svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม Thepeople

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

จอห์นนี่ เดปป์ - แอมเบอร์ เฮิร์ด: คู่รัก คู่วิวาท คู่พิพาทที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงและอนาคต

จอห์นนี่ เดปป์ - แอมเบอร์ เฮิร์ด: คู่รัก คู่วิวาท คู่พิพาทที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงและอนาคต
ระฆังสิ้นสุดยก “หกปีที่แล้ว ชีวิตของผม ของลูกผม ของคนใกล้ชิดผม และชีวิตของคนที่สนับสนุนและเชื่อในผมมาตลอดหลาย ๆ ปี ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล” “เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น” ข้อความดังกล่าวมาจากคำแถลงการณ์ของ จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) ผู้ชนะการฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทจากกรณีบทความที่เขียนโดยอดีตภรรยาอย่างแอมเบอร์ เฮิร์ด เผยแพร่ผ่านสื่อ The Washington Post จนทำให้เดปป์ เสื่อมเสียชื่อเสียง หลังจากที่คณะลูกขุนศาลเมืองแฟร์แฟกซ์ รัฐเวอร์จิเนียใช้เวลารวมแล้วกว่า 13 ชั่วโมงเพื่อพิจารณาข้อสรุปของการต่อสู้ครั้งนี้ จนท้ายที่สุดก็มีคำตัดสินว่าแอมเบอร์ เฮิร์ด มีความผิดฐานทำให้อดีตสามีเสียชื่อเสียง คำแถลงการณ์ที่เป็นเท็จ และประสงค์มุ่งร้าย (Actual Malice) ที่มีต่ออดีตสามี และต้องเสียค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และค่าเสียหายเชิงลงโทษจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งหมดเป็น 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  แต่ในขณะเดียวกัน ลูกขุนก็ตัดสินว่าจอห์นนี เดปป์ มีความผิดฐานหมิ่นประมาทจากกรณีที่ทนายฝั่งเดปป์กล่าวหาว่า ความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องหลอกลวงเช่นเดียวกัน โดยเดปป์ ต้องเสียค่าสินไหมทดแทนให้แอมเบอร์ จำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกระทงนี้ ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากหักลบจำนวนเงินที่สองฝ่ายต้องจ่ายกันไปมาตามคำสั่งศาล ฝั่งเดปป์ จะได้รับเงินค่าเสียหายจากแอมเบอร์ ประมาณ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเวลากว่าหกสัปดาห์ที่การต่อสู้ในชั้นศาลระหว่างอดีตคู่รักปัจจุบันคู่แค้นอย่างเดปป์และเฮิร์ด เป็นเวลากว่าหกปีกว่าที่ความจริงอีกด้านหนึ่งจะถูกนำออกมาฉายแสงให้ทุกคนได้เห็น นับเป็นเวลาที่ยาวนานแต่ก็คุ้มค่าสำหรับคนที่ยืนหยัดที่อยากจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัด อย่างไรก็ตาม เงินตราหรือชัยชนะทางคดีอาจไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเดปป์ จากคำแถลงการณ์ล่าสุดหลังจากคำตัดสินของคณะลูกขุน เขาได้ระบุว่าเป้าประสงค์ของการตัดสินใจฟ้องร้องในครั้งนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือการเปิดเผยความจริงให้ทุกคนและไขกระจ่างข้อสงสัยจากคำกล่าวหาที่เกิดขึ้น เขาเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ตัวเขาติดค้างกับผู้คนรอบตัวเขา ไม่ว่าจะลูก ๆ หรือแฟน ๆ ผู้ติดตามที่เชื่อในตัวเขา แล้วการออกมาครั้งนี้ก็ทำให้เขาโล่งอกเพราะเขารู้ว่าเขาได้ทำมันสำเร็จแล้ว “ความผิดหวังในวันนี้มันมากเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ หัวใจฉันแตกสลาย แม้ว่าฉันมีหลักฐานกองพะเนินเทินทึก มันก็ยังคงไม่พอที่จะยืนหยัดและต่อสู้ความไม่เท่าเทียมกันของอำนาจ อิทธิพล หรือแม้กระทั่งสะกิดอดีตสามีฉัน” เฮิร์ดกล่าวหลังจากได้ฟังคำตัดสินของคณะลูกขุนด้วยความผิดหวังและเสียใจ เธอยังระบุเพิ่มในคำแถลงการณ์ว่าเธอรู้สึกผิดหวังยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อลองมามองว่าคำตัดสินของคณะลูกขุนครั้งนี้จะส่งผลอะไรต่อผู้หญิงคนอื่น มันเปรียบดั่งการไขลานนาฬิกาให้ย้อนกลับไปสู่จุดที่ผู้หญิงที่กล้าลุกขึ้นพูดจะได้รับความอัปยศและความละอายเป็นของตอบแทน “ฉันเสียใจที่ฉันแพ้ในการต่อสู้คดีครั้งนี้ แต่เสียใจยิ่งกว่าที่ฉันสูญเสียสิทธิ์ที่ฉันคิดว่าฉันมีในฐานะประชาชนอเมริกัน—สิทธิ์ที่จะพูดอย่างอิสระและเปิดเผย”   จุดเริ่มต้น ในที่สุดศาลสหรัฐฯ ในมลรัฐเวอร์จิเนีย ก็เริ่มเปิดการไต่สวนคดีพิพาทระหว่างจอห์นนี่ เดปป์ ดาราตัวท็อปของวงการหนังฮอลลีวูด กับแอมเบอร์ เฮิร์ด อดีตคู่รักต่างวัย ซึ่งเป็นนักแสดงคลื่นลูกใหม่ในวงการเดียวกัน หลังคดีนี้ต้องล่าช้ามาเป็นเวลาแรมปี เพราะถูกเลื่อนการพิจารณาจากปัญหาโควิด - 19 คดีดังกล่าวเป็นที่จับตาของคนทั่วโลก เพราะนอกจากคู่กรณีจะเป็นดาราและอดีตคู่รักที่หลายคนรู้จัก พยานที่มีคิวต้องขึ้นให้การก็เป็นคนมีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจชื่อดังอย่างอีลอน มัสก์ หรือเพื่อนดาราฮอลลีวูดอย่างเจมส์ ฟรังโก และพอล เบตตานี ที่มาของคดีนี้เริ่มจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งต่างฝ่ายต่างโทษกันจนลงเอยด้วยการหย่าร้าง แต่ปัญหาก็ยังไม่จบง่าย ๆ เมื่อฝ่ายหญิงไปเข้าร่วมขบวนการปกป้องสิทธิสตรี #MeToo พร้อมนำเรื่องราวเก่า ๆ มาบอกเล่าในที่สาธารณะ ทำให้ฝ่ายชายต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมให้ช่วยตัดสินเพื่อปกป้องทั้งศักดิ์ศรีและอนาคตของตนเอง   ใครฟ้องใครในคดีนี้ คดีความที่เริ่มเปิดการไต่สวนเมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2022 ในมลรัฐเวอร์จิเนีย เริ่มต้นจากทีมทนายของจอห์นนี่ เดปป์ ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากอดีตภรรยาของเดปป์ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังแอมเบอร์ เฮิร์ด เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ The Washington Post ในเดือนธันวาคมปี 2018 บรรยายประสบการณ์ของเธอในฐานะเหยื่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัว แม้บทความดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อจอห์นนี่ เดปป์ ตรง ๆ แต่ทนายระบุว่า เนื้อหาในบทความทำให้เข้าใจได้ว่าผู้ที่เธอเอ่ยถึงคือใคร จนกระทบต่ออาชีพการแสดงและทำให้ลูกความของเขาเสื่อมเสียชื่อเสียงแบบประเมินค่าไม่ได้ ข้อความที่เป็นปัญหาในบทความของเฮิร์ด ซึ่งทนายของเดปป์ ยกมาเป็นเหตุผลในการฟ้องร้องมี 3 ประโยค คือ ท่อนที่ระบุว่า ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาทำให้เธอกลายเป็น “บุคคลสาธารณะตัวแทนปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” “ฉันรู้สึกได้ถึงพลังอันเต็มเปี่ยมในวัฒนธรรมของเราซึ่งโกรธแค้นผู้หญิงที่ออกมาส่งเสียงเรียกร้องความเป็นธรรม” และประโยคที่ว่า “ฉันมีมุมมองที่หายาก ณ เวลานั้น ในการเข้าใจว่าสถาบันต่าง ๆ ช่วยปกป้องผู้ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนใช้ความรุนแรงอย่างไร” หลังถูกเดปป์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบทความดังกล่าว เฮิร์ดยื่นฟ้องกลับในปี 2020 เรียกค่าเสียหายจากอดีตสามีเพิ่มเป็นจำนวนเท่าตัว หรือ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยระบุว่า เธอถูกเดปป์หมิ่นประมาทด้วยการปล่อยให้อดีตทนายออกมากล่าวผ่านสื่อมวลชนโจมตีว่า เธอพูดจาโกหก   จากคู่รักสู่คู่พิพาท ตำนานรักก่อนจะกลายเป็นความบาดหมางระหว่างแอมเบอร์ เฮิร์ด - จอห์นนี่ เดปป์ เริ่มต้นขึ้นในกองถ่ายหนังเรื่อง The Rum Diary เมื่อปี 2009 โดยขณะนั้นฝ่ายหญิงมีอายุ 22 ปี ส่วนฝ่ายชายมีอายุมากกว่าเธอ 23 ปี ตอนทั้งคู่พบกัน เดปป์ยังมีความสัมพันธ์อยู่กับวาเนสซ่า พาราดิส นักร้อง - นักแสดงชาวฝรั่งเศส และมีลูกด้วยกัน 2 คน ส่วนเฮิร์ดคบอยู่กับศิลปินเพศเดียวกันที่ชื่อ แทสยา ฟาน รี หลังเจอกันในกองถ่ายครั้งนั้น 2 ปี เดปป์ และเฮิร์ด ตัดสินใจบอกลาคนรักเก่า และย้ายมาอยู่บ้านหลังเดียวกันในย่านดาวน์ทาวน์ของนครลอสแองเจลิส ก่อนจูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 แต่ชีวิตสมรสก็มีอายุสั้นแค่ 15 เดือน ในเดือนพฤษภาคมปี 2016 เฮิร์ดยื่นฟ้องหย่าและขอความคุ้มครองจากศาลไม่ให้เดปป์เข้าใกล้ โดยอ้างว่าถูกสามีทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ พร้อมโชว์แผลฟกช้ำบนแก้มขวา อ้างว่าเกิดจากฝ่ายชายขว้างโทรศัพท์มือถือใส่หน้าอย่างรุนแรง แต่เดปป์ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ คดีความดังกล่าวสุดท้ายสามารถตกลงกันได้นอกศาล ทั้งคู่ยอมเซ็นใบหย่าและเดปป์เป็นฝ่ายจ่ายค่าแยกทางให้เฮิร์ด 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยฝ่ายหญิงบอกว่าจะนำเงินก้อนนี้ทั้งหมดไปบริจาคเพื่อการกุศล   ดารานักเคลื่อนไหว v นักแสดงตกงาน หลังหย่าร้างดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ต่างคนต่างไป แต่ไม่ใช่อย่างนั้น แอมเบอร์ เฮิร์ด ซึ่งโด่งดังจากบทราชินีเมร่าในหนัง Justice League และ Aquaman สวมบทบาทใหม่เป็นดารานักกิจกรรม เธอเข้าร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ รับหน้าที่เป็นทูตเพื่อโปรโมตสิทธิสตรี นอกจากนี้ยังขึ้นเวทีและจับปากกาเขียนบทความเกี่ยวกับประสบการณ์ความรุนแรงในครอบครัวลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ในยุคที่ขบวนการเรียกร้องสิทธิสตรีเฟื่องฟู พร้อมกระแสแฮชแท็ก #MeToo บนโลกโซเชียล เฮิร์ดเป็นดาราแถวหน้าที่ออกมาพูดประสบการณ์ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง และผู้ที่ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ก็คืออดีตสามีที่เคยมีข่าวทะเลาะวิวาทกันจนขึ้นโรงขึ้นศาลก่อนหน้านี้ เดปป์เผยเหตุผลในการฟ้องหมิ่นประมาทเฮิร์ด จากบทความใน The Washington Post ว่า เขาต้องปกป้องชื่อเสียงของตนเองเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องราวที่อดีตภรรยานำมาป่าวประกาศไม่ใช่เรื่องจริง การพยายามตอกย้ำเรื่องเหล่านี้ นอกจากจะทำให้อดีตสามีเสียชื่อเสียง มันยังทำให้เขาขาดรายได้มหาศาล เพราะถูกปฏิเสธงานจากปัญหาภาพลักษณ์ รวมถึงถูกบีบให้ออกจากนักแสดงในภาพยนตร์ภาคต่อเรื่อง Fantastic Beasts ขณะที่ตำนานโจรสลัด ‘กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์’ ที่เขาสวมบทบาทใน Pirates of the Caribbean ของดิสนีย์ก็ถูกระงับ   เดปป์แพ้คดีที่อังกฤษ การฟ้องร้องที่ศาลมลรัฐเวอร์จิเนีย นับเป็นภาค 2 ของความพยายามต่อสู้เพื่อลบภาพลักษณ์ดาราทำร้ายเมียของจอห์นนี่ เดปป์ หลังจากในเดือนพฤศจิกายนปี 2020 เขาเพิ่งแพ้คดีคล้ายกันที่ศาลในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในคดีนั้น เดปป์ฟ้องหมิ่นประมาทหนังสือพิมพ์ The Sun ของอังกฤษ ซึ่งลงข่าวพาดหัวเมื่อปี 2018 เรียกเขาว่า ‘คนตีเมีย (wife beater)’ แต่ผู้สังเกตการณ์ที่ติดตามการพิจารณาคดีตลอด 3 สัปดาห์ระบุว่า ดูเหมือนคู่พิพาทตัวจริงจะไม่ใช่ The Sun แต่เป็นการปะทะกันระหว่างอดีตคู่สามีภรรยาคนดัง การต่อสู้คดีดังกล่าว แม้เดปป์จะพยายามพุ่งเป้าแก้ต่างข้อกล่าวหาของอดีตภรรยา