30 ต.ค. 2569 | 13:28 น.

KEY
POINTS
ตอนนี้ซีรีส์ ‘ถอดหน้ากาก’ กำลังเข้มข้นสุด ๆ เพราะไหวพริบและความดื้อเงียบของนางเอกที่ไม่ต่างจากนางร้าย ซึ่งคนที่เข้ามารับบทนี้ก็คือ ‘เถียนซีเวย’ นักแสดงแดนมังกรที่การันตีคุณภาพการแสดงและความนิยม
ถึงในจอจะดูร้ายไปบ้าง เจ้าเล่ห์ไปหน่อย แต่นอกจอ เถียนซีเวยกลับเป็นสาวยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยความสดใสและหลงรักการแสดงอย่างหมดหัวใจ
เสน่ห์ของเธอจึงอยู่ที่ความกล้าลองบทบาทใหม่ ๆ และความสนุกที่ได้สวมชีวิตของตัวละครแต่ละตัว พร้อมกับพิสูจน์ให้เห็นว่า ภายใต้ใบหน้าหวาน ๆ ยังมีความสามารถอีกหลายด้านที่รอให้ผู้ชมได้ค้นพบ
เถียนซีเวยเกิดและเติบโตที่ ‘ฉงชิ่ง’ หนึ่งใน 4 มหานครใหญ่ของประเทศจีน ตั้งแต่เด็ก เวลาเห็นคนร้องเพลง เต้น หรือแสดงในโทรทัศน์ เธอก็อดจะขยับตัวตามไม่ได้
พอโตขึ้น เธอก็เลือกเรียนดนตรี ร้องเพลง รวมถึงเต้นรำตามความสนใจ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ พวกเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนสิ่งที่ลูกรักและอยากทำ
ระหว่างเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมถงเหลียง อาจเพราะรูปร่างหน้าตาที่น่ารักและอ่อนหวานของเถียนซีเวย คุณครูเลยแนะนำให้ลองสอบด้านศิลปะการแสดงดู
มีรายงานข่าวว่า เธอคือผู้เข้าสอบที่ทำคะแนนสอบคัดเลือกด้านศิลปะได้เป็นอันดับ 1 ในการสอบเข้าสาขาการประกาศและการเป็นพิธีกรของ Nanjing University of the Arts
ถึงอย่างนั้น เธอก็ลองสอบเข้าสาขาการแสดงที่ Shanghai Theatre Academy ด้วย และเลือกเรียนที่นี่
ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอเริ่มสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่เรียกว่า ‘การแสดง’
ตลอดชีวิตนักศึกษา ซีเวยเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ เธอมีโอกาสเล่นละครเวทีอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งในนั้น คือ เรื่อง The Monument (纪念碑) ผลงานที่จุดประกายเส้นทางชีวิตในอนาคตของผู้หญิงคนนี้
เรื่องนี้ ซีเวยรับบทเป็นแม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่ฆ่าลูกสาวตัวเอง นั่นเป็นครั้งแรกที่ซีเวยได้วางบทบาทของตัวเองลง แล้วสวมเป็นตัวละครได้อย่างสมบูรณ์
“พวกเราซ้อมกันครั้งแล้วครั้งเล่า รับคำแนะนำของอาจารย์มาทดลอง ปรับเปลี่ยน แล้วซ้อมอีกครั้ง ทำให้ฉันปล่อยวางตัวตน แล้วทุ่มเททุกอย่างลงไปในการแสดง โดยไม่มีความคิดอื่นเข้ามารบกวนเลย
“ตอนอยู่บนเวที ฉันเหมือนคนที่เปลือยเปล่าและบริสุทธิ์มาก ๆ ฉันคือตัวละครนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ใครคนอื่น และไม่ใช่แม้แต่ตัวฉันเอง กระบวนการทั้งหมดนั้นเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ”
ผลงานในมหาวิทยาลัยเดินหน้าควบคู่ไปกับผลงานเดบิวต์ผ่านหน้าจอครั้งแรกในเรื่อง ‘Waiting for You in a Long Time’ กับบท ‘ลั่วซี’ นักศึกษาผู้ไม่มั่นใจในตัวเองจนได้เจอพระเอกที่คอยเติมเต็มกัน เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง
