มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

เรื่องราวของ ‘มิตร ชัยบัญชา’ เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. ในกรุงเทพมหานคร โดยให้เหตุผลว่าต้องการตอบแทนบุญคุณประชาชนที่สนับสนุนเขามาตลอด

KEY

POINTS

นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ ตลอดจนคนใกล้เป็นโรคประสาท เรื่อยไปจนถึงกูรูการเมืองที่มีร้านกาแฟเป็นเสมือนรัฐสภาต่างลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า

 

การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน

 

การเมืองเป็นเรื่องของคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ นับตั้งแต่มหาเศรษฐีหมื่นล้านจนถึงขอทานข้างถนน เช่นเดียวกับพระเอกขวัญใจมหาชนอย่าง ‘มิตร ชัยบัญชา’ ที่ครั้งหนึ่งสนใจเปลี่ยนบทบาทจากพระเอกดาราภาพยนตร์ในจอ สู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะนักการเมือง

ในโลกภาพยนตร์ไทยถึงปัจจุบัน คงไม่มีดาราภาพยนตร์คนใดจะยิ่งใหญ่และเป็นขวัญใจประชาชนได้เท่ากับพระเอก ‘มิตร ชัยบัญชา’ โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2500 - 2513 ที่เป็นดังยุคทองของมิตรในวงการบันเทิง ด้วยจำนวนผลงานการแสดงภาพยนตร์เกือบ 300 เรื่อง และหลายเรื่องประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย

มิตร ชัยบัญชา เป็นดาราที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินทอง เป็นพระเอกภาพยนตร์ที่เอาชนะใจประชาชนมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ ซึ่งเป็นเหตุผลต่อมาที่ทำให้มิตรเชื่อว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนและชนะใจประชาชนได้เช่นกันในฐานะนักการเมือง

จุดเริ่มต้นเส้นทางการเมืองของ มิตร ชัยบัญชา เริ่มต้นขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2511 หลังการเมืองไทยปกครองด้วยระบอบเผด็จการจอมพลสฤษดิ์ - จอมพลถนอม มาอย่างยาวนานนับสิบปี (พ.ศ. 2501 – 2511) เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2511 คนไทยต่างตื่นเต้นกับบรรยากาศการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย รวมไปถึง ดารา นักร้อง ตลก และบุคคลมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงหลายคนก็ต่างสนใจจะเล่นการเมือง

และคนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือ พระเอกขวัญใจมหาชน ‘มิตร ชัยบัญชา

ปลายปี พ.ศ. 2511 มิตร ชัยบัญชา ก็สร้างความแตกตื่นให้แก่แฟน ๆ ภาพยนตร์ เมื่อปรากฏข่าวว่า มิตรสนใจจะเล่นการเมืองด้วยการลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งมิตรได้ให้เหตุผลกับแฟน ๆ ภาพยนตร์ว่าเพื่อขอชดใช้บุญคุณประชาชนที่อุปการะเขาในวงการบันเทิงมานับ 10 ปี

 

มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

ภาพข่าวหน้า 1 มิตร ชัยบัญชา พระเอกขวัญใจมหาชน สนใจลงเล่นการเมือง
เพื่อขอชดใช้บุญคุณประชาชนที่ให้การอุปการะมากว่า 10 ปี
ที่มา: สยามนิกร 13 กรกฎาคม พ.ศ.2511

 

แล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏในเช้าวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 เมื่อประชาชนทั้งหญิงชาย ลูกเด็กเล็กเด็ก ตลอดจนพนักงานเทศบาลนับร้อยคนต่างเฮละโลแตกตื่นวุ่นวายพร้อมกับวิ่งมาห้อมล้อมพระเอกขวัญใจมหาชน มิตร ชัยบัญชา ที่เดินทางมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพฯ เขต 2 (ยานนาวา บางรัก สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย) ในนาม ‘กลุ่มหนุ่ม’ ร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจ ทนายความ นักหนังสือพิมพ์ และนักเขียนชื่อดังในยุคนั้นอย่าง ‘พนมเทียน

 

มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. ภาพข่าว พระเอกขวัญใจมหาชน มิตร ชัยบัญชา เดินทางไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพฯ
“ท่ามกลางผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่แตกตื่นมุงกันแน่น”
ที่มาภาพ: สยามนิกร 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2511

