ปรัชญาเจ้าสัวธนินท์ สู่ ‘เจ้าสัวทรู’ ไม่สร้างคอมฟอร์ตโซน ให้ลูกหลานต้องพิสูจน์ตัวเอง

ปรัชญาเจ้าสัวธนินท์ สู่ ‘เจ้าสัวทรู’ ไม่สร้างคอมฟอร์ตโซน ให้ลูกหลานต้องพิสูจน์ตัวเอง

เปิดหลักคิดของเครือเจริญโภคภัณฑ์จากรุ่น เจ้าสัวธนินท์ ถึงรุ่น 'ศุภชัย เจียรวนนท์' เจ้าสัวแห่งทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ยึดถือว่าตลอดว่าการทำธุรกิจต้องเริ่มจากศูนย์ และต้องทำธุรกิจใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในเครือฯ

หลังจากวันที่ 20 ต.ค. 2565 กสทช. ไฟเขียวให้ ‘บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) และ ‘บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค’ ควบรวมกิจการกัน ล่าสุดวันนี้ (12 มกราคม 2566) ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของทรูฯ เตรียมเสนอให้ทั้งสองมีการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมกันในวันที่ 23 ก.พ. 2566 เพื่อพิจารณาและอนุมัติชื่อของบริษัทใหม่ คือ  ‘บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)’ 

โดยการควบรวมกันครั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2566 และทั้งสองบริษัทยังคงแยกแบรนด์ในการให้บริการเป็นระยะเวลา 3 ปี 

ดีลการควบรวมระหว่างสองบริษัทใหญ่ ถือว่าเป็นข้อตกลงที่หลายคนจับตามองอย่างมาก เพราะอย่างน้อย ๆ อาจกระทบต่อบรรยากาศของตลาดโทรคมนาคมในไทยให้ยิ่งแข่งขันดุเดือดมากขึ้น

วิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่นี้ส่วนหนึ่งมาจาก ‘เจ้าสัวศุภชัย เจียรวนนท์’ ประธานกรรมการบริหารของทรู คอร์ปอเรชั่น และประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่พยายามสร้างความแข็งแรงให้กับองค์กร และเพิ่มข้อได้เปรียบในการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายใหญ่ก็คือ การเป็นบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง

ยังมีอีกหลายมุมคิดของเจ้าสัวศุภชัยที่ทำให้เรานึกย้อนไปถึงหลักปรัชญาของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งสานต่อหลักคิดเดียวกับเจ้าสัวธนินท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มาจนทุกวันนี้ โดยความเชื่อที่ว่า “ทำธุรกิจต้องเริ่มจากศูนย์”

ทำธุรกิจต้องเริ่มจากศูนย์

เจ้าสัวศุภชัย ได้พูดในขณะที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลาย ๆ ที่เกี่ยวกับหลักปรัชญาของคุณพ่อ ก็คือ เจ้าสัวธนินทร์ ซึ่งกลายมาเป็นหลักคิดหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์จนถึงปัจจุบัน

“คนในตระกูลห้ามเข้ามาทำธุรกิจที่ถือว่าสำเร็จอยู่แล้ว จะเข้ามาทำงานในเครือฯ ได้ต้องเป็นกิจการใหม่ คือ เริ่มจากศูนย์ นี่คือหลักปรัชญาของเครือฯ ที่ท่านประธานธนินท์วางเอาไว้”

ซึ่งความท้าทายแรกของเจ้าสัวศุภชัยก็คือ ‘แม็คโคร’ จากนั้นก็เปลี่ยนไปทำบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายคลอร์อัลคาไลรายสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถึงขยับมาเป็นธุรกิจโทรคมนาคม ก็คือ ‘ทรู’ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ ธุรกิจใหม่ในเครือฯ ทั้งสิ้น

เจ้าสัวศุภชัย ยังได้พูดถึงปรัชญาในมุมของตัวเองว่า “สำหรับลูก ๆ ผมก็พยายามไม่ให้คอมฟอร์ตโซนเขา เราให้ความรัก เราให้ความรู้ เราให้อะไรหลาย ๆ อย่าง เราให้ความปลอดภัย แต่สิ่งที่เราไม่ควรให้เขาก็คือ การที่เราไปบอกว่าต่อไปเขาจะเป็นอะไร”

“สำหรับผมเขาต้องเป็นคนค้นพบเรื่องนั้นด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นผมจะบอกเขาตั้งแต่เด็กว่า ไม่ต้องคิดเลยนะว่าจะมาทำงานกับเครือฯ ไม่ต้องคิดเลยนะว่าจะมาทำงานที่รุ่นพ่อทำอยู่ ผมจะบอกเขาว่าให้ไปทำธุรกิจของเขาเอง”

เจ้าสัวศุภชัย ยังได้พูดถึงลูก ๆ ทั้งลูกสาวและลูกชายว่า ให้ความอิสระในการคิดการทำเพราะอย่างลูกสาวไม่ได้มีแพสชั่นในการทำธุรกิจ แต่เขากลับมีแพสชั่นในการช่วยเหลือสังคม ซึ่งสิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือการส่งเสริมลูก ๆ อย่างเต็มที่

