26 มิ.ย. 2569 | 16:00 น.

KEY
POINTS
“ทำไมเธอถึงไม่รักฉัน!”
แม้จะเพิ่งถึงช่วงกลางปี 2026 แต่ชื่อของ ‘อินดี นาวาร์เรตตี’ (Inde Navarrette) กลับมีกระแสพูดกันหนาหูแล้วว่าเธออาจจะไปได้ไกลถึงชิงรางวัลออสการ์ นักแสดงสาววัย 25 ปี ที่รับบทสาวคลั่งรักในหนังสยองขวัญ Obsession ของผู้กำกับ Curry Barker (เคอร์รี บาร์เกอร์) กำลังทำให้ทั่วโลก “คลั่งไคล้” และติดใจในฝีมือของเธอ
.
หนังกำลังทำรายได้ถล่มทลายจากทุนสร้างเพียง 750,000 ดอลลาร์แต่กวาดรายได้ทั่วโลกแล้ว 334.4 ล้านดอลลาร์ เราเลยจะขอเล่าถึงที่มากว่าจะได้มาเป็นราชินีหนังสยองขวัญคนใหม่ รวมถึงชีวิตที่น่าสนใจในแง่มุมต่างๆของเธอที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้เธอเป็นดาวจรัสแสงมากที่สุดในช่วงเวลานี้
เธอมีชื่อจริงว่า ‘แดเนียลล์ ฟาบิโอลา นาวาร์เรเต’ (Danielle Fabiola Navarrette) โดยชื่อ ‘อินดี’ (Inde) นั้นเป็นชื่อเล่นของเธอที่มาจากคำว่า Independent ชื่อนี้คุณแม่ตั้งให้ตั้งแต่เด็ก เพราะว่าเธอเป็นเด็กที่มีนิสัยรักอิสระและพึ่งพาตัวเองสูงมาก
เธอเกิดวันที่ 3 มีนาคม 2001 ที่เมืองทูซอน รัฐอริโซนา และเป็นเด็กลูกครึ่งที่ผสมผสานหลายวัฒนธรรม มีคุณแม่เป็นชาวออสเตรเลีย และคุณพ่อเป็นชาวเม็กซิกัน เนื่องจากคุณพ่อรับราชการทหารในกองทัพสหรัฐฯ ครอบครัวของเธอจึงต้องโยกย้ายอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้เธอต้องเปลี่ยนโรงเรียนมากถึง 11 แห่งก่อนอายุ 15 ปี!
หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน เธอเติบโตมากับคุณแม่ในเมืองวิเซเลีย รัฐแคลิฟอร์เนีย มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เธอเข้าเรียนที่ Mt. Whitney High School ในวิเซเลีย ก่อนจะย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิสและจบการศึกษาจาก Redondo Union High School
อินดีให้เครดิตครอบครัวของเธอในการเป็นแรงบันดาลใจในการแสดง เพราะครอบครัวของคุณแม่ของเธอชอบดูงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ส่วนทางพ่อของเธอก็เป็นคนเปิดโลกหนังสยองขวัญให้เธอตั้งแต่เด็ก ๆ
ใน ปี 2024 หลังจาก ‘เคอร์รี บาร์เกอร์’ (Curry Barker) ผู้กำกับหนุ่มเจ้าของช่อง Youtube ดัง that's a bad idea ซึ่งเขาทำร่วมกับ ‘คูเปอร์ ทอมลินสัน’ (Cooper Tomlinson) ซึ่งมารับบท ‘เอียน’ (Ian) เพื่อนสายปั่นในเรื่องด้วย
เมื่อได้เสนอโปรเจ็คการสร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกผ่านกับนายทุนรียบร้อยแล้ว เขารู้ดีว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดในการทำงานเรื่องนี้คือการหานักแสดงที่เหมาะสมกับบท ‘นิกกี้’ (Nikki) หญิงสาวที่โดนคำสาปจาก One Wish Willows ให้หลงรักผู้ชายคนหนึ่งอย่างหัวปักหัวปำ
