Casiopea : ตำนานแจ๊สฟิวชันแห่งญี่ปุ่นที่สะท้อนสุ้มเสียงวัยเยาว์

Casiopea : ตำนานแจ๊สฟิวชันแห่งญี่ปุ่นที่สะท้อนสุ้มเสียงวัยเยาว์

เรื่องราวของ ‘Casiopea’ ตำนานแจ๊สฟิวชันจากประเทศญี่ปุ่นที่ไม่เพียงถ่ายทอดความพิเศษทางดนตรีจากแดนปลาดิบ แต่ยังสะท้อนสุ้มเสียงวัยเยาว์ผ่านดนตรีประกอบวิดีโอเกม

KEY

POINTS

ก่อนจะอ่านบทความนี้ อยากให้ท่านผู้อ่านลองหลับตาแล้วนึกย้อนกลับไปในห้วงความทรงจำช่วงยุค 80s, 90s หรือต้นปี 2000 ผู้เขียนเชื่อว่าในชิ้นส่วนความทรงจำเหล่านั้นของชาว Gen X และ Y หลาย ๆ คน อาจมีวัยเด็กที่สนุกสนานไปกับการเล่นวิดีโอเกมอย่าง Super Mario Bros., The Legend of Zelda, Sonic the Hedgehog หรือ Final Fantasy

ผู้เขียนขอเดาว่าสิ่งที่กำลังปรากฏขึ้นในหัวของผู้อ่านตอนนี้คงไม่ได้มีแต่ภาพกราฟิกแบบพิกเซลอาร์ต (Pixel art) ที่จัดจ้านด้วยสีสันเพียงไม่กี่สี หรือความรู้สึกตอนกำลังโยกจอยอย่างเมามันส์ แต่ยังมี ‘เสียงดนตรี’ บางเสียงที่เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศวันวานเหล่านั้นด้วย

เป็นเสียงดนตรีสามสี่วินาทีแรกที่ดังขึ้นตอนกดเริ่มเกม เป็นเสียงที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นนิดหนึ่งโดยที่คุณยังไม่ทันได้ขยับจอย และเป็นเสียงแบบที่ต่อให้ผ่านไปยี่สิบสามสิบปี พอได้ยินอีกครั้งก็ยังจำได้แม่นราวกับเพิ่งได้ยินเมื่อวาน

 

คำถามคือ...
แล้วเสียงที่ฝังอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของคนทั้งยุค
มันมาจากไหนกันแน่?

 

บทความนี้ The People จะพาผู้อ่านย้อนเวลากลับไปสำรวจเรื่องราวของวงดนตรีที่เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบของคำถามข้างต้น วงดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งยุค ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งศิลปินแนวหน้าในวงการแจ๊สฟิวชันของญี่ปุ่น และทรงอิทธิพลต่อการสร้างดนตรีประกอบเกมที่นิยามสุ้มเสียงวัยเยาว์

และนี่คือ ‘Casiopea

กำเนิด ‘Casiopea’

ณ กรุงโตเกียว ปี 1974 วงดนตรีที่ยังไม่มีชื่อนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของเพื่อนสองคน คือ ‘อิสเซย์ โนโระ’ (Issei Noro) มือกีตาร์ และ ‘เท็ตสึโอะ ซากุราอิ’ (Tetsuo Sakurai) มือเบส ทั้งคู่อยากจะสร้างดนตรีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวงแนวฮาร์ดร็อกและฟังก์อย่าง ‘Beck, Bogert & Appice’ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางวงไปทำแนวอิเล็กทรอนิกแจ๊ส (Electronic Jazz)

ต่อมาในปี 1976 พวกเขาได้ก่อตั้งวงอย่างเป็นทางการในชื่อ ‘Casiopea’ ที่มาจากชื่อกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย (Cassiopeia) เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในรายการ EastWest ที่ Yamaha จัดขึ้น และได้ ‘ฮิเดฮิโกะ โคอิเกะ’ (Hidehiko Koike) มาเป็นมือคีย์บอร์ด และ ‘โทรุ ซุซุกิ’ (Tohru Suzuki) มาเป็นมือกลอง แต่ทั้งสองคนก็ได้ออกจากวงไปหลังจากจบรายการ ในการประกวดวงได้เข้าไปถึงรอบลึก อีกทั้งโนโระก็ได้รับรางวัลมือกีตาร์ดีเด่น 

