเธอ และผมก็ได้เห็นมันตอนที่เธอและเด็กคนอื่น ๆ เข้ากันได้อย่างมีความสุข”
ภาพ :
morganswonderland.com
ที่มา :
gordonhartman.com
morganswonderland.com
facebook.com/freethinkmedia
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
THE PEOPLE 8TH ANNIVERSARY OPEN HOUSE ENDLESS POSSIBILITIES ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด
16 ต.ค. 2569
TMAN ผนึก AIS เปิดตัวแคมเปญรับไฮซีซัน ส่งมอบผลิตภัณฑ์ Propoliz ผ่านซิม
16 ต.ค. 2569
วัน แบงค็อก ชวนฉลองเทศกาล “ONE OKTOBERFEST” 28 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้
15 ต.ค. 2569
3
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ThePeople
Social
GordonHartman
MorgansWonderland