เนื่องจากนักแสดงนำหญิงคนนี้ต้องสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่หนักแน่นแต่ในขณะเดียวกันก็แสดงออกทางกายภาพที่บ้าคลั่งอย่างสิ้นเชิงเมื่อเธอเข้าสู่โหมด ‘Wish Nikki’ (นิกกี้เวอร์ชันโดนคำสาป) สะท้อนถึงด้านที่น่าเกลียดที่สุดของความสัมพันธ์ เธอต้องสวยแต่ก็ดูน่ากลัว หวานแต่ก็ร้ายกาจ เป็นคนจริงจังแต่ก็ร่าเริงอย่างบ้าคลั่ง
แม้จะเป็นหนังมีเงินทุนเพียงเล็กน้อย มีเงินเหลือมาจ้างนักแสดงไม่เยอะ (มีข่าวลือว่า ‘อินดี นาวาร์เรตตี’ ได้รับเงินค่าตัวจากบทนี้เพียงแค่ 20,000 ดอลลาร์เท่านั้น!) แต่ เคอร์รี บาร์เกอร์ ก็มีขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดงที่เข้มงวดมากเพราะถ้าไม่ได้นิกกี้ คนที่ ‘ใช่’ เรียกได้เลยว่าหนังพังแน่นอน
อินดี นาวาร์เรตตี เล่าถึงการเข้ามาร่วมโปรเจ็คนี้ว่า “ฉันเพิ่งถ่ายทำเรื่อง Superman & Lois เสร็จ ซึ่งฉันเล่นมาสี่ปีแล้ว และฉันอยากได้งานต่อไปที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ที่ผ่านมาฉันได้รับบทและออดิชั่นมาเรื่อยๆ แต่สำหรับฉันแล้ว ไม่มีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก แต่พอได้บทนี้มา ฉันก็คิดว่า โอเค ฉันชอบบทนี้มาก เพราะมันเหมือนเป็นตัวละครหลายตัว และฉันคิดว่ามันคงสนุกดี ฉันไม่เคยอ่านบทแบบนี้มาก่อน และไม่เคยเห็นมุมมองแบบนี้มาก่อนเลย ฉันชอบเรื่องราวที่เป็นเชิงเปรียบเทียบและไม่ได้พูดตรง ๆ มันกระตุ้นให้ผู้ชมคิด และไม่ใช่ในแบบที่ดูเป็นศิลปะจนเข้าถึงไม่ได้ นี่มันตรงไปตรงมาในระดับที่ดี”
อินดีเล่าว่าขั้นตอนการออดิชั่นเรื่องนี้แรกเริ่มก็คือการส่งเทปตัวอย่างการแสดงไปให้ทีมงานดูแล้วรอติดต่อกลับซึ่งเธอก็รออยู่นานหลายเดือนจนคิดไปเองแล้วว่าน่าจะเป็นการออดิชั่นที่แย่ที่สุดในชีวิต แต่สุดท้ายทีมงานก็ติดต่อมาจนได้ไปออดิชั่นรอบสองเพื่อดูความเข้ากันของเคมีนักแสดง ซึ่งเธอก็ได้ลองแสดงกับผู้รับบท ‘แบร์’ (Bear) ในหลายรูปแบบ แต่สุดท้ายแล้วเคมีของเธอเข้ากับ ‘ไมเคิล จอนสตัน’ (Michael Johnston) ได้ดีที่สุด
“มีบางอย่างที่สวยงามมากเกี่ยวกับเคมีของเราตั้งแต่เริ่มต้น เราไม่ได้แสดงเหมือนคู่รัก ซึ่งมันเข้ากันได้ดีกับ นิกกี้และแบร์ เพราะพวกเขาไม่ควรจะเป็นคู่รักกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาควรจะรู้สึกแปลกๆ เราอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกไม่สบายใจนั้นออกมาในภาพยนตร์ และทำให้ผู้ชมคิดว่า ‘มีบางอย่างผิดปกติ ฉันบอกไม่ได้ว่าอะไร แต่มีบางอย่างผิดปกติแน่นอน’ และมันออกมายอดเยี่ยมมาก”
เคอร์รี บาร์เกอร์ ออกมาเปิดเผยทีหลังว่าที่เขามั่นใจว่า อินดีคือนิกกี้ที่เหมาะสมที่สุดเป็นเพราะเธอตีความตัวละครให้มีมิติและสมจริงมากขึ้น จากที่ในตอนแรก เขาเขียนบทนิกกี้ให้เป็นแค่ ‘สาวข้างบ้านแสนหวาน’ ที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างมากแค่นั้นแต่อินดีกลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่านิกกี้เฟรนด์โซนแบร์อย่างจริงจัง เหมือนว่าเธอคิดกับเขาแค่เป็นเพื่อนซี้ แม้จะมีอะไรคลุมเครืออยู่บ้าง แต่ก็ทำให้แบร์รู้สึกลำบากใจที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์และทำให้เขาเกิดความสิ้นหวังอย่างยิ่งจนต้องขอพรกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เพื่อให้ได้ความรักมาแม้จะไม่ใช่ความจริงก็ตาม