“ตอนเรียนปี 2 ฉันได้สัมผัสกับผลงานเรื่องแรก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในมหาวิทยาลัยหรือการถ่ายละครในกอง ฉันมีความสุขกับกระบวนการเหล่านั้นมาก และชอบสิ่งที่ทำจริง ๆ ค่ะ” ซีเวยให้สัมภาษณ์ไว้
ประสบการณ์ในช่วงแรกค่อย ๆ ขัดเกลาฝีมือและเปิดโอกาสให้เถียนซีเวยเรียนรู้โลกของการแสดงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าวงการที่ผู้ชมยอมรับในฝีมือ
หลังจาก ‘Waiting for You in a Long Time’ ซีเวยก็มีผลงานออกมาต่อเนื่อง ทั้งเป็นตัวหลักและตัวรอง อย่างเช่น My True Friend ในปี 2019 ต่อด้วย Lovely Us (2019), The Song of Glory (2020) และ Decreed by Fate (2022)
แล้วปี 2022 ก็เป็นปีแจ้งเกิดของ ‘เถียนซีเวย’ เมื่อซีรีส์เรื่อง New Life Begins ที่รับบทนางเอกคู่กับไป่จิ้งถิงสร้างสถิติทะลุ 10,000 คะแนนได้เร็วที่สุดในประวัติของ iQIYI แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของจีน และรักษาระดับคะแนนเกิน 10,000 รวม 16 วัน
New Life Begins เป็นซีรีส์ย้อนยุคที่เล่าเรื่องของ ‘หลี่เวย’ (รับบทโดย เถียนซีเวย) หญิงสาวแสนสดใส และมีไหวพริบเป็นเลิศที่ดันต้องมาแต่งงานเป็นภรรยาของ ‘อิ่นเจิง’ (รับบทโดย ไป๋จิ้งถิง) คุณชายหกแห่งซินชวน นำไปสู่เรื่องราวความรักสุดอบอุ่นและชีวิตคู่ที่ครองใจคนดู
ความสำเร็จของซีรีส์ความยาว 40 ตอน สำนักข่าว Beijing Daily วิเคราะห์ว่า สิ่งที่ทำให้ New Life Begins แตกต่างจากซีรีส์ย้อนยุคเรื่องอื่น คือการให้ความสำคัญกับชีวิตประจำวันมากกว่าการแย่งชิงอำนาจ โดยเฉพาะตัวละครหลี่เวยที่ใช้สติปัญญาและความพยายามสร้างชีวิตที่ตัวเองต้องการ
“นางเอกที่มีนิสัยสดใสไร้เดียงสาคนนี้ ทำให้ซีรีส์ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายและอารมณ์ขัน”
ขณะที่หลิวเหวินหยาง ผู้อำนวยการสร้าง บอกว่า ความเป็นสาวสวนหน้าหวานและมีความสามารถทางการแสดงก็รู้สึกว่า คงไม่มีใครเหมาะกับบทหลี่เวยมากไปกว่าซีเวยอีกแล้ว
“สาวหวานตาโตคนนี้มีโลกภายในที่เต็มไปด้วยความคิดและความรู้สึก เธอเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีมิติ”
ส่วนซีเวย เธอบอกว่า ตัวละคร ‘หลี่เวย’ ทำให้เธอโด่งดังขึ้นก็จริง ถึงอย่างนั้นก็เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มรับรู้ราคาที่ต้องจ่ายของการเป็นนักแสดง
“ฉันรู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องมาที่ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ แค่ไหวตัวนิดเดียว ทุกคนก็จะสังเกตเห็นและรับรู้ได้ทันที”
“ตอนได้เจอตัวละคร ‘หลี่เวย’ ฉันไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะประสบความสำเร็จจากบทบาทนี้ แค่พลังที่ตัวละครมอบให้ฉันก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันก้าวเดินต่อไปได้อีกไกล ส่วนสิ่งอื่น ๆ ที่ตามมา ฉันมองว่ามันเป็นเพียงของขวัญเพิ่มเติมเท่านั้น”
บทบาทสาวน้อยแสนซุกซน ดวงตากลมโต และรูปลักษณ์อันอ่อนหวาน ทำให้หลายคนยกให้เธอเป็น ‘สาวหวานแห่งวงการบันเทิงจีน’ แต่เถียนซีเวย เธออยากทะทลายกรอบมุมมองของคนดู และแสดงความสามารถด้านการแสดงให้ผู้ชมได้เห็น