 

มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

ภาพโปสเตอร์หาเสียงลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพฯ ของ มิตร ชัยบัญชาในนาม ‘กลุ่มหนุ่ม’ โดยมิตรได้เบอร์ 81
ที่มาภาพ

การเริ่มต้นเส้นทางการเมืองในระดับท้องถิ่นของ มิตร ชัยบัญชา ไม่ประสบความสำเร็จดังหวัง เพราะผลการเลือกตั้งในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2511 ปรากฏว่า มิตรสอบตกไม่ได้รับการเลือก มิตรเชื่อว่าความพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนั้นเพราะเขาเจอกลโกงของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่หนังสือพิมพ์บางฉบับเคยข้อสังเกตว่าเขตที่มิตรลงสมัครรับเลือกตั้งนั้นได้รับสมญานามว่า แดนสนธยา เนื่องจากมีบัญชี ‘ผี’ เข้าไปอาศัยอยู่ตามบัญชีทะเบียนบ้านมากกว่าเขตอื่น ๆ อย่างผิดสังเกต

เล่ากันว่า เมื่อพบกับความผิดหวัง มิตร ชัยบัญชา ถึงกับหลบเข้าป่าที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อพักกายพักใจแรมเดือน และเมื่อทำใจได้แล้วก็กลับมารับงานแสดงต่อพร้อมกับเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของเมืองไทยในรอบราว 12 ปี ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี พ.ศ. 2512

 

จากการเมืองสนามเล็ก
สู่การเมืองสนามใหญ่

พระเอกขวัญใจมหาชนปรากฏตัวบนเส้นทางการเมืองอีกครั้งในเช้าวันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2512 เมื่อ มิตร ชัยบัญชา พร้อมด้วย ‘ปราโมทย์ คชสุนทร’ นักหนังสือพิมพ์ เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตพระนครในนามพรรคแนวประชาธิปไตย โดยมิตรได้รับเบอร์ 34 (ในสมัยนั้นกรุงเทพมหานคร แบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็นเขตจังหวัดพระนคร กับจังหวัดธนบุรี โดยลำดับ ส.ส. ที่ได้รับการเลือกจะเป็นในรูปแบบบัญชีรายชื่อเรียงตามอันดับคะแนนสูงสุดลงมา)

มิตร ชัยบัญชา ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวที่ไปรอว่า การลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการตอบแทนความเอ็นดูที่ประชาชนให้ความรักแก่ตนเสมอมา และต้องการพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้แทนของประชาชนชาวพระนคร ขณะเดียวกัน ก็ไม่รู้สึกหนักใจที่จะต้องสู้กับผู้สมัครจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ในขณะนั้นอย่าง ‘พรรคสหประชาไทย’ ที่มี จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรค และ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ที่มี หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค

กระนั้น แม้ มิตร ชัยบัญชา จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในเขตจังหวัดพระนคร แต่ดูเหมือนว่า มิตรจะได้แสดงบทบาทการเป็นนักการเมืองสนามใหญ่อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดเวทีปราศรัยเป็นทางการครั้งแรกที่จังหวัดเพชรบุรีซึ่งเป็นบ้านเกิดของมิตร เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2512 โดยมิตรเดินทางมาช่วยเพื่อนผู้สมัครของพรรคแนวประชาธิปไตยปราศรัยหาเสียง

หนังสือพิมพ์เล่าว่า เมื่อคนเพชรบุรีทราบข่าวว่า มิตร ชัยบัญชา จะมาปราศรัย ผู้คนนับหมื่นก็แตกตื่นห้อมล้อมมาดูมิตรปราศรัยหาเสียง ประชาชนหลายคนลงทุนเช่ารถยนต์กันมาหลายสิบคัน โดยมิตรขึ้นกล่าวปราศรัยว่า เขาระลึกถึงบ้านเกิดเมืองนอนเสมอ แต่ที่ไม่ลงสมัครที่เพชรบุรีก็เพราะต้องการต่อสู้ชีวิตทางการเมืองในกรุง และการสมัครเป็น ส.ส. ในกรุงเทพ ก็เท่ากับเป็นผู้แทนปวงชนเหมือนกัน