แม้ว่าตัวจริงของ อินดี นาวาร์เรตตี เธอเป็นคนที่กลัวหนังสยองขวัญมากๆ แต่ครอบครัวของเธอนั้นชอบหนังสยองขวัญ และมีตุ๊กตาผีชัคกี้ (Chucky) ประดับอยู่ในห้องน้ำที่ทำเธอกลัวมาจนถึงทุกวันนี้
เธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าการที่ต้องมาแสดงหนังสยองขวัญทำให้เธอต้องไปฝึกการกรีดร้อง การเปล่งเสียงกรี๊ดให้เข้ากับความน่ากลัวนี้ทำให้เธอเสียงหายไปหลายวัน หนำซ้ำยังนอนแล้วยังโดน ‘ผีอำ’ (Sleep Paralysis) หรือภาวะอัมพาตขณะนอนบ่อยครั้ง จนต้องนอนแบบเปิดไฟเอาไว้ทั้งคืนนานถึง 6 เดือนจนค่าไฟพุ่งขึ้นสูงลิ่ว
แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เธอจะรับบทนิกกี้ เธอได้ทำการบ้านด้วยการดูหนังสยองขวัญเด็ด ๆ หลายเรื่องเรียกได้ว่าดูเยอะที่สุดในชีวิต เพื่อหาแนวทางการแสดงที่เธอคิดว่าจะเอามาปรับใช้กับบทของเธอได้
โดยหนังที่เธอเลือกดูได้แก่ Hereditary (2018) ซึ่งการแสดงสุดหลอนของ ‘โทนี คอลเลต’ (Toni Collette) ในเรื่องนั้นทำให้เธอกลัวเวลาเข้าห้องน้ำกลัวว่าจะมองขึ้นไปแล้วเห็นผีเกาะอยู่บนเพดาน ตัวบทนนิกกี้นั้นเธอได้แบบอย่างการแสดงมาจาก ‘มีอา กอธ’ (Mia Goth) จากเรื่อง Pearl (2022) เพราะเป็นการแสดงที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงจิตใจตัวละครได้
“ฉันอยากให้ผู้ชมรู้สึกอินและผูกพันทางอารมณ์กับนิกกี้อย่างมาก เพราะนิกกี้เป็นตัวแทนของด้านที่น่าเกลียดที่สุดของการมีความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ ความสัมพันธ์กับตัวเอง ความสัมพันธ์กับพ่อแม่ หรือกับคู่รัก มันน่าเกลียดแต่ก็เป็นความจริง นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากทำให้สำเร็จกับนิกกี้ การมีตัวแทนทางภาพอย่างเช่นการแสดงของ Mia Goth ในเรื่องเพิร์ล มันคล้ายกันมากในแง่ที่ว่า ‘โอเค ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงทำแบบนั้น’ ตอนอยู่ในกองถ่ายฉันก็จะคอยถามผู้กำกับว่า ‘โอเค นี่ระดับเดียวกับ Pearl หรือยัง?’ ซึ่ง เคอร์รีก็จะบอกแค่ว่า ‘จัดไปเลย’ และฉันคิดว่าเขาไม่เคยพูดว่า ‘เบาลงหน่อย’ เลยสักครั้ง มันเป็นการทำงานร่วมกันที่อย่างราบรื่นจริงๆ”
เธอร่วมมือกับเคอร์รีในการช่วยกันออกแบบวิธีการการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมแปลกประหลาดของนิกกี้ แต่เขาเปิดโอกาสให้เธอโชว์ของได้อย่างเต็มที่อยากเล่นอะไรก็จัดไปเลยไม่ว่าจะเป็นการกรีดร้อง การแสดงออกทางสีหน้า การเปลี่ยนเสียงพูดทำได้อย่างอิสระ โดยเขาจะไม่ใช้ CGI หรือ AI มาตกแต่งเพิ่มเติม
