นิโคลัส เคจ เกลียดโซเชียลมีเดีย แต่เป็นมีมอินเทอร์เน็ตที่คนรัก

นิโคลัส เคจ เกลียดโซเชียลมีเดีย แต่เป็นมีมอินเทอร์เน็ตที่คนรัก

“ผมล่ะโคตรเกลียดโซเชียลมีเดียเลย”

“ผมล่ะโคตรเกลียดโซเชียลมีเดียเลย” ในยุคที่ใครๆ ต่างมีโซเชียลมีเดียส่วนตัว แถมเสพติดมันอย่างบ้าคลั่ง กลับมีคนสวนทางปฏิเสธการใช้อยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือ นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังที่เอ่ยปากยอมรับว่าตัวเองเป็นคนยุคเก่า เพราะเขาไม่มีทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ด้วยเหตุผลว่าอยากรักษาเสน่ห์การใช้ชีวิตแบบปกติให้นานสุดเท่าที่ทำได้ “ผมอยากรักษาบรรยากาศยุคทองและความน่าค้นหาเอาไว้ ผมสามารถทำได้เพราะไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้น ลองจินตนาการดูว่าผมจะทวีตอะไรบ้างหลังดื่มไวน์ไป 2 ขวด เดี๋ยวนี้มีอะไรใครๆ ก็ทวีตกัน มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับคนอย่างผม ผมอยากเจอคนตัวเป็นๆ และอยากสนทนากันต่อหน้ามากกว่า” สำหรับเคจแล้ว โซเชียลมีเดียจึงเป็นเขตต้องห้ามที่เขาจะไม่มีวันย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนเสพโซเชียลมีเดียอยู่ทุกวัน หากเราเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ จะเห็นภาพ นิโคลัส เคจ แฝงตัวอยู่ตามหน้าไทม์ไลน์เป็นประจำ โดยเฉพาะภาพของเขาในอิริยาบถแปลกๆ ตลกๆ พร้อมข้อความชวนหัวที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี จนเราอยากกดแชร์หรือแท็กเพื่อนมาร่วมขำขันไปพร้อมกัน ภาพต่างๆ เหล่านั้นคือ “มีม” (MEME) หรือกระแสมุกขำขันที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในสังคมอินเทอร์เน็ต กลายเป็นว่าตัวเขาที่ไม่เล่นโซเชียลมีเดีย กลับมีมีมอินเทอร์เน็ตมากที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้ ยกตัวอย่างมีมดัง You Don't Say? ที่เป็นภาพหน้าเคจตาถลน อ้าปากค้าง จากภาพยนตร์ตลกร้าย Vampire's Kiss (1988) โดยมักใช้คู่กับเหตุการณ์เลวที่ไม่คาดคิด หรือ Nic Cage as Everyone การตัดต่อหน้า นิโคลัส เคจ ใส่แทนตัวละครต่างๆ ในภาพยนตร์ เช่น Harry Potter, Avatar, Avengers, Charlie and the Chocolate Factory หนำซ้ำยังลามไปถึงบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง เช่น โดนัลด์ ทรัมป์, จัสติน บีเบอร์, เอมี่ ไวน์เฮาส์ กระทั่งควีนเอลิซาเบธ “พระเจ้า ผมไม่ได้ติดตามเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ผู้คนในอินเทอร์เน็ตต่างทำ ‘สิ่งนี้’ เกี่ยวกับผม แต่ผมไม่ใช่คนยุคคอมพิวเตอร์เลย ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ผมก็พยายามที่จะไม่ทำอะไร พูดอย่างนี้ละกันนะ ผมมีแนวคิดที่ว่า ‘เวลาอยู่ในที่ที่คุณไม่คุ้น ถ้าคุณเอาชนะพวกเขาไม่ได้ ก็จงปล่อยตามน้ำไป'" อย่างไรก็ดี ในเว็บบอร์ด Reddit (คล้ายเว็บบอร์ด Pantip ของไทย) มีคนตั้งกระทู้ถามว่า ในโลกอินเทอร์เน็ตผู้คนเกลียดหรือรัก นิโคลัส เคจ มากกว่ากัน? ซึ่งคำตอบมีทิศทางเดียวกันคือรู้สึกเอ็นดูมากกว่ารังเกียจ เพราะวัตถุประสงค์ของมีมเป็นการสร้างความตลกขบขัน ไม่ใช่การดูถูกเหยียดหยาม ทว่าเขาเองกลับรู้สึกผิดหวังเพราะมันเป็นความรักที่เต็มไปด้วยการเสียดสี และรู้สึกกังวลว่ามันอาจเป็นอันตรายต่ออาชีพและภาพยนตร์ที่เขาแสดงด้วย เพราะจะทำให้ผู้ชมไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกจริงๆ ของตัวละครที่เขาแสดง "คือประเด็นมันเริ่มมาจากที่ผู้คนในโลกออนไลน์พยายามเลือกฉากจากหนังที่ผมแสดงมาตัดต่อกันจนมั่วไปหมด โดยไม่สนใจเนื้อเรื่องของฉากนั้นๆ เลยสักนิด ผมเลยรู้สึกผิดหวังกับมันจริงๆ ผมคิดว่ามีมเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับหนังที่ผมแสดงอยู่พอสมควร อยู่ดีๆ คุณจะมาเลือกฉากใดฉากหนึ่งมา แล้วก็พากันตัดต่อแบบมั่วซั่ว โดยที่ตัวละครในหนังไม่ได้จะสื่อแบบนั้นก็ได้เหรอ" เดือนเมษายน ปี 2018 เขาให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail ว่าตัวเองใกล้ถึงจุดอิ่มตัวในการแสดงแล้ว และเตรียมวางมือการแสดงในอีก 3-4 ปี ก่อนจะผันตัวมาทำงานเบื้องหลังแทน เขายอมรับว่าที่ผ่านมาตัวเองตอบรับการแสดงเพื่อจ่ายหนี้อย่างเดียว ซึ่งขัดแย้งกับเหตุผลความรู้สึกส่วนตัว “ผมต้องจัดการความผิดพลาดในอดีต และขุดตัวเองขึ้นมาจากหลุมดำทางการเงินให้ได้ ถึงแม้ผมต้องเล่นหนังที่ตอบสนองในแง่การแสดง แต่ก็เหมือนคนอื่นๆ ที่จะต้องจ่ายหนี้ ท้ายที่สุดแล้วมันก็แค่การทำงานนั่นแหละ” แม้เขาเตรียมย้ายไปอยู่หลังกล้อง แต่เคจยังกล่าวว่าตัวเองจะไม่หายไปจากวงการ เขายังมีความสุขกับการสร้างภาพยนตร์อยู่ เช่นเดียวกับผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ต ที่ยังคงมีความสุขกับภาพมีมจากเขาต่อไป   ที่มา