ในปี 1977 ‘มิโนรุ มุคาอิยะ’ (Minoru Mukaiya) นักเรียนดนตรีจากสถาบัน Nemun Music Academy เข้าร่วมวงในฐานะมือคีย์บอร์ด เขาตอบตกลงหลังจากได้ยินโนโระกล่าวว่า 

 

I’m doing music like Chick Corea.
(ฉันกำลังทำดนตรีแบบชิค คอเรีย) 

 

เพียงประโยคเดียวก็อาจเพียงพอแล้วที่จะทำให้มุคาอิยะตัดสินใจตอบรับคำชวน เพราะในเวลานั้น ‘ชิค คอเรีย’ (Chick Corea) เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกสำคัญของแจ๊สฟิวชัน ผู้พาแจ๊สออกจากกรอบเดิม ๆ ด้วยเสียงอิเล็กทรอนิกส์ จังหวะฟังก์ และการเล่นที่เต็มไปด้วยเทคนิคขั้นเทพ

ส่วนมือกลองกลับหายากสักหน่อย พวกเขาจึงเปิดการออดิชัน จนในที่สุดก็ได้มือกลองอัจฉริยะอย่าง ‘ทาคาชิ ซาซากิ’ (Takashi Sasaki) มาเสริมทัพกลุ่มดาวแคสซิโอเปียได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากจบรายการ Casiopea ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก พวกเขาออกเดโม่เทปแรกของวง และกลายเป็นที่จับตามองของค่าย Alfa Records จนได้เซ็นสัญญาและได้รับงบประมาณจริงในการทำอัลบั้มเป็นครั้งแรกในปี 1979 ใช้ชื่อว่า ‘Casiopea’ เช่นเดียวกับชื่อวงและมาพร้อมกับหน้าปกอัลบัมรูปรถแข่งสุดซิ่งสีแดง

 

thrills, speed, super technique
คือนิยามสุ้มเสียงของ Casiopea

thrills, speed, super technique” หรือ “ความตื่นเต้นเร้าใจ ความเร็ว สุดยอดเทคนิค” คือวลีที่เขียนไว้บนปกอัลบัมเดบิวต์ของพวกเขา ‘Casiopea’ (1979) และกลายเป็นตัวตนของวงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับผู้ที่ไม่เคยฟังเพลงของ Casiopea หากนิยามตัวตนของวงด้วยสามคำนี้ก็คงจะเพียงพอ แต่ถ้าจะให้ผู้เขียนสาธยายเพิ่มอีกสักนิดด้วยความรู้สึกของผู้เขียนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเพลงอัลบัมนี้ คงจะอธิบายได้ว่า

“เสียงกลองที่เร็วรัวอย่างบ้าคลั่ง ไลน์เบสแน่น ๆ ราวกับจะทำให้จังหวะหัวใจเต้นคล้อยตาม คอร์ดและเมโลดี้ที่ไหลลื่นแพรวพราว สมาชิกทุกคนต่างมีท่อนโซโล่เหมือนกำลังผลัดกันโต้ตอบด้วยภาษาของตัวเอง หลอมรวมกันเป็นความโกลาหลปั่นป่วนที่ลงตัวแต่ชวนให้หลงใหล

คำอธิบายนี้อาจฟังดูล้นหรือเหลือเชื่อเกินจริงไปบ้าง แต่ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านลองเปิดเพลง ‘Midnight Rendezvous’ เวอร์ชันอัลบัม Casiopea (1979) เล่นคลอประกอบการอ่านบทความ แล้วเราจะมาลองสังเกตสุ้มเสียง Casiopea ภายใน 5 นาทีเศษนับแต่ตอนนี้ไปด้วยกัน

 

 

นี่คือบทเพลงที่จะไม่เอ่ยถึงไปไม่ได้หากเราพูดถึง Casiopea เพราะนี่คือหนึ่งในเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงและเป็นหนึ่งในเพลงที่แฟนวงหลงรักมากที่สุด จากหลักฐานยอดสตรีมกว่า 3.8 ล้านครั้งใน YouTube