และพยายามพิสูจน์ว่าเธอโกหก แต่สุดท้ายผู้พิพากษาของอังกฤษก็ตัดสินให้เขาแพ้ โดยระบุว่า มีหลักฐานมากมายที่ทำให้เชื่อว่า เดปป์เคยทำร้ายร่างกายภรรยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และข้อกล่าวหาดังกล่าวก็มีมูลความจริง แม้ต่อมาทีมทนายของเดปป์ จะพยายามยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน แต่ก็ถูกปฏิเสธ   การต่อสู้ยกที่ 2 ระหว่างการพิจารณาคดีที่ศาลในมลรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งนับเป็นความพยายามครั้งที่ 2 เพื่อลบข้อครหา ‘ดาราตีเมีย’ ทนายของเดปป์เปิดการไต่สวนด้วยการโจมตีแอมเบอร์ เฮิร์ด โดยระบุว่า เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายสามีทั้งด้วยวาจาและกำลัง โดยเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ ทนายของเดปป์ ยังระบุว่า เฮิร์ดเป็นดาราที่ ‘หมกมุ่น’ ในภาพลักษณ์ของตัวเอง และเมื่อรู้ว่า สามีต้องการหย่าเพราะทนไม่ได้กับการถูกทำให้ขายหน้า เธอจึงหันมาเล่นบทเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำ ด้านทนายของเฮิร์ด ตอบโต้เรื่องนี้ทันควันยืนยันว่า ลูกความของเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายทนทุกข์ทรมานจากการถูกดาราสามีรุ่นใหญ่ล่วงละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจ พร้อมอ้างเหตุผลที่เดปป์ นำเรื่องนี้มาฟ้องร้องแบบกัดไม่ปล่อยว่า เป็นเพราะฝ่ายชายต้องการ ‘ตามหลอกหลอนและทำลายอาชีพการงานของเธอ’ นอกจากทนายทั้งสองฝั่ง การพิจารณาคดีครั้งนี้ซึ่งคาดว่าจะกินเวลา 6 สัปดาห์ ยังมีพยานอีกนับร้อยปากที่เตรียมขึ้นให้การต่อคณะลูกขุน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และช่วยกันชี้ว่าใครกันแน่ที่โกหก อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีเทสลา และเจมส์ ฟรังโก นักแสดงหนุ่มรุ่นน้อง ซึ่งทั้งคู่ถูกจอห์นนี่ เดปป์ กล่าวหาว่าเคยเป็นชู้กับเฮิร์ด ล้วนมีชื่ออยู่ในพยานที่จะต้องขึ้นศาลให้ปากคำ เช่นเดียวกับ พอล เบตตานี ดาราชาวอังกฤษ ที่สนิทกับเดปป์ ก็มีชื่ออยู่ในลิสต์พยานในคดีนี้ ท้ายที่สุด คดีคู่รัก คู่วิวาท คู่พิพาทนี้ อาจจะทำให้เราได้เห็นว่า ความรุนแรงในแง่ต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าจะชายหรือหญิง และไม่มีใครทั้งนั้นที่สมควรต้องเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ อย่างน้อยที่สุด สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงที่อาจซ่อนเร้นอยู่ทุกประตูบ้าน และได้เห็นถึงผลกระทบจากความร้ายแรงของมัน  นอกจากนั้นเราก็อาจจะทำให้ใครหลายคนตระหนักว่าเราควรใช้เวลาหยุดคิดอีกสักนิดก่อนที่จะตัดสินว่าใครดี ใครเลว ไหลไปตามที่สื่อชี้นำ เพราะความจริงมีหลายด้านเสมอ และดังที่เดปป์ได้กล่าวไว้ตอนปิดท้ายของคำแถลงการณ์ในภาษาละตินว่า “Veritas numquam perit” “Truth never perishes” “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย”   เรื่อง ภานุวัตร เอื้ออุดมชัยสกุล รัฐฐกรณ์ ศิริฤกษ์   ภาพ: Mike Marsland / Contributor   ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bbc.com/news/world-us-canada-61070988 https://www.dailymail.co.uk/…/Johnny-Depp-gets… https://www.nytimes.com/…/johnny-depp-amber-heard-trial https://www.insider.com/johnny-depp-amber-heard-verdict-trial-defamation-case-2022-6 https://edition.cnn.com/2022/06/01/entertainment/johnny-depp-amber-heard-verdict/index.html https://www.thairath.co.th/news/foreign/2408426