“จริง ๆ เด็กทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกัน เขามีคาแรกเตอร์ มีเคมีในร่างกายทุกอย่างไม่เหมือนกัน และก็ไม่เหมือนเราด้วย เราก็ต้องเคารพและต้องเรียนรู้ด้วยว่าพวกเขาเป็นยังไง และส่งเสริม ซึ่งการจะสร้างคนก็เหมือนกันเราต้องให้ความรักและความมั่นใจกับเขา แต่ไม่ใช่การสปอยล์”

ไม่จำเป็นต้องทำงานในเครือเจริญโภคภัณฑ์

เมื่อถามถึงการที่ลูกหลานจะเข้ามาทำงานในเครือฯ ว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน สำหรับเจ้าสัวศุภชัยพูดย้ำว่า “ถ้าเรามีมืออาชีพ มีผู้บริหารที่เก่งอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คนในครอบครัว หรืออย่างมากก็สามารถเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาบริหารเอง”

“แต่ถ้าคนนั้นมีศักยภาพที่ตรงกับคุณสมบัติของเครือฯ และก็เป็นที่ยอมรับ หลังจากพิสูจน์ตัวเองมาระดับหนึ่งแล้ว สำหรับผมไม่มีแผนตายตัว ขึ้นอยู่กับโชคชะตามากกว่า”

ทั้งนี้ การบริหารงานของเจ้าสัวศุภชัย เรียกว่าเป็นที่ยอมรับกันในระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมามีสื่อจากต่างประเทศมากมายที่ให้ความสนใจ อย่างเช่น CNN, People Matter ของสิงคโปร์ โดยส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่การปูทางให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล

โดยเขาบอกว่า “ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจและการลงทุนในอนาคต เครือเจริญโภคภัณฑ์กำลังเดินตามยุทธศาสตร์และโรดแม๊ปที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของเครือฯ เติบโตบนพื้นฐานของความยั่งยืน”

ขณะเดียวกัน ริชาร์ด เควสท์ ผู้สื่อข่าวสายธุรกิจที่มีชื่อเสียงของ CNN เคยมาสัมภาษณ์เจ้าสัวศุภชัยที่ True Digital Park เมื่อปี 2564 ยังได้พูดถึงสถานที่ที่เพียบพร้อมสำหรับการบ่มเพาะสตาร์ทอัพในไทย ตามเป้าหมายของเจ้าสัวศุภชัยด้วย

ซึ่งได้ชื่นชมแนวคิดของเจ้าสัวศุภชัยเกี่ยวกับการสร้างระบบนิเวศ เพื่อให้เครือฯ จับมือกับสตาร์ทอัพ และมีส่วนช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคได้

ทั้งนี้ ในแง่ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่กำลังจะเปลี่ยนหน้ามือไปเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เป็นผู้เล่นในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ดังนั้น เราจะพาไปดูอาณาจักรของ ‘ทรู’ ว่ามีอะไรบ้าง

 

เปิดอาณาจักรทรู

สินค้าและบริการภายใต้การบริหารของทรู กว่า 10 ประเภท น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า ทรู ไม่ได้ต้องการให้ตัวเองเป็นแค่บริษัทโทรคมนาคม แต่เป็นมากกว่านั้นในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ของคนไทย ซึ่งสินค้าและบริการของทรู มีดังนี้

True Move H – เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ, True Online – บริการอินเทอร์เน็ต, True Visions – บริการสตรีมมิ่ง, True Money – บริการทางการเงินออนไลน์, TrueID – บริการสมาชิกรายเดือนแพลตฟอร์มดิจิทัลไลฟ์สไตล์, True Shopping – โฮมช็อปปิ้งและทางออนไลน์

True Digital Park – ศูนย์การค้าและแหล่งรวมสตาร์ทอัพ, True Coffee – ร้านกาแฟและเบเกอรี่, True Food – บริการเดลิเวอรี่, True Digital Academy – สถาบันการศึกษาด้านดิจิทัล, TruePlookpanya – เว็บไซต์ด้านการศึกษา, True HEALTH – แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพและปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์, True Virtual World – แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงพื้นที่ทำงาน-เรียนทางออนไลน์, True Analytics – บริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก, True Vitamin Water - เครื่องดื่มวิตามิน

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นดีลการควบรวมระหว่างทรูและดีแทค หรือแผนอื่น ๆ ที่ส่งผลดีต่อธุรกิจในเครือฯ เชื่อว่าเจ้าสัวศุภชัยพร้อมที่จะเดินหน้าตามเป้าหมายในทันที และเป็นไปได้ว่าเราอาจจะเห็นไทยเป็นฮับในการบ่มเพาะสตาร์ทอัพก็ได้ หากระบบนิเวศทุกอย่างพร้อมแล้ว 

 

อ้างอิง:

https://www.true.th/true-corporation/site/about_true

https://www.wearecp.com/re62-2204-00001/

https://www.wearecp.com/cpg-08122021/

https://www.wearecp.com/cpg-15122021-2/

https://www.youtube.com/watch?v=SEJW5uv61TQ