อินดีก็มีเคล็ดลับว่าเธอจะไม่ยอมซ้อมบทต่อหน้าเคอร์รีเด็ดขาดเพราะอยากให้พลังการแสดงออกมาสดใหม่ทุกครั้ง และทำให้เขาประหลาดใจ ซึ่งเคอร์รีก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขารู้สึกทึ่งกับสิ่งที่อินดีตีความบทของเขาไปในมุมที่เขาคาดไม่ถึง อย่างเช่นบางครั้งในบทเขาแค่เขียนคำพูดเอาไว้สั้น ๆ แต่เธอกลับแสดงด้วยน้ำเสียงที่หลากหลาย และบางครั้งก็ทำเขากลัวมากจริง ๆ
ส่วนซีนเด็ดของนิกกี้ที่สติแตกลุกขึ้นมาพูด “NO” ซ้ำ ๆ ที่กลายเป็นภาพจำของเธอใน Obsession ฉากนี้เธอได้แรงบันดาลใจมาจากการแสดงของ ‘เบ็ตตี้ เกเบรียล’ (Betty Gabriel) ในเรื่อง Get Out (2017) ในฉากที่พูดคำว่า “NO” ซ้ำ ๆ เหมือนกัน เพราะประทับใจการถ่ายทอดตัวละครที่มีอีกจิตวิญญาณซ้อนอยู่ในร่างเดียวกันแต่เธอเอามาปรับให้เป็นตามอารมณ์ของนิกกี้ จึงได้ออกมาเป็นซีนที่ทุกคนชื่นชอบ
“ฉันไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์ที่หน้า”
อินดี นาวาร์เรตตี กล่าวติดตลกในสัมภาษณ์กับ GQ ที่ถามว่าเธอทำอย่างไรถึงแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวแบบการ์ตูนได้อย่างน่าทึ่งโดยไม่ใช้ CGI ซึ่งตอนนี้ท่าทำหน้าปากคว่ำเหมือนเด็กงอแงเวลาไม่ได้สิ่งที่ต้องการนั้นกลายเป็น Meme ไวรัลไปทั่วโลกที่คนเอาไปล้อเลียนและทำตามเยอะสุดๆ ใน Tiktok
ซึ่งจริง ๆ แล้วที่มาของการแสดงสีหน้า ‘งอแง’ ของบทนิกกี้นั้น อินดีบอกว่าเกิดจากพฤติกรรมการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเธอตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากเธอเป็นคนที่เก็บอาการไม่ได้เลย เมื่อใดก็ตามที่มีคนพูดอะไรที่เธอไม่ชอบ เธอจะทำหน้าบึ้งตึงออกมาเองจน แม่ของเธอมักจะบอกให้เธอ ‘เก็บสีหน้าหน่อย’ เธอจึงนำปฏิกิริยาในวัยเด็กนี้มาใช้ในตัวละครนิกกี้
ส่วนเรื่องรอยยิ้มสุดหลอนที่มันน่าขนลุก และประหลาดดูไม่ใช่คนปกติ นั้นเกิดจากการออกแบบของผู้กำกับ เคอร์รี บาร์เกอร์ที่อยากให้นิกกี้ดูคาดเดาไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไปซึ่งสิ่งนี้แหละจะทำให้ดูน่ากลัวที่สุด
ตอนถ่ายทำ เคอร์รีจะมาทำหน้าที่อยากได้ให้ดูก่อนแล้วเธอจึงเลียนแบบตามโชคดีที่เธอสีหน้าได้หลากหลายตามที่สั่งจน อินดีเองก็คิดว่าตัวเธอเหมือนกับ ‘หุ่นเชิด’ (Marionette Doll) เพราะจะให้ขยับปากขยับตาได้หมด และเธอยังใช้การควบคุมกล้ามเนื้ออย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อคงรอยยิ้มที่น่าขนลุกไว้ได้เป็นเวลาหลายนาที จนดวงตาของเธอเริ่มกระพริบและมีน้ำตาคลอเบ้า ซึ่งยิ่งเพิ่มความน่ากลัวและท่าทางที่ควบคุมไม่ได้ของตัวละครให้สมจริงยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ทีมงานจะเสริมความเฮี้ยนของนิกกี้ด้วยเทคนิคการแต่งหน้าที่จะแต่งให้ขอบตาดำ ขอบปากชัด ๆ และทีมไฟก็ตั้งใจจัดแสงให้เกิดเงาลงบริเวณดวงตาทำให้ดวงตาของเธอดูลุกวาวในความมืดอีกด้วย