และแล้วอีกสองต่อมา (วันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2512) มิตร ชัยบัญชา ก็เปิดปราศรัยหาเสียงครั้งใหญ่ (สมัยนั้นเรียก ‘ไฮด์ปาร์ค’) ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้คนนับแสนคนให้ความสนใจเดินทางมาฟัง พระเอกขวัญใจ มิตร ชัยบัญชา ปราศรัยหาเสียงในฐานะนักการเมือจนผู้คนล้นออกมานอกสนามหลวง ทำให้การจราจรรอบสนามหลวงติดขัดอย่างหนัก 

ทว่า เมื่อถึงเวลา มิตร ชัยบัญชา กลับยังไม่ปรากฏตัว (เข้าใจว่าติดคิวถ่ายภาพยนตร์) บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ประชาชนหลายคนเริ่มไม่พอใจเขวี้ยงปาสิ่งของขึ้นบนเวทีปราศรัยจนเกือบจลาจล

สนามหลวงหวิดจลาจล ‘มิตร’ ไม่ปรากฏตัวตามนัด พูดได้รับการต้อนรับเกรียวกราว เป็นประวัติการณ์ของการพูดไฮด์ปาร์ค ประชาชนนับแสนให้ความสนใจไปฟัง มิตร ชัยบัญชา พูดที่สนามหลวงเมื่อเย็นวันที่ 27 ม.ค. นี้...หวิดจลาจลเพราะมิตรมาช้าและไมโครโฟนขัดข้อง

เมื่อสถานการณ์ดูท่าจะไม่ดี ‘สมพงษ์ พงษ์มิตร’ เพื่อนนักแสดงตลกของ มิตร ชัยบัญชา จึงขึ้นเวทีคว้าไมโครโฟนเล่นมุกตลกแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า และเป็นช่วงพอดีกับที่ มิตร ชัยบัญชา เดินทางมาถึงเวทีและขึ้นปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชน 

เมื่อ มิตร ชัยบัญชา ก้าวขึ้นสู่เวทีปราศรัยก็ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับจากประชาชนอย่างเกรียวกราว แต่ก็ปรากฏว่าไมโครโฟนขัดข้อง มิตรจึงตะโกนขอให้ฝูงชนสงบและนั่งลงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งทุกคนได้ปฏิบัติตามคำขอร้องของมิตรเป็นอย่างดี

เมื่อไมโครโฟนกลับมาใช้งานได้ มิตร ชัยบัญชา ก็ปราศรัยขอขอบคุณประชาชน และบอกว่าตนเป็นคนของประชาชน ประชนชนเป็นผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง มิตรเล่าถึงความอัดอั้นตันใจที่ถูกโกงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลครั้งก่อน พร้อมกับเน้นย้ำกับประชาชนว่าหากประชาชนเลือกเข้าไปจะไม่โกงเป็นอันเด็ดขาด

 

ประชาชนเป็นผู้ให้ทุกอย่าง แล้วเราจะไปเนรคุณอีกเหรอ?
มิตร ชัยบัญชา กล่าว

 

นักข่าวที่ไปเกาะติดการปราศรัยหาเสียงของ มิตร ชัยบัญชา ที่ท้องสนามหลวงกล่าวชื่นชมลีลาการปราศรัยของ มิตรในฐานะนักการเมืองว่าการปราศรัยของมิตรเรียกเสียงฮาจากประชาชนได้มากพอดู

 

มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

ภาพ มิตร ชัยบัญชา ขึ้นเวทีปราศรัย ‘ไฮด์ปาร์ค’ ณ ท้องสนามหลวง เมื่อคราวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เขตจังหวัดพระนคร ซึ่งหนังสือพิมพ์ยุคนั้นบันทึกว่า มีประชาชนสนใจมาฟัง มิตรปราศรัยนับแสนคน โดยตัวอักษรด้านหลังเขียนว่า “คนของประชาชนสมัคร ส.ส. พระนคร แล้ว”
ที่มาภาพ: สยามรัฐ 28 มกราคม พ.ศ.2512

 

มิตร ชัยบัญชา : เมื่อพระเอกขวัญใจมหาชนตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.