Midnight Rendezvous เวอร์ชันนี้คือเพลงที่โดดเด่นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ตั้งแต่โน้ตตัวแรก ทำให้รู้สึกราวกับว่าถูกดึงไปสู่อีกห้วงเวลาและสถานที่ พร้อมกับนั่งรถบนทางด่วนที่ไร้จุดหมายปลายทาง และด้วยท่อนโซโล่ที่ยอดเยี่ยมกับจังหวะกลองและไลน์เบสที่กระฉับกระเฉงและสนุกสนานแม้จะไม่ได้เร็วเท่าไร เราจะสังเกตได้ทันที่ว่าเพลงนี้คือหลักฐานของเทคนิคชั้นเยี่ยมของกีตาร์ เบส คีย์บอร์ด และกลอง ที่ผสานกันอย่างลงตัว แต่ก็ทำให้รู้สึกว่ามีความเอาแต่ใจนิด ๆ ที่อธิบายได้ยากว่าเพราะอะไร

ส่วนที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจที่สุดคือ ‘ท่อนฮุค’ ที่เรียบเรียงไว้ด้วยคีย์ E ไมเนอร์ แม้จะฟังดูเงียบ เรียบ ไม่หวือหวาเท่าท่อนอื่น มีเพียงกีตาร์นำ เบส และกลองเท่านั้นที่เล่นในท่อนนี้ แต่นี่คือความ ‘เรียบ’ ที่ ‘เฉียบ’ และทำให้ภาพรวมของเพลงทรงพลังเป็นอย่างมาก

ข้อมูลเว็บไซต์ Jas Likes Jazz อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ท่อนฮุคที่เรียบง่ายนี้ฟังดูทรงพลังขึ้นมา ว่าเป็นเพราะทฤษฎีทางดนตรีที่เรียกว่า ‘Perfect Fifth’ กล่าวคือระยะห่างระหว่างโน้ตดนตรีสองตัวที่อยู่ห่างกัน 5 ขั้นบันไดเสียง และมีระยะห่างทางทฤษฎีเท่ากับ 7 ครึ่งเสียง (semitones) ซึ่งสร้างเสียงที่กลมกลืนและมั่นคงมากที่สุดแบบหนึ่งในทางดนตรี

จากท่อนฮุคที่มีความซับซ้อนไม่มาก ทั้งจังหวะและทำนองค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปทีละขั้น เครื่องดนตรีต่าง ๆ จะค่อย ๆ ถูกเพิ่มเข้ามา และแต่ละชิ้นก็เข้ามาพร้อมกับเมโลดีและฮาร์โมนีที่ซับซ้อนขึ้น แถมยังมีเสน่ห์อันคาดเดาไม่ได้ของดนตรีแจ๊ส ซึ่งช่วยเติมเต็มความเข้มข้นให้กับบทเพลง การเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างฉับพลันระหว่างความซับซ้อนและความเรียบง่ายเหล่านี้ คือหัวใจสำคัญที่สร้างความเร้าใจให้กับบทเพลง

เพลงนี้จึงเป็นหลักฐานชั้นดีแลที่มาวลีประจำวง “thrills, speed, super technique” ที่สะท้อนตัวตนอันน่าตื่นเต้น เร่งเร้า และพรั่งพรูไปด้วยเทคนิคระดับสูงของ Casiopea

 

‘แจ๊สฟิวชัน’ เบื้องหลังเสียงดนตรี
แห่งวัยเยาว์ในวิดีโอเกม

อย่างที่ผู้เขียนได้ทิ้งคำถามพร้อมทั้งหย่อนคำตอบไว้แล้วในช่วงต้น แน่นอนว่า Casiopea ไม่ใช่แค่วงเดียวที่สร้างอิทธิพลต่อวงการเพลงประกอบวิดีโอเกมของญี่ปุ่น แต่ยังมาจากวงดนตรีแนวแจ๊สฟิวชันอีกหลายวงที่เกิดในยุคเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น T-Square, Dimension หรือ Yellow Magic Orchestra