ด้วยความที่เป็นหนังทุนต่ำ Obsession ใช้เวลาการถ่ายทำทั้งหมดเพียง 26 วันเท่านั้นโดยเริ่มถ่ายทำในเดือนตุลาคมปี 2024 ผู้กำกับ เคอร์รี่ บาร์เกอร์ จึงต้องอัดการถ่ายทำได้ถึงวันละ 5-6 หน้าสคริปต์ และแม้แต่ฉากยาก ๆ อย่างฉากซีนที่นิกกี้ต้องทะลุกระจกรถเข้ามาก็มีโอกาสให้ถ่ายได้แค่ 2 เทคเท่านั้น ซึ่ง
อินดีบอกว่ามันแสดงลำบากมากแม้กระจกรถจะทำด้วยน้ำตาล แต่มันก็คมพอที่จะบาดมือได้ แต่เธอก็ยังตัดสินใจที่จะแสดงฉากเสี่ยง ๆ หลายฉากในเรื่องด้วยตัวเอง เพราะอยากให้งานราบลื่น
การถ่ายทำอย่างประหยัดงบประหยัดเวลาของหนังเรื่องนี้ทำให้นักแสดงต้องทำงานต่อเนื่องยาวนาน 12-14 ชั่วโมง โดยเริ่มถ่ายทำตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็น และเลิกกองประมาณตี 5 ของอีกวัน
แม้จะรับบทหนักที่สุดในเรื่องแต่ อินดีก็บอกว่าเธอมีวิธีการออกจากบทปรับอารมณ์ให้เข้าสู่โหมดปกติได้ด้วยการขับรถ และฟังเพลงร็อค หรือใช้เวลากับความเงียบสงบ
“ฉันชอบขับรถมาก และฉันก็รักรถของฉัน รถของฉันเป็นรถเก่าแต่ยังใช้งานได้ดีอยู่ แม้จะเก่า 21 ปีแล้ว มันเป็นรถเปิดประทุนเปิดหลังคาได้ เราถ่ายทำกันตอนกลางคืน และฉันชอบเพลงร็อคยุคต้นปี 2000 มากๆ มันเป็นแนวเพลงร็อครุ่น ‘คุณพ่อ’ น่ะค่ะ เช่น Creed, Nickelback, Korn, Daughtry, 3 Doors Down, Paramore และเพลงแนวๆ นั้น หรือไม่ขับรถแบบเงียบๆไปเลยและนี่นั่นคือวิธีที่ฉันผ่อนคลาย”
อินดียังเสริมต่ออีกว่าการขับรถกลับบ้านเป็นวิธีการแยกตัวเองออกจากชีวิตการทำงานและชีวิตที่บ้าน การถ่ายทำหนังมันเหมือนกับทำกิจกรรมประจำวันซ้ำ ๆ คุณอยากนอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ไม่เหนื่อย นอนไป 10 ชั่วโมง มีเวลากินข้าวแค่สองชั่วโมง แล้วก็ขึ้นรถออกไปทำงานต่อ มันก็เลยเป็นแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะคุณจะได้เข้าสู่จังหวะการทำงานที่เคยชินโดยยังมีแรงพลักดันให้อยากทำงานอยู่ เรื่องนี้ถ่ายทำกันในฤดูหนาว และการขับรถเปิดประทุนในฤดูหนาวพร้อมกับใส่เสื้อฮู้ดตัวเล็ก ๆ ตัวเธอเองจึงมองว่ามันดูเท่ดีแบบซีนในภาพยนตร์เลย
หลังจากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Obsession จบลง อินดี นาวาร์เรตตี ต้องเผชิญกับสภาวะว่างงานอยู่นาน และต้องดิ้นรนทำงานทุกอย่างเพื่อหารายได้
“ฉันไม่ได้ทำงานไปประมาณปีครึ่งเลยค่ะหลังจากเสร็จ Obession ฉันไปออดิชั่นนะ ฉันทำทุกอย่างเลย แต่ยังไม่มีงานไหนยั่งยืนเลย แล้วฉันก็ต้องจ่ายค่าเช่าด้วย ฉันเลยทำหลาย ๆ อย่าง ฉันพาหมาไปเดินเล่น ฉันสตรีมเกม เรียกว่าทำทุกอย่างเลยเพื่อที่จะจ่ายค่าเช่าได้”
ซึ่งแฟน ๆ สามารถเข้าไปดูชาแนล Youtube ของเธอได้ซึ่งเธอนำคลิปสมัยตอนที่สตรีมเกมมาอัพโหลดไว้ ตอนนี้มียอดผู้ติดตาม 136,000 subscriber และตอนนี้ยอดวิวคลิปของเธอพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างคลิปการเล่นเกม The Last of Us ของเธอยอดวิวพุ่งไปถึง 1.2 ล้านวิว