“ฉันอยากลองแสดงบทบาทที่ต่างออกไป ค่อย ๆ ปรับตัว และยินดีที่จะลองบทใหม่ ๆ หวังว่าในอนาคตจะได้นำเสนอผลงานที่หลากหลายมากขึ้นให้ผู้ชมได้เห็น”
เมื่อผลงานแจ้งเกิดผ่านไป เถียนซีเวยก็ยังเก็บประสบการณ์ผ่านบทบาทต่าง ๆ ต่อเนื่อง ทั้งบทหญิงสามัญชนธรรมดาอย่าง ‘เหลียนม่านเอ๋อร์’ ใน Romance on the Farm (2023) การเป็นองค์หญิงที่เอาแต่ใจจาก Guardians of the Dafeng (2024-2025) ที่ทำดัชนีความนิยมบน Tencent Video ทะลุ 30,000 คะแนน พนักงานออฟฟิศในสังคมเมืองจากเรื่อง In Between (2024) และปรากฎในซีรีส์แนวสอบสวนจากเรื่อง Moonlit Reunion (2025)
การแสดงแบบเข้าถึงใจคนดู ผู้ชมหลายคนจึงยกให้เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงดาวรุ่งยอดนิยมที่เกิดหลังปี 1995
จนมาถึงปี 2026 ถือเป็นปีทองของเถียนซีเวยเลยก็ว่าได้
เริ่มจากการรับบท ‘ฝานฉางอวี้’ ลูกสาวคนขายเนื้อที่ดันไปเจอกับชายผู้ปกปิดตัวตนชื่อ เซี่ยเจิง (รับบทโดย จางหลิงเฮ่อ) จนกลายเป็นความรักและความสัมพันธ์ที่น่าติดตามจากเรื่อง ‘ล่าหยก’ ซึ่งออกอากาศช่วงกลางปี
เรียกได้ว่า เธอสลัดคราบหญิงแสนหวาน แต่เป็นผู้หญิงเท่ ๆ ที่พาผู้ชมติดขอบจอตั้งแต่ตอนแรกจนตอนสุดท้ายด้วยยอดรับชม 3,549 ล้านครั้ง ขึ้นอันดับหนึ่งของซีรีส์จีนครึ่งปีแรก และยังครองอันดับหนึ่งในหมวดซีรีส์ออนไลน์ ซีรีส์ย้อนยุค ซีรีส์รัก และซีรีส์รักย้อนยุคอีกด้วย ภายในช่วงการนับ 90 วันหลังออกอากาศ ตามรายงานของ Dengta Professional
รวมถึง ‘เถียนซีเวย’ ยังถูกจัดอยู่ในอันดับ 2 ของชาร์ตตัวละครจากซีรีส์ที่กำลังออกอากาศ และมีดัชนีความนิยม 9,782 คะแนน
เธอเขียนจดหมายถึงตัวละครที่สวมบทบาท ไว้ว่า วันหนึ่งเถียนซีเวยก็อยากกล้าหาญ และมีเลือกนักสู้ ล้มแล้วลุกขึ้นได้เหมือน ‘ฝานชางอวี้’
“ฉางอวี้ ฉันอยากเป็นเหมือนเธอ อยากเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและเข้มแข็ง อยากเป็นคนที่กล้าหาญพอจะก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ไม่รู้จัก อยากเป็นคนที่ต่อให้ถูกชีวิตทำให้ล้มลง ก็ยังลุกขึ้นยืนได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนเธอ ฉางอวี้ ฉันสามารถเป็นเหมือนเธอได้”
ซีเวยเล่าว่า การเห็นล่าหยก ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความสำเร็จของผลงานอย่างชัดเจนอีกครั้ง
“ฉันรู้สึกว่าเส้นทางชีวิตหลังจากนี้มีเป้าหมายที่สูงขึ้นแล้ว ฉันอยากสร้างสรรค์ผลงานทางวัฒนธรรมที่ดี และอยากให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นสิ่งต่าง ๆ จากประเทศจีน”
ต่อด้วยการหวนคืนจอในซีรีส์ยุคปัจจุบัน ‘Genius Girlfriend’ และซีรีส์ ‘ถอดหน้ากาก’ กับบทฝาแฝด ‘จวิ้นไต้’ คุณหนูเลือดร้อน นิสัยร้ายกาจ กับ ‘อาโฉ่ว’ ผู้หญิงธรรมดาที่ต้องมาแต่งงานกับ ‘ลู่จื่อซื่อ’ (รับบทโดย เหยียนอัน) เพื่อแก้เคราะห์
แล้วซีเวยก็ไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวัง เพราะตอนแสดงเป็นอาโฉ่วก็น่าสงสารจนคนดูอ่อนใจ ตอนแสดงเป็นจวิ้นไต้ก็ร้ายจนใจหาย ทั้งยังปฏิเสธไม่ได้ว่า เธอเป็นเหตุผลที่ทำให้หลังออนแอร์เพียง 26 ชั่วโมง ทำดัชนีความนิยมบน Youku ทะลุ 9,000 คะแนน และยังมียอดรับชมสะสมมากถึง 464 ล้าน ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตซีรีส์ยอดนิยมของ Netflix ในหลายประเทศต่อเนื่อง