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงก็คือ ดนตรีเกมในช่วงเวลานั้น
ในยุค 80s ถูกจัดอยู่ในประเภทของแจ๊สฟิวชัน

 

ยูโซ โคชิโระ’ (Yuzo Koshiro) นักแต่งเพลงประกอบวิดีโอเกมชาวญี่ปุ่น ผู้มีผลงานสำคัญอย่าง Sonic the Hedgehog และ Streets of Rage เคยให้สัมภาษณ์กับ Red Bull Music Academy ถึงบรรยากาศทางดนตรีของวงการเกมญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1980 โดยเขาเล่าว่า ในเวลานั้นดนตรีเกมมีรากฐานมาจากทั้งร็อก ป๊อป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แจ๊สฟิวชัน ซึ่งเป็นกระแสดนตรีสำคัญของยุค

อีกทั้งเขายังเอ่ยถึงชื่อของ Casiopea โดยตรงว่าเป็นวงดนตรีญี่ปุ่นที่ “มีอิทธิพลต่อนักแต่งเพลงเกมญี่ปุ่นจำนวนมาก” พร้อมอธิบายว่าแจ๊สฟิวชันเป็นหนึ่งในกระแสหลักของดนตรีเกมในยุคนั้น และเพลง ‘Blast Power!’ ที่เขาแต่งให้เกม Bosconian ในปี 1988 ก็ได้รับอิทธิพลจากดนตรีในแนวทางดังกล่าวเช่นกัน

ตอนที่ผมทำเพลงให้ Out Run ช่วงนั้นผมชอบดนตรีลาตินมาก … ผมฟังเพลงบรรเลงของศิลปินอย่างมาซาโยชิ ทาคานากะ และ Casiopea อยู่เยอะมาก แล้วผมก็นำองค์ประกอบที่ผมชอบจากดนตรีเหล่านั้นมาสร้างเพลงให้กับซีรีส์ Out Run

ฮิโรชิ คาวางุจิ’ (Hiroshi Kawaguchi) อีกหนึ่งนักแต่งเพลงประกอบเกมผู้สร้างเพลงให้กับเกม Out Run ของบริษัท Sega ซึ่งสำหรับเกมนี้ เพลงคือองค์ประกอบที่สำคัญมาก Out Run คือเกมที่เป็นมากกว่าเกมแข่งรถธรรมดา ๆ เพราะเมื่อเริ่มเกมจะมีวิทยุในรถ และผู้เล่นจะต้องหมุนปุ่มเพื่อเปลี่ยนช่องและเลือกเพลง คล้าย ๆ บรรยากาศขับรถหรือท่องเที่ยวที่ถูกเติมแต่งให้มีชีวิตชีวาขึ้นด้วยเสียงเพลง

เรากล่าวถึงนักแต่งเพลงเกมที่ได้รับอิทธิพลจากวง Casiopea พอสมควรแล้ว (แม้จะมีอีกหลายท่านก็ตาม) ต่อมาเราจะมาพูดถึงสมาชิกวงท่านหนึ่ง ผู้นำความฝันวัยเด็กไปสานต่อและสร้างบริษัทดนตรีที่ผันตัวไปเป็นบริษัทเกมขึ้นมาชื่อว่า ‘Ongakukan’ เขาคนนั้นคือ ‘มิโนรุ มุคาอิยะ’ มือคีย์บอร์ดของวง

นอกจากบทบาทในฐานะมือคีย์บอร์ดของ Casiopea แล้ว ‘มิโนรุ มุคาอิยะ’ (Minoru Mukaiya) ยังเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่เชื่อมโลกของแจ๊สฟิวชันเข้ากับวงการเกมญี่ปุ่น เขามีผลงานแต่งเพลงให้เกมอย่าง Romance of the Three Kingdoms II และ III ของบริษัท Koei ก่อนจะก่อตั้งบริษัท Ongakukan ของตนเองในปี 1985