แม้ว่าตอนนี้ชื่อของ อินดี นาวาร์เรตตี จะฮอตฮิตเป็นกระแสพูดถึงในสื่อทุกวัน แต่ผลงานต่อไปของเธอก็ยังคงเป็นความลับอยู่และไม่เปิดเผยมากนัก โดย อินดีเผยว่าเธอเปิดรับทุกโอกาสที่จะเข้ามาหลังจากนี้ เธออยากแสดงหนังแอ็คชั่น แต่มีความกังวลนิดหน่อยเรื่องที่ว่าเธอเป็นคนตัวเล็กมากสูงแค่ 5 ฟุต (ประมาณ 150 เซ็นติเมตร)
โดยตอนนี้เธอได้อ่านบทซีรีส์ของ Amazon Prime Video เรื่อง Fourth Wing ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายแฟนตาซีเรื่องดังซึ่งตัวเธอก็เป็นแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น และ แฟนๆ คาดกันว่าเธอน่าจะได้แสดงบท Violet Sorrengail เพราะส่วนสูงเหมาะสมแต่ก็ต้องรอดูกันไปว่าเธอจะได้งานนี้หรือไม่
นอกจากนี้ยังมีงานพากย์เสียงในหนัง A24 เรื่อง Goblin ของผู้กำกับ ‘เดวิด มิคัลสัน’ (David Mikalson) ซึ่งว่ากันว่าจะเป็นหนังนำแสดงด้วยหุ่นมือแนวตลกร้ายเสียดสีเรท R เหมือนเป็นการผสมรวมเรื่อง E.T.เข้ากับเรื่อง Ted โดยเธอจะได้ร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆเช่น ‘สกายเลอร์ จิซอนโด’ (Skyler Gisondo) และ ‘เคนเนธ บรานาห์’ (Kenneth Branagh)
แต่ผลงานของ อินดี นาวาร์เรตตี ที่แฟน ๆ จะได้ชมกันแน่ ๆ คือภาพยนตร์ระทึกขวัญ Invertigo จากโปรดิวเซอร์ทีมเดียวกับเรื่อง Fall เรื่องนี้จะเล่าเรื่องการเอาชีวิตรอดของกลุ่มวัยรุ่นที่แอบขึ้นรถไฟเหาะก่อนเปิดทำการ แต่เกิดระบบขัดข้องทำให้พวกเขาต้องติดค้างอยู่กลางอากาศ ซึ่งที่สำคัญหนังได้มาถ่ายทำที่ประเทศไทยด้วย และ อินดีก็เคยลง Instagram เอาไว้ว่า “สวัสดีค่ะ” พร้อมทั้งเผยภาพเบื้องหลังบางส่วนให้ได้ดูกัน ซึ่งมีภาพเธอกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปในที่ต่าง ๆ
อินดีเผยว่าเธอมีความสุขมากที่ได้นั่งรถไฟเหาะแบบไม่อั้น เพราะชอบเครื่องเล่นที่เร้าใจแบบนี้อยู่แล้ว และเธอได้เล่าว่าระหว่างเดินทางมาถ่ายทำหนังในประเทศไทย เธอได้แวะที่เกาหลีใต้ ที่นั่นเธอซื้อสกินแคร์มาตุนไว้เพียบซึ่งตอนนี้มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่เธอกำลัง ‘obsess’ คลั่งไคล้มากกับการได้กลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามนั้น การแสดงของ อินดี นาวาร์เรตตี ในบทบาท ‘นิกกี้’ จาก Obsession ไม่เพียงสะท้อนให้เราเห็นถึงด้านมืดของความสัมพันธ์ที่ความรักที่ประกอบสร้างขึ้นจากความลุ่มหลังคลั่งไคล้อาจนำไปสู่หายนะที่ไม่ต่างอะไรไปจากฝันร้าย ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงอันสุดแสนจะมหัศจรรย์และสยองขวัญของเธอ
แต่ไม่ว่าภายในเรื่องเธอจะเขย่าขวัญเหล่าผู้ชมทั่วโลกผ่านความคลั่งไคล้ของเธอมากเพียงไหนก็ตาม ณ ขณะนี้ โลกทั้งใบก็กลับพากันคลั่งไคล้และนิยมชมชอบในตัวเธออย่างมหาศาล การตระเวนผ่านซอกหลืบของอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องง่ายมากที่จะเห็นกระแสของภาพนตร์ Obsession และใบหน้าของเธออยู่ในที่แห่งนั้น
กลายเป็นว่าสาวคลั่งรักสุดสยองคนนั้นได้ตกให้โลกทั้งใบคลั่งไคล้เธอไปแล้ว!