ซีเวยพูดถึงเบื้องหลังการตัดสินใจรับแสดงเรื่องนี้ว่า อยากจะลองท้าทายความสามารถของตัวเองว่าจะไปได้อีกไกลแค่ไหน
“ฉันสนใจการแสดงในรูปแบบนี้ มันท้าทายมาก อยากลองรับบททั้งสองตัวละครนี้ จริง ๆ อยากรู้ว่าตัวเองยังมีความเป็นไปได้อีกมากแค่ไหน”
ความสำเร็จและความนิยมของเถียนซีเวยยิ่งตอกย้ำความรู้สึกในใจของผู้หญิงคนนี้ว่า เธอเลือกไม่ผิด และการแสดงทำให้นักแสดงหญิงแถวหน้าของวงการมีความสุขทุกครั้ง
“การเป็นศิลปินเป็นสิ่งที่ฉันเลือกเอง และเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตนของฉัน การได้เป็นนักแสดงทำให้ฉันมีความสุข”
ภายใต้ชีวิตที่รายล้อมด้วยแสงสีและการทำงานในกองถ่าย เถียนซีเวยยังคงให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเอง ไม่ให้ความสุขที่เกิดขึ้นร่วงหล่นไประหว่างทาง
ทำงานไปด้วย ใช้ชีวิตไปด้วย
เฉลี่ยแล้ว เถียนซีเวยจะมีซีรีส์ออนแอร์ปีละ 1-2 เรื่อง
เมื่อซีรีส์เรื่องหนึ่งจบลง ซีเวยจะหยุดรับงาน แล้วกลับมาอยู่กับตัวเอง 10 - 15 วัน ถอดหมวกตัวละครออกไป แล้วคืนตัวตนของตัวเองคืนมา
แม้เธอเป็นคนจริงจังกับการทำงาน แต่เมื่อถึงเวลาพัก เธอก็พักอย่างเต็มที่เช่นกัน
“เวลาทำงาน ฉันจะตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ แต่เวลาพัก ก็จะให้พื้นที่ตัวเองได้ผ่อนคลาย จริง ๆ แล้ว ฉันก็ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายอย่างอิสระและสบายใจเหมือนกัน”
วิธีพักผ่อนก็มีหลากหลาย ตั้งแต่นอน ดูซีรีส์ อ่านหนังสือ ออกไปเจอเพื่อน หรือใช้เวลากับ ‘คังคัง’ น้องแมวสุดที่รักของเถียนซีเวย
เพราะสมการชีวิตของเถียนซีเวย คือ การใช้ความสุขเป็นที่ตั้ง และรักตัวเองให้มากพอ เหมือนกับคำสอนที่ครอบครัวบอกเธอไว้
“ค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าว แล้วดูว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะชีวิตคนเราน่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีความสุข”
ในโลกบันเทิง อาจมีกระแสวิจารณ์หรือคำเรียกฉายามากมาย แต่เธอไม่อยากกักขังตัวเองไว้กับคำพูดหรือฉายาเหล่านั้น
ไม่ว่าอย่างไร เถียนซีเวยก็คือเถียนซีเวย
“แค่เป็นตัวเอง และรักในสิ่งที่เรารักด้วยตัวตนแบบที่เราเป็นก็เพียงพอแล้ว”
เชื่อว่า วันนี้เถียนซีเวยเดินทางมาไกลกว่าที่เธอคิด และยังมีบทบาทอีกมากมายรอให้เธอค้นพบ
เราอาจยังไม่รู้ว่าบทบาทต่อไปของเธอจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ เด็กสาวที่เคยบอกว่า ‘การแสดงสนุกมาก’ คนนั้น ยังคงตั้งตารอที่จะเปิดบทละครหน้าต่อไปด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างจากวันแรกแน่นอน
ภาพ: อินสตาแกรม @vv.tian
อ้างอิง
A Woman We Love|田曦薇:闪亮登场 / Esquire
Interview with actress Tian Xiwei: I gained strength through Li Wei / The Paper
《卿卿日常》:最快热度破万背后,慢综艺感的“日常”叙事如何反套路?| 对话狂欢者厂牌刘闻洋 / d-arts
出走·066丨《卿卿日常》主演田曦薇:我会是每一种天气 / 情诗宝典