แต่เดิม Ongakukan เป็นบริษัทเกี่ยวกับดนตรีและเทคโนโลยีเสียง ก่อนขยับเข้าสู่สื่อดิจิทัล และพัฒนา Touch the Music by Casiopea ในปี 1993 ซึ่งคือซอฟต์แวร์ CD-ROM ที่นำดนตรีของ Casiopea มาผสมเข้ากับสื่อมัลติมีเดีย ต่อมาในปี 1995 บริษัทได้เปิดตัว Train Simulator เกมจำลองการขับรถไฟที่กลายเป็นผลงานสำคัญของบริษัท
ความน่าสนใจคือ ไม่ใช่ดนตรีของ Casiopea จะสร้างอิทธิพลต่อวงการเพลงประกอบเกมเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นตัว Casiopea เองด้วยที่สร้างและเป็นส่วนหนึ่งของวงการเกมเสมอมา

 

Casiopea ในปี 2026

ถ้าจะถามว่าสมาชิกวง Casiopea มีใครบ้าง ก็จำเป็นต้องถามเสียก่อนว่า “ยุคไหน?” เพราะรายชื่อสมาชิกวงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

ปัจจุบัน Casiopea กำลังอยู่ในยุคที่ 5 นับตั้งแต่ ‘จุน อาเบะ’ (Jun Abe) เข้าร่วมวงในตำแหน่งมือคีย์บอร์ดตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา ซึ่งก่อนหน้านั้นวงเคยใช้ชื่อว่า ‘Casiopea-P4’ แต่ก็เปลี่ยนกลับมาเป็นชื่อเดิมอีกครั้งพร้อมกับไลน์อัปล่าสุด ได้แก่ อิซเซย์ โนโระ (กีตาร์), โยชิฮิโระ นารุเสะ (เบส), จุน อาเบะ (คีย์บอร์ด) และ โยชิโนริ อิมาอิ (กลอง) และได้ออกอัลบัมล่าสุดชื่อว่า ‘True Blue’ เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 

แม้ว่าชื่อของ Casiopea จะไม่ได้เป็นที่รู้จักมากเท่าในอดีตสำหรับหมู่คนรุ่นใหม่ แต่วงก็ยังคงทำเพลงและเดินในเส้นทางที่พวกเขารักอยู่เสมอ และในปีนี้เอง พวกเขากลับมาอีกครั้งกับคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ‘CASIOPEA Billboard Live Tour 2026’ ในญี่ปุ่น และมีการแสดงในลอสแอนเจลิสในเดือนกันยายน 2026 ด้วย

จากวงวัยรุ่นสี่คนในโตเกียวปี 1977 สู่ Casiopea ในปี 2026 วงเดินทางผ่านสมาชิกหลายรุ่น แต่สิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยน คือความเชื่อของวงที่ยังคงสร้างดนตรีที่ทั้งสนุกสนาน เร้าใจ และเปี่ยมด้วยฝีมือระดับสูง สำหรับผู้เขียนแล้ว แม้ตัวเองจะเกิดไม่ทันเล่นเกมยุค 90s หรือฟัง Casiopea ไลฟ์สดตรงหน้า แต่สุ้มเสียงที่ยังคงได้ยินไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มใด ๆ ก็ยังคงฟังเหมือนดนตรีแห่ง ‘อนาคต’ อยู่เสมอ

เพลงโปรดของผู้เขียน คือ ‘Love You Day By Day’ จากอัลบัม Photographs (1983) เพราะจังหวะทั้งสนุกและเมโลดี้ก็สดใส ทันทีที่ผู้เขียนฟังเพลงนี้ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันใด ราวกับถูกรักและให้กำลังใจโดยใครสักคนอยู่ทุก ๆ วัน 

 

แล้วคุณล่ะ ชอบเพลงไหน?

 

ที่มา

Yuzo Koshiro. (n.d.). Retrieved from Red Bull Music Academy

故郷. (2025, June 16). Casiopea 'Casiopea' (1979). Retrieved from Note

Midnight Rendezvous – The Power of the Fifth. (2022, April 24). Retrieved from JasLikesJazz

Raudies-Liu, S. (2024, February 11). Casiopea — Casiopea. Retrieved from Medium

Adila, S. (2023, March 22). You Might Be a Fan of Jazz Fusion If You Grew Up with Nintendo Games. Retrieved from Medium

Cairns, R. (2023, August 29). Down the rabbit hole: Train Melodies, Japanese Jazz Fusion and Video Games. Retrieved from Medium