ภาพข่าว มิตร ชัยบัญชา ปราศรัย ณ ท้องสนามหลวง ภาพข่าวระบุว่า ประชาชนให้ความสนใจนับแสนคน จนล้นออกนอกสนามหลวง รถวิ่งไม่ได้จนพลบค่ำ
ที่มาภาพ: สยามนิกร 29 มกราคม พ.ศ. 2512

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเมืองของพระเอกขวัญใจมหาชน มิตร ชัยบัญชา ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง เมื่อผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในเขตจังหวัดพระนคร ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ปรากฏว่า มิตร ชัยบัญชา พลาดโอกาสในการเป็น ส.ส. ไปอย่างน่าเสียดาย โดยมิตรได้คะแนนเข้ามาเป็นลำดับที่ 16 ในขณะที่จังหวัดพระนครมีจำนวนโควตา ส.ส. ได้ 15 คน โดยผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งลำดับ 1 – 15 เป็นผู้สมัครสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด (อันดับ 1 นำโดย หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช)

อดคิดไม่ได้ว่า หาก มิตร ชัยบัญชา ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้เป็น ส.ส. ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2512 เขาจะได้เป็น ส.ส. รุ่นเดียวกับนักการเมืองที่เรา ๆ รู้จักเป็นอย่างดีในยุคนี้อย่าง ชัย ชิดชอบ, ชวน หลีกภัยและนายตำรวจจอมขมังเวทย์อย่าง พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช

เล่ากันว่า การลงสมัคร ส.ส. ของ มิตร ชัยบัญชา ในปี พ.ศ. 2512 ต้องแลกมาด้วยการที่มิตร นำบ้านหนึ่งหลังไปจำนองเพื่อเอามาเป็นทุนในการหาเสียงเลือกตั้ง และเป็นประวัติศาสตร์กระซิบกันต่อ ๆ มาว่า สาเหตุที่มิตรแพ้คะแนนให้แก่ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียว ก็เพราะว่าผู้สมัครพรรคคู่แข่งได้หาเสียงโจมตีว่า หากประชาชนเลือกมิตรเข้าไปเป็นผู้แทน มิตรจะไม่มีเวลาเล่นภาพยนตร์ให้ได้ดูกันอีก 

น่าเสียดายว่า การเลือกตั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2512 เป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของ มิตร ชัยบัญชา เขาได้รับโอกาสให้เป็นพระเอกขวัญใจมหาชนในโลกภาพยนตร์มานับสิบปี แต่ทว่าสำหรับโลกการเมือง ประชาชนยังไม่อนุญาตให้พระเอกขวัญใจมหาชนผู้นี้เป็นนักการเมือง 

และราวอีกหนึ่งปีต่อมา มิตร ชัยบัญชา ก็เสียชีวิตลงขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์จากภาพยนตร์เรื่อง ‘อินทรีทอง’ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ท่ามกลางความอาลัยของประชาชนทั้งประเทศ (บางคนคิดว่าการตายของมิตรเป็นเรื่องโกหก และเป็นเพียงบทบาทในการแสดงภาพยนตร์) จนถึงขนาดมีผู้ระบุว่า มิตร ชัยบัญชา คือบุคคลธรรมดาที่มีผู้มาร่วมงานศพมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย.

 

อ้างอิง

ประชาธิปไตย 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512
ประชาธิปไตย 8 มกราคม พ.ศ. 2512
สยามนิกร 13 กรกฎาคม พ.ศ.2511
สยามนิกร 21 กรกฎาคม พ.ศ.2511
สยามนิกร 28 มกราคม พ.ศ. 2512
สยามนิกร 29 มกราคม พ.ศ. 2512
สยามรัฐ 28 มกราคม พ.ศ.2512
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), นิทรรศการออนไลน์: Mitr-Mythology ชีวิต ความฝัน และความตาย ของมิตร ชัยบัญชา ดาราอมตะของวงการหนังไทย
ชาญชนะ หอมทรัพย์, MITR-THOLOGY เรื่องราวของพระเอกหนังไทยตลอดกาลที่ถูกนำมาเล่าในนิทรรศการที่เปิดเปลือยชีวิตแทบทุกแง่มุม